“ปูติน” เปิดทางแบงก์ชาติรัสเซียพักลดดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อเร่งแตะ 6.3%
แบงก์ชาติรัสเซียจ่อพักลดดอกเบี้ย คงไว้ที่ 14% หลังเงินเฟ้อเร่ง ขณะที่ "ปูติน" ยอมรับดอกเบี้ยสูงจำเป็นต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ
วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางรัสเซียเตรียมตัดสินใจอีกครั้งว่าจะหยุดพักวงจรการลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ ขณะที่เอลวิรา นาบิอุลลินา ผู้ว่าการธนาคารกลาง เผชิญความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาการจัดหาเชื้อเพลิงและการใช้จ่ายภาครัฐที่เร่งตัว แม้แรงกดดันทางการเมืองต่อการดำเนินนโยบายการเงินจะดูผ่อนคลายลงก็ตาม
แหล่งข่าวที่รับทราบการหารือ ระบุว่า แม้การเลือกตั้งรัฐสภารัสเซียจะมีขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย แต่ทำเนียบเครมลินไม่ได้กดดันให้ธนาคารกลางเลือกแนวทางใดเป็นพิเศษ โดยในการประชุมวันศุกร์ ผู้กำหนดนโยบายมีแนวโน้มพิจารณาระหว่างการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 14% กับการลดดอกเบี้ยเล็กน้อย 0.25% สู่ระดับ 13.75%
สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเดือนก.ค. เมื่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ส่งสัญญาณอย่างตรงไปตรงมาถึง 2 ครั้งว่าดอกเบี้ยควรอยู่ในระดับต่ำลง ก่อนการประชุมนโยบายการเงิน ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนและภาคธุรกิจว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้วงจรลดดอกเบี้ยต้องยุติลง
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางรัสเซียเดินหน้าลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกัน แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาจะเร่งตัว และการคาดการณ์เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ท่ามกลางภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงจากการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครน
ต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูงยังคงสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจรัสเซีย โดยบีบกำไรภาคธุรกิจและฉุดการลงทุน แต่ท่าทีของปูตินในเดือนนี้เปลี่ยนไป โดยเขาระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูงเป็นการตัดสินใจโดยตั้งใจและมีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค
ท่าทีดังกล่าวทำให้นาบิอุลลินามีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายมากขึ้น หากตัดสินใจพักการลดดอกเบี้ยเพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ โดยรัฐบาลจะเปิดเผยแผนงบประมาณฉบับปรับปรุงสำหรับปีนี้และเป้าหมายการคลังระยะ 3 ปีในช่วงปลายเดือน ก.ย. ขณะที่ธนาคารกลางยังไม่ได้ปรับประมาณการผลกระทบจากปัญหาเชื้อเพลิงต่อระดับราคา
โอลกา เบเลนกายา นักเศรษฐศาสตร์จาก Investment Company Finam ในกรุงมอสโก กล่าวว่า การขาดข้อมูลที่เพียงพอในขณะนี้ ประกอบกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สนับสนุนให้ธนาคารกลางพักการลดดอกเบี้ย โดยเธอมองว่าการคงดอกเบี้ยมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าการปรับลด
นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ Bloomberg สำรวจคาดว่าธนาคารกลางรัสเซียจะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ โดยมีเพียง 3 คนจากทั้งหมด 11 คนที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 13.75%
อย่างไรก็ตาม แม้ธนาคารกลางจะคงดอกเบี้ยในวันศุกร์ ต้นทุนการกู้ยืมยังมีแนวโน้มปรับลดลงก่อนสิ้นปีเฮอร์แมน เกรฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sberbank ระบุว่า ธนาคารกลางอาจใช้วิธี “พักเชิงยุทธวิธี” ระหว่างประเมินสถานการณ์ แต่ยังสามารถลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 13-13.5% ภายในสิ้นปี พร้อมเตือนว่าภาคเศรษฐกิจจะเริ่มได้รับการผ่อนคลายอย่างมีนัยสำคัญก็ต่อเมื่อดอกเบี้ยลดลงสู่ระดับ 10-12%
แรงกดดันเงินเฟ้อจำนวนมากยังเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้กำหนดนโยบาย โดยรัฐบาลรัสเซียใช้จ่ายเร็วกว่าที่วางแผนไว้ในปีนี้ ขณะที่กระทรวงการคลังได้ยกเลิกเป้าหมายการขจัดการขาดดุลงบประมาณเชิงโครงสร้างในช่วงหลายปีข้างหน้า ทำให้แผนงบประมาณฉบับปรับปรุงกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
อเล็กซานเดอร์ อิซาคอฟ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Sberbank และ VEB กล่าวว่า แม้การตัดสินใจดอกเบี้ยเดือนก.ย.จะเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่ปัจจัยสำคัญคือ วัฏจักรการคลัง มากกว่าวัฏจักรการเลือกตั้ง
ด้านเงินเฟ้อรายปีของรัสเซียเร่งตัวขึ้นอีกครั้งมาอยู่ที่ 6.3% หลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันเบนซินปรับสูงขึ้น ก่อนที่ต้นทุนดังกล่าวจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าหลากหลายประเภท
อเล็กเซย์ ซาบอตคิน รองผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย ระบุเมื่อปลายเดือน ส.ค.ว่า ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสูงขึ้นประมาณ 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยอิงจากสถานการณ์ในช่วงครึ่งแรกของเดือน มิ.ย. และธนาคารกลางจะยังไม่มีประมาณการใหม่จนถึงเดือน ต.ค.
ค่าเงินรูเบิลเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันด้านราคา โดยรูเบิลอ่อนค่าลงประมาณ 16% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หลังรายได้จากการส่งออกลดลง ขณะที่ความต้องการเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการนำเข้าเชื้อเพลิงและอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมโรงกลั่นน้ำมัน
อันเดร เมลาเชนโก นักวิเคราะห์จาก Renaissance Capital ระบุว่า นับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อน น้ำหนักของปัจจัยต่าง ๆ เปลี่ยนไปสนับสนุนการพักลดดอกเบี้ยมากขึ้น โดยกำลังการผลิตบางส่วนที่สูญเสียไปอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าที่ธนาคารกลางเคยประเมินไว้ในเดือน ก.ค.
นอกจากนี้การโจมตีคลังสินค้าที่ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ใช้งานยังอยู่ในความสนใจของธนาคารกลาง แม้ในขณะนี้ผู้กำหนดนโยบายประเมินว่าผลกระทบโดยรวมต่อเงินเฟ้อน่าจะจำกัด อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์เงินเฟ้อของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญสำหรับนโยบายการเงิน ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี
แม้ผู้กำหนดนโยบายส่งสัญญาณว่าวงจรการลดดอกเบี้ยยังไม่สิ้นสุด แต่ธนาคารกลางได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ณ สิ้นปี 2569 เป็น 6%-7% ซึ่งหมายความว่าเงินเฟ้อรัสเซียมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมาย 4% เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน
อเล็กซานเดอร์ โคลยันเดอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุโรปของ Eurasia Group มองว่าเงินเฟ้อสูงซึ่งในอดีตถือเป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจรัสเซียและเป็นสิ่งที่เครมลินไม่ต้องการเห็น กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้น เนื่องจากปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศในปัจจุบันมีน้ำหนักทางการเมืองมากกว่าความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบในอนาคต
อ้างอิง : www.bloomberg.com