โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดพฤติการณ์ นายกเฮง-นวพร เครือข่ายซื้อตำแหน่งท้องถิ่น 6.5 แสน บก.ปปป. ยืนยันไม่เว้นตัวการใหญ่-ไร้กลั่นแกล้งทางการเมือง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เปิดพฤติการณ์ นายกเฮง-นวพร เครือข่ายซื้อตำแหน่งท้องถิ่น 6.5 แสน บก.ปปป. ยืนยันไม่เว้นตัวการใหญ่-ไร้กลั่นแกล้งทางการเมือง

วันนี้ (27 สิงหาคม) เวลา 18.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการจับกุม ประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ ‘นายกเฮง’ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย และ นวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ อบต. แห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ หลังพบพฤติการณ์ร่วมกันเรียกรับเงินรายละ 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เข้าร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยพบพฤติการณ์ว่า ประวิทย์ ทำหน้าที่เป็นนายหน้า และมี นวพร เป็นผู้ติดต่อ ชักชวนผู้เข้าสอบ และรวบรวมเงิน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า เฉพาะในสายของประวิทย์ช่วงรอบปีงบประมาณ 2568 (เรียกรับเงินในปี 2567) มีผู้เสียหายมากกว่า 100 คน

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีผู้เข้าสอบประมาณ 57 ราย มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบได้และได้รับการบรรจุรับราชการในปี 2569 ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มนี้น่าจะมีการจ่ายเงินครบตามจำนวนแล้ว ส่วนอีกกว่า 40 รายที่จ่ายเงินแต่สอบไม่ได้ ได้พยายามทวงเงินคืนแต่ประวิทย์มีพฤติการณ์บ่ายเบี่ยงและหลบหนี ทั้งนี้ ตำรวจจะทำการเรียกผู้ได้รับการบรรจุทั้ง 57 รายมาสอบสวนเป็นรายบุคคล เพื่อพิสูจน์เจตนาว่าเกิดจากการทุจริต หรือสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง

ส่วนกรณีที่ประวิทย์กล่าวอ้างว่าบัญชีไลน์ถูกปลอมแปลง หรืออ้างว่าสามารถแก้ไขข้อสอบได้นั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม ยืนยันว่าพบเส้นทางทางการเงินและบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน โดยคดีนี้พฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตในลักษณะเป็นตัวกลางเรียกรับเงินเพื่อนำไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่เพียงคดีฉ้อโกงธรรมดา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า คดีนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของ พิชิต ทั้งพรม ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน และพนักงานสอบสวนจะรวบรวมสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 30 วัน เพื่อนำไปรวมกับสำนวนหลัก พร้อมย้ำว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือดิสเครดิตพรรคการเมืองใด โดยเชื่อว่าจะสามารถพิจารณากันบุคคลไว้เป็นพยาน เพื่อขยายผลไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังระดับที่สูงกว่าได้

รายงานข่าวเชิงลึกระบุเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มผู้ได้รับบรรจุ 57 รายในสายของประวิทย์นั้น พบข้อมูลว่ามีการแก้ไขคะแนนสอบจริง และเป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้มีรายชื่อเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นรวมกว่า 5,900 รายทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...