โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทย-เวียดนาม “คู่ค้า-คู่แข่ง ” ตลาดผลไม้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 22 พ.ค. 2565 เวลา 01.41 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 23.00 น.

ปัจจุบันเวียดนามเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 5 ของไทยในโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซีย ในช่วงปีพ.ศ.2560 – 2564 การค้าระหว่างไทยกับเวียดนามมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 17,767 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3.32 ต่อปี โดยในปี 2564 มีมูลค่าการค้าไทย – เวียดนามรวม 19,477 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 17.31 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 5,599 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ผ่านมา เวียดนามนําเข้าทุเรียนจากไทยและกัมพูชาเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 ไทยและเวียดนามได้ร่วมหารือประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาค และพหุภาคี ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง ความร่วมมือสร้างการค้าที่สมดุล ขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน เพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมายทางการค้า 25,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2568

ผลไม้ไทย -เวียดนาม

“ทุเรียน ” เป็นหนึ่งในผลไม้นำเข้าสำคัญที่เวียดนามสั่งซื้อจากไทย โดยอาศัยการขนส่งผ่านบริเวณชายแดน ทุเรียนไทยที่เวียดนามสั่งซื้อจะถูกส่งออกไปขายทำกำไรในประเทศจีน เนื่องจากเวียดนามมีชายแดนติดกับประเทศจีน ได้แก่ ด่านหม่องก๋ายของเวียดนาม กับด่านตงซิงของจีน ด่านหวูหงิของเวียดนามกับด่านโหย่วอี้กวานของจีน และด่านรถไฟด่งดังของเวียดนาม กับด่านรถไฟผิงเสียง ซึ่งรัฐบาลไทยขอให้เวียดนามช่วยเจรจากับจีนให้เปิดด่าน 24 ชั่วโมง และเพิ่มช่องทางกรีนเลน (Green Lane) เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทยที่ผ่านกระบวนการปลอดโควิดข้ามแดนเข้าสู่ประเทศจีนได้คล่องตัวมากขึ้น

ที่ผ่านมา เวียดนามนำเข้าผลไม้เมืองหนาวจากจีน เช่น แพร์ พลัม แอปเปิล ส้ม ฯลฯ มากกว่าร้อยละ 50 ของผลไม้ที่นำเข้าทั้งหมด รองลงมาคือผลไม้จากไทย เช่น มะม่วงเขียว ( มะม่วงทานดิบ ) มังคุด มะขาม ลางสาด ลองกอง ทั้งนี้เวียดนามได้ระงับการนำเข้า เงาะและมะม่วงไทย ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2558 โดยอ้างว่า มีแมลงที่เป็นศัตรูพืชกักกันของเวียดนาม 3 ชนิด อย่างไรก็ตามไทยพยายามเจรจาขอให้เวียดนามยกเลิกการระงับการนำเข้าเงาะ และมะม่วง ซึ่งเวียดนามรับเรื่องไปพิจารณาต่อไป

ผลไม้ไทยที่จำหน่ายในประเทศเวียดนาม มีราคาสูงกว่าผลไม้เวียดนาม 2 – 3 เท่าตัวเพราะผลไม้ไทยได้รับความเชื่อถือด้านความปลอดภัยจากสารเคมี และมีคุณภาพผลไม้ดีกว่าผลไม้เวียดนาม ทำให้ผลไม้ไทยได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคที่มีรายได้สูงและระดับกลาง ขณะที่ผลไม้จากจีน ไม่ได้รับความไว้วางใจด้านสุขอนามัยจึงสามารถครองตลาดผู้บริโภคที่มีรายได้ต่ำ เพราะมีราคาถูก

เวียดนามมีพื้นที่เพาะปลูกผลไม้ขนาดเล็กกระจัดกระจายทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง ( ประมาณร้อยละ 35 ของพื้นที่ปลูกผลไม้ทั้งประเทศ )ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ ( ประมาณร้อยละ 17 ) และตอนกลางของภาคใต้ซึ่งส่วนใหญ่เพาะปลูกแก้วมังกร มะม่วงและองุ่น

