โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภูมิธรรม ย้ำ ไม่ใช่การประกาศสงคราม เร่งอพยพคนรัศมี 50 กม. เผย มาริษ แจง UNSC แล้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 10.57 น.

ภูมิธรรม ประณามกัมพูชา ใช้อาวุธหนักยิงเข้าไทยไร้เป้าหมาย ทำปชช. ดับ 11 เจ็บ 28 ปัดเป็นภาวะสงคราม แค่เหตุปะทะ ยันตอบโต้ตามสถานการณ์ พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บ-ครอบครัวผู้เสียชีวิต เล็งเปลี่ยนรพ.อำเภอ เป็นรพ. สนาม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขา สมช. พล.อ.ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการทหารบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

จากนั้นเวลา 16.30 น. นายภูมิธรรมแถลงว่า วันนี้เป็นการประชุม สมช.นัดพิเศษ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ ที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเนื่องจากมีเรื่องสำคัญหลายเรื่อง จึงได้มีการเสนอให้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษด้วย โดยเชิญเลขา ครม.มาร่วมประชุม ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 8 วรรคสอง ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2548 เนื่องจากหลายเรื่องต้องใช้มติ ครม.

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ประเด็นแรกคือ การที่มีสถานการณ์ปะทะกันเกิดขึ้น ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานจากหน่วยทหารที่เกี่ยวข้อง เป็นการยิงเข้ามาจากทางกัมพูชาก่อน และได้เกิดเหตุประปรายจนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามามีการใช้อาวุธในระดับต่างกัน สิ่งสำคัญคือการยิงของกัมพูชาใช้อาวุธหนักยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทย โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งยิงเข้ามาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลเรือน จนทำให้มีพลเรือนของเราเสียชีวิต

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ในส่วนตัวเลขทั้งหมดขณะนี้ ล่าสุดคือเสียชีวิต 11 ราย เป็นพลเรือน 10 ราย และทหาร 1 นาย มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 28 ราย เป็นพลเรือน 24 ราย เป็นทหาร 4 นาย ดังนั้นจึงขอประณามว่ากัมพูชามีการใช้อาวุธหนักที่รุนแรง และไม่มีเป้าหมาย และไม่ได้จำกัดเฉพาะการต่อสู้ โดยการยิงเข้ามานั้นมีบางลูกมาลงที่ปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ บางส่วนยิงลงมาที่กลางโรงพยาบาล บางส่วนห่างจากโรงพยาบาลเพียง 3 กิโลเมตร เราจึงขอประณาม เพราะเป็นการใช้กำลัง ไม่ได้ยึดในเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งต้องคำนึงและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

นายภูมิธรรมกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การประกาศสงคราม เป็นเพียงการปะทะกัน เรายังยืนยันในหลักการว่าต้องใช้สันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง ต้องพยายามพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะของการยั่วยุจากทางฝ่ายกัมพูชาตลอด และเราป้องกันตัวเอง รวมถึงป้องกันอธิปไตยของประเทศ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ และเรายอมไม่ได้ที่จะมีลักษณะการเข้ามาบุกรุกและละเมิดอธิปไตยของเรา วันนี้เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการปกป้องตัวเองและดูแลอธิปไตยของประเทศ

นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งติดต่อกัน ในเขตพื้นที่ที่มีการเดินลาดตระเวน ซึ่งเคยมีการเดินลาดตระเวนระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาตามข้อตกลงเดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดปัญหา เมื่อก่อนเราเดินกันตลอดเวลา ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้กลับมีปัญหาเกิดขึ้น และครั้งล่าสุดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารขาขาดทั้ง 2 นาย เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและเราจำเป็นต้องแสดงความชัดเจนเรื่องนี้

