โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘น้ำท่วมเนปาล’ อาจทำให้ ‘บริษัทประกันภัย’ สูญเงินกว่า 4,400 ล้านบาท

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหนึ่งในบริษัทประกันภัยชั้นนำ เผยว่า น้ำท่วมเนปาล เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียในด้านประกันภัยเชิงพาณิชย์ มากกว่า 20,000 ล้านรูปีเนปาล หรือราว 4.4 พันล้านบาท โดยโครงการพลังงานน้ำครองสัดส่วนการเรียกร้องค่าชดเชยจากประกันมากที่สุด เนื่องจากสิทธิความคุ้มครองจะครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าด้วย

ส่วนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันบาดเจ็บจากการทำงาน อาจต้องดำเนินการแยกกัน หลังจากเจ้าหน้าที่ยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก

ภัยพิบัติบริเวณชายแดนเนปาลใกล้กับภูมิภาคทิเบตของจีนคาดว่า สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัยที่มีประชากรราว 30 ล้านคน มากถึง 2.56 หมื่นล้านดอลลาร์ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,200 คน และมีผู้สูญหายจำนวนมาก

โครงการพลังงานน้ำอาจทำให้ประกันสูญเงินจำนวนมาก

โทตัน ชาคราบอร์ตี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทประกันภัย Oriental Insurance Company Nepal กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำของเนปาล 11 โครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ บางโครงการได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัยเชิงพาณิชย์มาตรฐาน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย

ชาคราบอร์ตี เผยว่า โครงการพลังงานน้ำตามแนวแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบเกิดความเสียหายอย่างหนัก ในหลายกรณี เส้นทางเข้าถึงและโครงสร้างพื้นฐานเหนือพื้นดินของโครงการถูกน้ำพัดหายไป โดยโครงการพลังงาน ทั้งโครงการ Rasuwagadhi, Upper Trishuli-3A, Chilime และ Devighat ได้รับผลกระทบโดยตรง และอีก 5 โครงการกำลังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย

ข้อมูลจากสำนักงานประกันภัยแห่งเนปาลแสดงให้เห็นว่า ณ วันที่ 31 สิงหาคม หน่วยงานกำกับดูแลได้รับคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมแล้ว 583 รายการ คิดเป็นมูลค่า 2.587 หมื่นล้านรูปีเนปาล (ราว 5.6 พันล้านบาท)

ชาคราบอร์ตีบอกว่า ตัวเลขดังกล่าวส่วนใหญ่สะท้อนถึงมูลค่าความเสี่ยงที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของประกันภัย มากกว่าจะเป็นมูลค่าการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนขั้นสุดท้าย ซึ่งจะทราบได้ก็ต่อเมื่อการสำรวจรายละเอียดความเสียหายแล้วเสร็จ

ซีอีโอรายนี้เตือนด้วยว่า การเรียกร้องค่าชดเชยอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกหากการซ่อมแซมทำให้การเปิดใช้งานโครงการล่าช้า เนื่องจากกรมธรรม์บางฉบับ ระบุว่า จะจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้พัฒนาโครงการในกรณีที่สูญเสียรายได้อันเนื่องมาจากการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ที่ล่าช้า

อนึ่ง บริษัท Oriental Insurance Nepal ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของบริษัทประกันภัยสัญชาติอินเดียที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงนิวเดลี เป็นหนึ่งในบริษัทประกันภัยชั้นนำในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ ผู้บริหารในอุตสาหกรรมประกันภัยอีก 4 รายมองว่า น้ำท่วมอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อการประกันภัยโครงสร้างพื้นฐานในเทือกเขาหิมาลัยด้วย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติกล่าวกับรอยเตอร์ในสัปดาห์นี้ว่า ภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยเผชิญกับความเสี่ยงร้ายแรงจากแผ่นดินไหวและน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เบนจามิน อิง หัวหน้าฝ่ายพลังงานประจำภูมิภาคเอเชียจาก Aon บริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยระหว่างประเทศ กล่าวว่า “เหตุการณ์น้ำท่วมภูเขาครั้งล่าสุดในเอเชียใต้ อาจทำให้บริษัทประกันภัยต้องทบทวนความเสี่ยงด้านพลังงานน้ำและโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง” และเสริมว่า บริษัทประกันอาจกำหนดข้อจำกัดเพิ่มเติม ลดวงเงินความคุ้มครองย่อย และจำกัดขอบเขตความคุ้มครองให้แคบลง ส่งผลให้เบี้ยประกันสูงขึ้นและการพิจารณารับประกันภัยมีความเข้มงวดมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...