โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พาณิชย์’ยกทัพสินค้าธงฟ้า-ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ จังหวัดยะลา

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 กันยายน 2569 เวลา 20.23 น. • เผยแพร่ 58 นาทีที่แล้ว

“พาณิชย์” ลุยลดค่าครองชีพประชาชน-ช่วยผู้ประกอบการ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้พี่น้องชาวยะลาในงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จังหวัดยะลา

16 ก.ย. 2569- นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและต้นทุนต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อราคาสินค้า รวมถึงช่วยดูแลสถานการณ์ด้านราคาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ผ่านความร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีก กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายธุรกิจ และผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SMEs) เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับจังหวัดยะลา กรมการค้าภายในได้จัดงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายธุรกิจ และผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SMEs) นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 500 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำยาซักผ้า ของใช้ประจำวัน เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย และสินค้าชุมชน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในราคาประหยัด

อีกทั้ง ยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลท์ในราคาพิเศษ อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 85 บาท น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 20 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 40 บาท และข้าวหอมมะลิ ถุงละ 100 บาท ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในได้เชื่อมโยงผลผลิตจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ได้แก่ มังคุด กิโลกรัมละ 30 บาท และลองกอง กิโลกรัมละ 35 บาท มาจำหน่ายภายในงาน เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและช่วยระบายผลผลิตให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านราคา ตลอดจนเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง

“โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงพาณิชย์ให้เข้าถึงประชาชนในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนและผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนและกำลังซื้อ การทำงานในลักษณะนี้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถเข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหาได้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางการค้าไปพร้อมกัน โดยกรมการค้าภายในจะยังคงติดตามสถานการณ์ด้านราคาและภาวะการค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อออกมาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยให้ความสำคัญทั้งการดูแลราคาสินค้า การเพิ่มช่องทางการจำหน่าย การสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการและเกษตรกร ตลอดจนการส่งเสริมให้กลไกการค้าในประเทศสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน” นายจิรวุฒิ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...