กกต.โบ้ย8.6แสนโยงเลือกสส.
“ไอติม” ทวงถามที่มาเส้นเงิน 8.6 แสนบาทจาก "นักการเมืองสีน้ำเงิน" ถึง "เจ้าหน้าที่ กกต." ด้าน "แสวง" แจงไทม์ไลน์เงินโอน 13 ครั้งไม่เกี่ยวเลือก สว. เป็นเลือกตั้ง สส.66 ช่วงเร่งพิจารณาสำนวนให้เสร็จภายใน 1 ปี "ทนายอั๋น" จี้เอาผิด "ญาณี" ส.อบจ.อำนาจเจริญ ผู้ให้สินบน เร่งขยายผลโยง สส.ในพื้นที่
เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า "สำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส." ที่เจ้าหน้าที่ กกต. ผู้รับโอนเงิน 860,000 บาท รับผิดชอบอยู่ในช่วงรับโอนเงิน (เม.ย.-ก.ค. 2567) เกี่ยวข้องหรือไม่กับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตเลือกตั้งในอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ 1 และข้อกล่าวหาต่อนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ กกต.มีมติยกคำร้อง (พ.ค.2567)
นายพริษฐ์ตั้งคำถามต่อ กกต.ดังนี้ 1.ในแถลงการณ์ กกต.ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับโอนเงินถูกมอบหมายให้รับผิดการไต่สวน "สำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.", สำนวนที่ว่านี้ คือสำนวนเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตเลือกตั้งใน จ.อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการกล่าวหาคุณสุขสมรวย วันทนียกุล ใช่หรือไม่ 2.กกต.ได้สอบสวนจนสิ้นข้อสงสัยแล้วหรือไม่ ว่าเส้นเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับผลการวินิจฉัยเลือกตั้งที่ 78/2567 ที่มีมติยกคำร้อง ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.ใน จ.อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ 1 และคุณสุขสมรวย และ 3.กกต.พร้อมจะเปิดเผยผลการสอบสวนและไต่สวนในทุกระดับ (เช่น ตั้งแต่ระดับจังหวัด จนมาถึงระดับประเทศ-ส่วนกลาง) หรือไม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ว่าผู้ที่รับผิดชอบในการสอบสวนไต่สวนและลงความเห็นในแต่ละระดับ เป็นใคร และมีความเห็นอย่างไร
ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณียังมีข้อสงสัยถึงการรับโอนเงินของอดีตพนักงานสอบสวนสำนักงาน กกต. จากบุคคลใน จ.อำนาจเจริญ จำนวน 13 ครั้ง รวม 860,000 บาท ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-22 ก.ค. 2567 ว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในสำนวนการเลือกตั้ง สส.ปี 2566 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนวนการเลือก สว.ปี 2567 ทั้งนี้ การเลือกตั้ง สส.มีขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.2566 และ กกต.ประกาศรับรองผลวันที่ 19 มิ.ย.2566 ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ที่ กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี หรือภายในวันที่ 18 มิ.ย. 2567 การโอนเงิน 13 ครั้งนั้น ครั้งที่ 1-11 เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1-19 เม.ย. 2567 เป็นช่วงที่ยังไม่มีการเปิดรับสมัคร สว. และ กกต.อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวนการเลือกตั้ง สส.ของ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาการพิจารณา 1 ปี โดย กกต.มีมติให้สอบเพิ่มเติมในสำนวนดังกล่าว
ส่วนการโอนครั้งที่ 12 ในวันที่ 1 มิ.ย.2567 แม้จะอยู่ในช่วงเปิดรับสมัคร สว.แล้ว แต่ยังไม่ถึงวันเลือก สว.ระดับอำเภอ และจากการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือก สว.ใน จ.อำนาจเจริญ จนถึงวันที่มีการโอนเงินครั้งดังกล่าว ไม่ปรากฏว่ามีเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การโอนครั้งที่ 13 เกิดขึ้นวันที่ 22 ก.ค.2567 หลัง กกต.ประกาศผลการเลือก สว.แล้ว และช่วงดังกล่าวมีเรื่องร้องเรียนหรือร้องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือก สว.ใน จ.อำนาจเจริญ แต่จากการตรวจสอบพบว่า อดีตพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวไม่ได้รับมอบหมายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำสำนวนคดีเลือก สว.แต่อย่างใด
