หุ้นเทคโนโลยีฟื้นแรง ดัน Nasdaq 100 มูลค่าพุ่ง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ใน 4 วัน
หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้มูลค่าตลาดของ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้นถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ ภายใน 4 วัน ท่ามกลางเม็ดเงินที่ไหลกลับเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยีอีกครั้ง
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 16.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐกลับมาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ส่งผลให้มูลค่าตลาดของดัชนี Nasdaq 100 เพิ่มขึ้นถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 4 วันทำการ หลังผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มสร้างผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
ตลอดช่วง 4 วันที่ผ่านมา ดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวขึ้น 9.3% นับเป็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษี "Liberation Day" โดยการรีบาวด์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังดัชนีเคยปรับฐานลงกว่า 11% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน
แรงซื้อกระจายตัวในหุ้นเทคโนโลยีหลายกลุ่ม ทั้งผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ บริษัทซอฟต์แวร์ และกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาด สะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI มูลค่ามหาศาลยังคงเดินหน้าต่อ และเริ่มสร้างรายได้ให้กับหลายบริษัท
หุ้นที่ปรับตัวโดดเด่นในช่วงดังกล่าว ได้แก่ Sandisk พุ่ง 41%, Palantir Technologies เพิ่มขึ้น 32%, Microsoft บวก 26%, Alphabet และ Nvidia ปรับขึ้นราว 11%
เดวิด เรนวิลล์ ผู้จัดการกองทุน Sycomore Sustainable Tech กล่าวว่า ตลาดเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อหุ้น AI โดยนักลงทุนไม่ได้มองเพียงว่าบริษัทใดใช้เงินลงทุนสูงหรือได้รับประโยชน์จากการลงทุนอีกต่อไป แต่เริ่มพิจารณาศักยภาพการสร้างผลตอบแทนของแต่ละบริษัทมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Goldman Sachs Prime Brokerage ระบุว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์กลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสัปดาห์ที่ผ่านมาในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 หลังจากก่อนหน้านี้ลดสถานะลงทุนและปิดการขายชอร์ตจำนวนมากในช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีปรับฐาน
นอกจากนี้ข้อมูลของ Bloomberg Intelligence ยังพบว่า 90% ของบริษัทเทคโนโลยี รายงานผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ยังถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม โดยนักลงทุนให้รางวัลกับบริษัทที่สามารถสร้างรายได้จาก AI ได้อย่างชัดเจน ขณะที่บริษัทที่ยังไม่สามารถแสดงผลตอบแทนจากการลงทุนได้กลับถูกกดดัน
ตัวอย่างเช่น ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม - 4 สิงหาคม หุ้น Nebius Group พุ่งถึง 52% ขณะที่ Apple กลับปรับตัวลง 8.5% ทำให้ผลตอบแทนของทั้งสองบริษัทแตกต่างกันมากถึง 61 จุดเปอร์เซ็นต์
ด้านนักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank มองว่า การหมุนเงินกลับเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยียังมีโอกาสดำเนินต่อ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ซึ่งยังมีระดับการถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และอาจเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด หากกระแสการลงทุนใน AI ยังคงเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี
อ้างอิง : www.bloomberg.com