โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมธรณี เผยสาเหตุน้ำป่า แผ่นดินถล่ม "ชายแดนทิเบต-เนปาล" เกิดจากมวลธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่ถล่มจากหน้าผาเทือกเขาหิมาลัย

สวพ.FM91

อัพเดต 47 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เพจ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี รายงานเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ชายแดนทิเบต-เนปาล เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69 บริเวณชายแดนทิเบต–เนปาล แถบหุบเขาแม่น้ำ Bhote Koshi และ Lhende River ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตราซูวา จังหวัดพากมาตี ประเทศเนปาล กับเขตจี่หรง เมืองชิกัตเซ เขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีน

สาเหตุเกิดจากการถล่มของมวลธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่บนที่สูง โดย USGS ยืนยันว่าแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.2 ที่ตรวจพบ ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากพลังงานมหาศาลของมวลธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่ที่ถล่มลงมาจากหน้าผาสูงบนเทือกเขาหิมาลัยในเขตจี่หรง ร่วงลงมาทับถมปิดกั้นลำน้ำ Lhende River ซึ่งเป็นต้นน้ำ จนกลายสภาพเป็นเขื่อนธรรมชาติชั่วคราวกักเก็บน้ำ ไว้อย่างรวดเร็ว กระทั่งแรงดันน้ำมหาศาลดันให้เขื่อนธรรมชาติดังกล่าวพังทลายลงอย่างฉับพลัน ทำให้ปลดปล่อยมวลน้ำปนตะกอนโคลน ก้อนหิน และท่อนไม้ทะลักลงมาตามหุบเขาอย่างรุนแรง

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 177 ราย ทั้งในฝั่งเนปาลและทิเบต และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 1,300 คน นอกจากนี้ มวลน้ำปนตะกอนโคลนยังไหลทะลักเข้าทำลายด่านศุลกากรพรมแดนราซูวา สะพานมิตรภาพ อาคารบ้านเรือน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำตามแนวแม่น้ำเสียหายหนักกว่า 8 แห่ง ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีธารน้ำแข็งหรือหิมะสะสมถาวร แต่การเกิดในประเทศไทยเป็นลักษณะของดินหรือหินถล่มปิดกั้นลำน้ำแล้วพังทลายฉับพลันจนเกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรง ซึ่งปัจจัยกระตุ้นหลักคือ ปริมาณน้ำฝน เนื่องจากมีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาสูงชันในภาคเหนือและภาคใต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...