นายแสวงยืนยันว่า เมื่อพิจารณาจากไทม์ไลน์การเลือกตั้งทั้ง สส.และ สว. รวมถึงการมอบหมายงานและการตรวจสอบสำนวนแล้ว อดีตพนักงานสอบสวนที่ปรากฏเป็นข่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนวนการเลือก สว. และเงินที่ได้รับโอนไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนวนการเลือก สว. แต่เป็นการรับโอนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในสำนวนการเลือกตั้ง สส.ปี 2566 ตามข้อเท็จจริงและช่วงเวลาที่ตรวจสอบได้
ที่สำนักงาน กกต. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เพื่อขอให้ชี้แจงกรณีที่ กกต.ยอมรับว่ามีการรับเงินจำนวน 860,000 บาท จาก น.ส.ญาณี ให้แก่เจ้าหน้าที่สืบสวนและไต่สวนของ กกต.จริง โดยต้องการขอทราบความชัดเจนว่า กกต.ได้ดำเนินการกับพนักงานไต่สวนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เมื่อใด และเหตุใดจึงมีบทลงโทษเพียงแค่การปลดออก ทั้งที่ระบุว่าเป็นความผิดร้ายแรง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ตรวจสอบ น.ส.ญาณี ผู้ที่ กกต.ระบุว่าเป็นผู้ให้เงิน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ที่มี สส. 2 คน ว่า กกต.ได้ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้สมัครหรือบุคคลใดแล้วหรือไม่
นายภัทรพงศ์กล่าวต่อว่า ยังมีหลายประเด็นที่ยังค้างคาใจและไม่ได้รับคำตอบ เช่น เจ้าหน้าที่ กกต.คนดังกล่าวมีพฤติกรรมร้ายแรง สร้างความเสื่อมเสียและทำลายระบบการเลือกตั้ง เหตุใดจึงมีคำสั่งเพียงแค่ "ปลดออก" แทนที่จะเป็นการ "ไล่ออก" และเหตุใดผู้ที่ให้เงินอย่าง น.ส.ญาณี จึงยังไม่ถูกดำเนินคดีและความผิดใดๆ ทั้งที่ปัจจุบันมีสถานะเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อำนาจเจริญ ทั้งนี้ กกต.ยอมรับว่ามีการรับเงินเกี่ยวข้องกับการให้สินบนในการเลือกตั้ง สส. จึงตั้งคำถามกลับว่า สส.คนดังกล่าวคือใคร และ น.ส.ญาณีทำงานให้ใคร เนื่องจากเจ้าตัวลงสมัคร ส.อบจ. ไม่ได้สมัคร สส. การนำเงินมาให้เจ้าหน้าที่ กกต. 860,000 บาท จึงไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตนเองอย่างแน่นอน แต่เป็นการรับงานมาจากใครเบื้องหลังหรือไม่ และเมื่อย้อนดูผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อปี 2566 ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.จังหวัดอำนาจเจริญทั้ง 2 เขต คือผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย
วันเดียวกัน ที่ประชุม กกต.มีการประชุมลับพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และมีมติ 5 ต่อ 2 ให้นายแสวงผ่านการประเมิน ซึ่งจะมีผลให้นายแสวงดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ต่อไปจนครบสัญญาจ้างในวันที่ 31 มีนาคม 70
เว็บไซต์สำนักงาน กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. กรณีนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครและผู้ได้รับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม โดยมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 มาตรา 54 พร้อมให้ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 สืบเนื่องจากการเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
กกต.ตรวจสอบพบว่า นายก้องเกียรติซึ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามา เคยถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาถึงที่สุดในปี 2542 ในคดีลักทรัพย์ โดยศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี และปรับ ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน และปรับ พร้อมรอการลงโทษจำคุก 2 ปี ทำให้นายก้องเกียรติมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส. ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 42 (12) และในการลงสมัครเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2568.