โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สนธิ’ ประกาศกร้าวทวงคืนประเทศไทย ซัดรัฐบาลล้มเหลวบริหาร-เตรียมเคลื่อนพลทั่วประเทศ

เดลินิวส์

อัพเดต 7 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. • เผยแพร่ 44 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
“สนธิ-คปท.-ทนายนกเขา” ประกาศจุดยืน “ทวงคืนประเทศไทย” ซัดรัฐบาลภูมิใจไทยบริหารประเทศล้มเหลว-เอื้อกลุ่มทุน ลั่นปล่อยนายกฯ สูดหายใจลึกๆ เตรียมเดินสายปลุกประชาชนทั่วประเทศ จ่อเคลื่อนพลลุยยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล 10 ก.ย. นี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ "ทนายนกเขา" ได้ร่วมกันแถลงข่าวประกาศจุดยืน "ทวงคืนประเทศไทย" โดยระบุถึงเส้นทางการต่อสู้ทางการเมืองในอดีต ภาพรวมความเชื่อมโยงของกลุ่มทุนการเมือง ตลอดจนปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

นายสนธิ เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ตนเคยนั่งอยู่ที่ห้องประชุมแห่งนี้ และประกาศตัวนำมวลชนลุกขึ้นสู้กับระบอบทักษิณ จนนำไปสู่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและการทำรัฐประหารในเวลาต่อมา จากนั้นการเมืองไทยได้ผ่านยุคสมัยมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุคพรรคเพื่อไทย รวมถึงยุคที่พรรคก้าวไกลได้รับความนิยมและมวลชนเคยร่วมกันต่อต้าน จนกระทั่งปัจจุบันการเมืองได้ก้าวมาสู่ยุคของพรรคภูมิใจไทย

นายสนธิ ได้ตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามต่อสังคมว่า เหตุใดผู้ที่เคยร่วมกันปฏิบัติการและต่อต้านระบอบทักษิณ รวมถึงผู้ที่เคยร่วมต้านพรรคก้าวไกล กลับหันมาสนับสนุนและเห็นด้วยกับการกระทำของพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีพฤติกรรมแตกต่างไปจากระบอบทักษิณ อาจมีความร้ายแรงกว่า

พร้อมระบุว่าเครือข่ายนักการเมืองและกลุ่มทุนต่างๆ ล้วนมีความเกี่ยวโยงและรู้จักกันเป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยพรรคภูมิใจไทย อาศัยความฉลาดและเจ้าเล่ห์ในการชูจุดยืนปกป้องสถาบันกษัตริย์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดคะแนนเสียงและสร้างความเข้าใจให้ประชาชนคิดว่าหากไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยแล้วสถาบันจะเป็นอันตราย ก่อนจะอาศัยระบบบ้านใหญ่และใช้เงินทุนในการรวบรวม สส. เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ

ในการแถลงข่าวยังได้กล่าวถึงปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ โดยระบุว่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในทุกหัวระแหงและไม่สามารถตอบคำถามต่อสังคมได้ ในประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น ปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชัน กรณีการกักตุนน้ำมันที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างแท้จริง, โครงการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีวงเงินหมุนเวียนหลัก 4,000 ถึง 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีเอกสารหลักฐานปรากฏชื่อผู้มีอำนาจระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องในการยกเลิกการประมูลเดิมและเปลี่ยนผ่านการจัดสอบ, การตรวจสอบการสร้างสนามบินขนอม, รวมถึงกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. ที่มีคณะกรรมการของ DSI ตรวจพบพยานหลักฐาน คลิปวิดีโอ และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยระดับสูง แต่กลับมีการโยกย้ายข้าราชการและตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเจ้าหน้าที่ DSI ที่ทำคดี, ปัญหาข้อพิพาทและที่ดิน กรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง ซึ่งแม้ศาลฎีกามีคำพิพากษาเด็ดขาดแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ แต่กลับไม่มีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และกระทรวงมหาดไทยถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาความไม่มีศีลธรรมและการบิดเบือนข้อเท็จจริง และปัญหาอธิปไตยของชาติและทุนสีเทา การปกป้องอธิปไตยในพื้นที่พิพาท เช่น กรณีบ้านหนองจานที่ต้องอาศัยกำลังทหารในการรักษาพื้นที่ ตลอดจนปัญหาการปล่อยปละละเลยให้ชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศเข้ามาแสวงหาประโยชน์ในประเทศไทยผ่านนอมินีและธุรกิจสีเทา ทั้งชาวยิว จีน เมียนมา กัมพูชา รัสเซีย และอินเดีย รวมถึงปัญหามาตรการวีซ่าฟรีและการควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานและน้ำจำนวนมากในชุมชน

นายสนธิ ประกาศกร้าวว่า ตนและเครือข่ายจะเดินหน้าลุกขึ้นมาทวงคืนประเทศไทย โดยในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. เวลา 09.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์ที่สถานทูตอิสราเอล ถนนสุขุมวิท จากนั้นจะเริ่มเดินทางลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่างๆ ทั้งภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและรวบรวมพลังประชาชนที่ต้องการเห็นรัฐบาลที่มีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ และมีความกล้าหาญ พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยขอให้ประชาชนร่วมกันติดตามและจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ช่วงท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการฝากข้อความไปถึงนายกรัฐมนตรี นายสนธิ กล่าวว่า "ปล่อยไปเหอะ ไม่ว่าอะไร อยากพูดไรก็พูดไป ไม่ต้องฝาก ขอให้สูดหายใจเข้าไปลึกๆ" พร้อมทั้งฝากถึงประชาชนที่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของตนว่าให้ออกมาแสดงพลังให้มากขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...