โรงงาน ‘หมิงตี้’ ลอบตัดเศษเหล็กทำไฟไหม้ซากโรงงาน คพ. ยืนยันไร้สารเคมีระเหยตกค้าง
จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณสถานที่ตั้งเดิมของ บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ถนนวัดกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ อดีตโรงงานผลิตเม็ดโฟม EPS ที่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี 2564 ซึ่งปัจจุบันมีสภาพเป็นพื้นที่รกร้างและไม่มีการประกอบกิจการใดๆ แล้วนั้น
วานนี้ (25 สิงหาคม) กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่ 13 (สคพ.13) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากการลักลอบเข้ามาตัดเศษโลหะที่ตกค้างในบริเวณพื้นที่โรงงานร้าง ทำให้เกิดประกายไฟกระเด็นไปติดเศษเชื้อเพลิงที่หลงเหลืออยู่จนเกิดการลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ สคพ.13 เข้าตรวจสอบ เพลิงได้สงบลงแล้ว และไม่ปรากฏกลุ่มควันหรือฝุ่นละอองในพื้นที่เกิดเหตุ
เพื่อความปลอดภัยของประชาชน สคพ.13 ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยเครื่องวัดแบบอ่านค่าได้ทันที ทั้งบริเวณจุดเกิดเหตุและชุมชนใกล้เคียง โดยมีผลการตรวจสอบ
- บริเวณพื้นที่โรงงานหมิงตี้: ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ 6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า PM10 ได้ 17 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ไม่พบ ไอระเหยของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)
- บริเวณหมู่บ้านศุภาลัย บางนา วงแหวน (พื้นที่ติดริมรั้ว): ผู้แทนนิติบุคคลแจ้งว่า ช่วงเช้าขณะเกิดเหตุ ลูกบ้านบริเวณริมรั้วได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นและเขม่าควัน แต่หลังจากเพลิงสงบ กลิ่นและควันได้จางหายไป เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศ พบค่า PM2.5 อยู่ที่ 9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า PM10 อยู่ที่ 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน และ ไม่พบ ไอระเหยของสารเคมี (VOCs) เช่นกัน โดยได้แจ้งผลการตรวจวัดให้นิติบุคคลทราบเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจแก่ลูกบ้านแล้ว
ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ (ทสจ.สมุทรปราการ) แจ้งว่า ในวันนี้ (26 สิงหาคม) เวลา 10.00 น. ทางจังหวัดสมุทรปราการได้นัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักลอบเข้ามาในพื้นที่รกร้างจนเกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก