โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุลพันธ์” ชูวาระ “ASEAN Skills Passport” ดัน แรงงานไทยสู่สากล

Nation Online

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

27 สิงหาคม 2569 เวลา 12.30 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และ การประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม ซึ่งประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดย ระบุว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือและผลักดันประเด็นสำคัญระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้สามารถรองรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแท้จริง
นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญลำดับแรกคือ การจัดทำระบบการรับรองทักษะฝีมือแรงงาน (Skill Certification) เพื่อให้มาตรฐานการรับรองทักษะแรงงานในภูมิภาคอาเซียนสามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันได้ ซึ่งจะส่งผลให้แรงงานจากประเทศหนึ่งสามารถเดินทางไปทำงานและได้รับการรับรองในอีกประเทศหนึ่งได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้กระบวนการเคลื่อนย้ายแรงงานมีความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องผู้ใช้แรงงาน นอกจากนี้ ในการประชุมร่วมกับ 3 ประเทศคู่เจรจา (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี) หรือ กลุ่มอาเซียนบวกสาม ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ซึ่งจะเป็นการต่อยอดการยอมรับในระดับภูมิภาคและระดับสากลต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อถึงโครงการใหม่ที่สำคัญอย่าง“Skill Passport” ว่า ทางกระทรวงฯ ได้เสนอโปรเจกต์ดังกล่าวต่อที่ประชุมและได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากหลายประเทศ โดยระบบนี้จะเป็นการผูกทักษะฝีมือของบุคคลเข้ากับระบบออนไลน์อัตโนมัติ ทำให้ไม่ว่าแรงงานจะย้ายไปทำงาน ณ ที่ใด ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ ทักษะและความสามารถที่ได้รับการฝึกอบรมจะติดตัวไปกับบุคคลนั้นตลอดเวลาและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่สำหรับบรรยากาศการประชุมและการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิก
ในส่วนของ ประเทศกัมพูชา แม้จะไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตนเอง (เช่นเดียวกับบางประเทศ) แต่ก็ได้เข้าร่วมการประชุมผ่านทางระบบออนไลน์ โดยทางกัมพูชาได้นำเสนอและสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับ มิติด้านแรงงานและ การขับเคลื่อนเรื่องการทำระบบรับรองฝีมือแรงงาน ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมรับฟังและนำข้อเสนอดังกล่าวมาพิจารณาประกอบร่วมกันเพื่อให้เกิดความครอบคลุมในระดับภูมิภาคในด้านความร่วมมือกับ ประเทศเมียนมา ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า ยังได้มีการพูดคุยเพื่อปรับปรุงบันทึกข้อตกลง (MOU) ฉบับใหม่ (หลังจากฉบับเดิมที่เคยทำไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนได้หมดอายุลง) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมทั้งผลักดันให้แรงงานเข้ามาสู่ระบบการลงทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กรอบการกำกับดูแล และ ระยะเวลาการจ้างงานที่ปรับให้เหมาะสมเป็น 2 ปี เพื่อให้เพียงพอต่อการพัฒนาทักษะและลดภาระทางด้านเอกสาร ของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยกข้อกังวลด้านภาษา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้โอกาสการทำงานในต่างประเทศของแรงงานไทยลดน้อยลง ทางกระทรวงแรงงานจึงมีแนวทางแก้ไขโดยสร้างกลไกภายใน เช่น การร่วมมือกับสถานศึกษาทั้งอาชีวศึกษา และ มหาวิทยาลัย ในการเปิดหลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมของประเทศปลายทางล่วงหน้า รวมถึงผลักดันการรับรองทักษะในระดับการสื่อสารพื้นฐาน (Basic Communication) เพื่อช่วยร่นระยะเวลาและ เพิ่มความรวดเร็วในการพัฒนาทักษะเมื่อเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง

สำหรับ ประเด็นความท้าทายจาก ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นายจุลพันธ์ เน้นย้ำว่า ทุกประเทศมีความเห็นตรงกันว่า AI มีทั้งโอกาส และ ความเสี่ยง โดยอาจเข้ามาทดแทนแรงงานบางกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ กระทรวงแรงงานจึงผลักดันให้มีกรอบการกำกับดูแลด้าน AI (AI Governance Framework) เพื่อปกป้องแรงงานในภูมิภาค พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายยกระดับทักษะ (Upskill / Reskill) ด้าน AI ให้กับแรงงานไทยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนภายในปี 2030 เพื่อให้แรงงานทุกกลุ่มทุกช่วงวัยสามารถปรับตัว ทันต่อเทคโนโลยี และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...