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้เราได้เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ทางกองทัพได้ดำเนินการที่จะปกป้องอธิปไตยในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยมีกองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเราได้ให้อำนาจทหารในการใช้มาตรการต่างๆ ตามความจำเป็น โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงอาจจะไม่มีเวลามารอขออนุญาตในการตัดสินใจ ก็ขอให้ดำเนินการไปตามขอบเขต และแจ้งให้รัฐบาลทราบโดยเร็ว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ประเด็นที่ 2 ขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ซึ่งขณะนี้ควบคุมอยู่ในพื้นที่เหล่านี้อยู่ แต่เราก็มีความระมัดระวังป้องกันชายแดนอย่างเต็มที่ โดยให้กระทรวงมหาดไทยอพยพคนออกจากพื้นที่ให้ไกลกว่า 50 กิโลเมตร อยู่ในระยะที่ปลอดภัย ทั้งนี้เราได้สั่งการอพยพประชาชนมีการดำเนินการในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีแผนดำเนินการรออยู่แล้ว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า โดยในการประชุม สมช.ครั้งนี้ได้มีมติและถือเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งมีระเบียบที่เราวางไว้อยู่แล้ว โดยกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งปิดโรงเรียนตามแนวชายแดนในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียน ส่วนกระทรวงสาธารณสุขได้มีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงโรงพยาบาลอำเภอ บริเวณชายแดนให้เป็นโรงพยาบาลสนาม โดยอพยพคนไข้ที่บาดเจ็บทั้งหมดกลับไปสู่แนวหลังอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

นายภูมิธรรมกล่าวว่า สำหรับมาตรการต่างประเทศได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค. ด้วยการลดระดับความสัมพันธ์ เรียกทูตไทยประจำกัมพูชากลับ และส่งทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยกลับกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นระดับรุนแรงที่สุดทางการทูต

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการพูดคุยกันระหว่างสองประเทศหรือไม่ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายกว่านี้ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้ต้องให้เรื่องยุติก่อน เพราะเราไม่ได้เป็นผู้เริ่ม ถ้าแสดงความจริงใจต่อกันก็สามารถคุยกันได้ แต่ขณะนี้เรายังรู้สึกว่าทางฝ่ายเขายั่วยุและริเริ่ม ฉะนั้น เราต้องดำเนินการตามครรลองที่มันเกิดขึ้น เมื่อถามถึงเรื่องงบฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบ ทางจังหวัดสามารถเบิกจ่ายได้เลยหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า มีมาตรการไว้อยู่แล้วในส่วนของกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้รับรายงานเกี่ยวกับความเสียหายของฝ่ายกัมพูชาหรือไม่ว่ามีมากน้อยแค่ไหน นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูดเรื่องยุทธการ เมื่อถามอีกว่า ตอนนี้มีข่าวสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา บินออกนอกประเทศกัมพูชา เราทราบแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้ติดตามเรื่องตรงนั้น เราสนใจเรื่องคนในประเทศเรา และสนใจเหตุการณ์ปะทะกันที่จะเกิดขึ้นและบานปลาย เพื่อคำนึงถึงชีวิตทหารหาญและชีวิตประชาชนของเรา

เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชายื่นหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) แล้ว ทางประเทศไทยจะมีการดำเนินการอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ อยู่นครนิวยอร์ก ได้พูดคุยประสานกับเลขาธิการยูเอ็นเอสซีแล้ว เราได้พบและพูดคุยกับตัวจริง และกระทรวงต่างประเทศดำเนินมาตรการต่างๆ และเล่าสถานการณ์ต่างๆ ให้ฟัง ได้มีการชี้แจงเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า จะเปิดเผยรายละเอียดได้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นการเล่าถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะแถลงอีกครั้ง ยืนยันเราไม่ได้ปกปิดอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน เรายืนยันว่าโดยหลักการ ที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของประเทศ และการบุกเข้ามาในประเทศไทย เราปกป้องตัวเราเอง เรายืนยันอย่างหนักแน่นและยืนบนหลักของกระทรวงต่างประเทศที่พูดมาและรัฐบาลได้แสดงออกไปชัดเจน แต่หลายเรื่องเราขอว่า บางอย่างเราพูดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านยุทธการ หากพูดไปจะยิ่งทำให้เขารู้ และมันจะเพลี่ยงพล้ำในยุทธการต่างๆ

เมื่อถามว่า ทางกองทัพได้มีการขีดเส้นว่า การปฏิบัติการจะยุติเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า ให้เหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และมีข้อยุติที่เพียงพอ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการติดต่อจากทางกัมพูชา หรือคาดการณ์เหตุปะทะจะยืดเยื้อขนาดไหน นายภูมิธรรมกล่าวว่า ได้ยินทางโซเชียลมีเดีย ยังไม่ได้มีการคุยกับ ฟังแต่โซเชียลมีเดีย จริงไม่จริงไม่รู้

เมื่อถามว่า ทางกัมพูชายังมีการยั่วยุ หากอยากให้สถานการณ์สงบโดยเร็ว มีวิธีการอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า วิธีการพูดไม่ได้ แต่เขาต้องยุติความรุนแรงและสิ่งที่สำคัญ ตนคิดว่าต้องระมัดระวังเรื่องข่าวลือ ข่าวไม่ชัดเจนต้องระมัดระวัง อย่าเผยแพร่ เพราะจะทำให้เกิดความรุนแรงที่รุนแรงไปกว่านี้ ยืนยันว่าทางกองทัพสามารถดูแลประเทศได้ ปกป้องประเทศได้ มีความพร้อมทุกอย่าง แต่ถ้าบานปลายไป หรือทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นมันกระเทือนกับชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปทำหน้าที่ในการลงไปดูแลทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่แล้ว

เมื่อถามว่า หากทางกัมพูชายังรุนแรงมาไทยก็จะแรงกลับใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราจะดูแลตามสถานการณ์โดยไม่ให้อธิปไตยเราเสียหาย หรือประเทศเสียหาย อย่าไปพูดหรือถามที่รุนแรงไปรุนแรงมา การพูดมันไม่ดีเท่าการทำ ถ้าการทำที่ดี มันจะแก้ปัญหาได้ พูดไปมีแต่ยั่วยุ

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องดึงองค์กรระหว่างประเทศมาเป็นตัวกลางเจรจาหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังครับ ตอนนี้เราอยู่ระหว่างที่ดำเนินการ และแจ้งให้องค์การระหว่างประเทศได้ทราบ

เมื่อถามว่า การปกป้องอธิปไตยของไทยถือเป็นการประกาศสงครามแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ใช่เรื่องประกาศสงคราม เป็นเรื่องของการปะทะกันที่กำลังพยายามหาข้อยุติ สิ่งสำคัญคือเรายืนบนหลักปกป้องอธิปไตยของประเทศ และป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกรุกราน และไม่ให้ประชาชนประสบปัญหา

เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรกับประชาชนบริเวณพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เรายืนบนหลักคือ เราไม่ยอมสูญเสียอธิปไตยของประเทศเรา เราปกป้องตัวเราเองเต็มที่ แต่อยากให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลจะรับผิดชอบดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และจะทำทุกอย่างเท่าที่เงื่อนไขเราทำได้อย่างสุดความสามารถ

เมื่อถามว่า แรงงานกัมพูชา ทางการไทยจะยังผ่อนผันให้ทำงานในประเทศไทยเหมือนเดิมหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า “เอาเรื่องสงครามที่กำลังจะเกิดก่อน”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เมื่อสักครู่ไหนบอกว่าไม่ใช่สงคราม ทำให้นายภูมิธรรมตอบกลับว่า เขาอยากจะให้เป็นอย่างนั้น แต่เราไม่อยากให้เกิดขอเปลี่ยนจากคำว่าสงคราม เป็นไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น เอาเรื่องนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภูมิธรรม ย้ำ ไม่ใช่การประกาศสงคราม เร่งอพยพคนรัศมี 50 กม. เผย มาริษ แจง UNSC แล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...