เบสเซนต์ชี้ “ญี่ปุ่น” ควรขึ้นดอกเบี้ย หนุนคาด BOJ ขยับเดือน ก.ย.
รมว.คลังสหรัฐ ส่งสัญญาณถึงญี่ปุ่นว่าขั้นตอนต่อไปควรเป็นการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อหนุนเงินเยนแทนการแทรกแซงตลาดซ้ำ ๆ หลังญี่ปุ่นทุ่มเงินพยุงเยนสูงเป็นประวัติการณ์ 15.4 ล้านล้านเยน
วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 06.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุระหว่างการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่นว่า ขั้นตอนต่อไปของญี่ปุ่นควรเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุมเดือน ก.ย. ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ NHK
NHK รายงานโดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของเอริน บราวน์ ปลัดกระทรวงการคลังสหรัฐ ฝ่ายกิจการระหว่างประเทศว่า เบสเซนต์ได้พบกับซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น และคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ นอกรอบการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐ
ในการหารือดังกล่าว เบสเซนต์เน้นย้ำถึงความสำคัญที่ญี่ปุ่นต้องส่งสัญญาณให้ตลาดเห็นอย่างชัดเจนว่า กำลังปูทางไปสู่การสร้างความยั่งยืนทางการคลัง พร้อมกับเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้เบสเซนต์ระบุว่า เขาคาดหวังให้ BOJ “ทำในสิ่งที่ถูกต้อง” ในด้านนโยบายการเงิน ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปในวันที่ 17–18 ก.ย.
ท่าทีล่าสุดของรัฐมนตรีคลังสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มน้ำหนักให้กับการคาดการณ์ว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้ หลังการคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราร่วมกัน หลังการประชุม BOJ เมื่อปลายเดือนก.ค.
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ญี่ปุ่นใช้เงินแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 15.4 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 9.64 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพยุงค่าเงินเยน ขณะที่สหรัฐยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่ใช้ซื้อเยนในการแทรกแซงร่วมกัน แต่คาดว่าจะมีมูลค่าน้อยกว่าฝั่งญี่ปุ่นอย่างมาก
ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เบสเซนต์ส่งสัญญาณหลายครั้งว่า เขาต้องการเห็น BOJ ใช้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยหนุนค่าเงินเยน มากกว่าการพึ่งพาการเข้าแทรกแซงตลาดเงินซ้ำ ๆ ซึ่งสะท้อนมุมมองของวอชิงตันว่า ปัจจัยพื้นฐานด้านนโยบายการเงินควรมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาเงินเยนอ่อนค่า
ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ เบสเซนต์ถูกถามถึงการอ่อนค่าของเงินเยน นับตั้งแต่สหรัฐเข้าร่วมกับญี่ปุ่นซื้อเงินเยนในตลาดเมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยเขาระบุว่า รัฐบาลไม่สามารถกำหนดจุดสมดุลตามธรรมชาติของตลาดได้ แต่สิ่งที่สามารถทำได้คือการส่งสัญญาณ
เบสเซนต์กล่าวว่า เขามีข้อมูลบางอย่างที่ตลาดยังไม่มี และเชื่อว่ารัฐบาลญี่ปุ่นและ BOJ จะดำเนินมาตรการที่จะนำไปสู่เงินเยนที่แข็งค่าขึ้น
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่ BOJ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย เบสเซนต์ระบุว่า เขาเชื่อว่าขณะนี้ตลาดกำลังเริ่มสะท้อนความคาดหวังดังกล่าวเข้าไปในราคาแล้ว
ท่าทีของเบสเซนต์จึงเพิ่มแรงกดดันต่อการประชุม BOJ ในเดือน ก.ย. เนื่องจากตลาดกำลังจับตาว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเลือกเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านราคาและช่วยหนุนค่าเงินเยน หรือยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความกังวลว่าการขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ
อ้างอิง : bloomberg.com