โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รู้แล้วยิ่งสะเทือนใจ! เปิดผลชันสูตรเบื้องต้น จิ๋วไทรโยค หลังเจ้าหน้าที่พยายามช่วยเต็มที่

สยามนิวส์

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมสยามนิวส์
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติไทรโยค รายงานความคืบหน้ากรณีลูกช้างป่าพลัดหลง จิ๋วไทรโยค ที่ล้มลงอย่างสงบ ณ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเปิดเผยผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้น และดำเนินการตามขั้นตอนทางสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

วันที่ 5 สิงหาคม 2569กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานระบุว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติไทรโยค รายงานความคืบหน้ากรณีลูกช้างป่าพลัดหลง จิ๋วไทรโยค ที่ล้มลงอย่างสงบ ณ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมเปิดเผยผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้น และดำเนินการตามขั้นตอนทางสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง

เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูป สวดมาติกาบังสุกุลและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับจิ๋วไทรโยค ภายในอุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนที่ในเวลา 11.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค จะเข้าตรวจสอบและลงบันทึกประจำวัน เพื่อดำเนินการส่งซากเข้าสู่กระบวนการผ่าชันสูตรทางสัตวแพทย์

ต่อมาในช่วงเวลา 12.00-16.00 น. ทีมสัตวแพทย์ นำโดย สพ.ญ.เปมิกา แก่นจันทร์ และ น.สพ.ชนะศักดิ์ จิตตวะนา สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอไทรโยค ร่วมกับ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ร่วมกันผ่าชันสูตรซาก ณ โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน

ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบความผิดปกติของอวัยวะภายในหลายจุด ได้แก่ สะดือยังไม่ปิดสนิท ตับมีขอบมน สีออกเหลือง และมีเนื้อแข็งกว่าปกติ ม้ามมีสีไม่สม่ำเสมอ ลิ้นมีบาดแผล เยื่อหุ้มหัวใจมีสีเหลือง ไตทั้งสองข้างมีลักษณะนิ่มเหลวและพบปื้นเลือดออก ขณะที่ระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ มีสีแดงผิดปกติ

คณะสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างเพื่อนำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อทำการเพาะเชื้อ ตรวจหาเชื้อ และตรวจทางจุลพยาธิวิทยา โดยคาดว่าจะทราบผลสรุปสาเหตุการตายอย่างชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์

นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ได้ทุ่มเทดูแลจิ๋วไทรโยคอย่างเต็มกำลังนับตั้งแต่วันที่พบตัว แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความเสียใจ แต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะดำเนินการตามขั้นตอนทางสัตวแพทย์อย่างรอบคอบ เพื่อค้นหาสาเหตุการตายที่แท้จริง และนำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลสัตว์ป่าพลัดหลงในอนาคต

จากนั้นในช่วงเวลา 16.00-17.00 น. ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย นายพีร พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกันประกอบพิธีฝังกลบซากลูกช้างป่าตามหลักวิชาการ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยขุดหลุมให้ซากอยู่ใต้ผิวดิน โรยปูนขาวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และกลบดินพูนหลุม ก่อนร่วมกันไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเร่งติดตามผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ และจะแจ้งผลสรุปสาเหตุการตายของลูกช้างป่า จิ๋วไทรโยค ให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...