ปัจจุบันเวียดนามผลิตผลไม้ได้หลากหลายชนิดได้แก่ กล้วย ลำไย มะม่วง เกรปฟรุ้ตแต่ แก้วมังกร (Dragon fruit) ทำรายได้จากการส่งออกให้ประเทศมากที่สุด และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในตลาดโลก เวียดนามพัฒนามาตรฐาน Viet GAP และมาตรฐานผลไม้ออร์แกนิก (organic) เพื่อให้การรับรองคุณภาพผลไม้อื่นๆ เช่น มะม่วง ลำไย ส้มโอ สับปะรดและลิ้นจี่ ฯลฯ เพื่อผลักดันให้มีการส่งออกมากขึ้น

เวียดนาม นอกจากจำหน่ายในรูปผลไม้สดแล้ว ยังมุ่งสร้างมูลค่าสินค้าโดยใช้กระบวนการการแปรรูปผลไม้ ทั้งผลไม้กระป๋องและผลไม้แห้ง โดยแบรนด์สินค้าผลไม้อบแห้ง “Vinamit” ของโรงงานแปรรูปเวียดนามรายใหญ่ที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่โดยส่งออกสินค้ามาขายตลาดจีนและไทย

ปัจจุบันเวียดนามได้ผลิตผลไม้ที่มีต้นกำเนิดจากไทย คือ ลางสาด มะม่วงเขียว และทุเรียนหมอนทอง โดยผลผลิตส่วนใหญ่ขายภายในประเทศ ยังไม่สามารถส่งออกได้ นอกจากนี้มีการนำเข้าต้นไม้จากไทยเพื่อขายให้เกษตรกรเวียดนามโดยตรงเพื่อใช้เพาะปลูกเชิงการค้า

ทุเรียน สินค้าขายดี

แหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของโลก ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย มาเลเชีย ฟิลิปปินส์และตอนเหนือของออสเตรเลีย การผลิตทุเรียนในอาเซียนช่วง 10 ปี (2554-2563) อินโดนีเซียครองแชมป์การผลิตทุเรียนมากที่สุดของโลก ตามด้วยไทย มาเลเชีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ แต่ทุเรียนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ส่งออกน้อยเพราะมีข้อจำกัดด้านคุณภาพและมาตรฐานการส่งออก

ก่อนหน้านี้ นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เคยวิเคราะห์แนวโน้มตลาดทุเรียนในอนาคตว่า ภายในปี 2569 ผลผลิตทุเรียนไทยแซงหน้าอินโดนีเซีย ตามมาด้วย มาเลเซีย และเวียดนาม โดยในปี 2568ผลผลิตทุเรียนไทยมากเป็นอันดับ 1 (39.2%) อินโดนีเซียเป็นอันดับ 2 (30.6%)

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยครองแชมป์แหล่งผลิตทุเรียนอันดับ 1 ของโลก เป็นผลมาจากการขยายพื้นที่เพาะปลูก มีการดูแลเอาใจใส่บำรุงรักษามากขึ้น สภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวย ทำให้มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยทุเรียนไทยมีตลาดคู่ค้าสำคัญ คือ จีน ฮ่องกง และเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม ผลผลิตทุเรียนเวียดนาม มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น 19.9% จำนวน 416,788 ตัน ในปี 2568 บริโภคในประเทศเพิ่ม 7.4% จำนวน 251,323 ตัน ในปี 2568 ส่งออกเพิ่ม 46 เท่า จำนวน 165,465 ตัน ในปี 2568 เทียบจากปี 2563 โดยปี 2563 มีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 67.4% ส่งออก 32.6% และในปี 2568 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 60.3% ส่งออก 39.7%

เรื่องการปลูกทุเรียน ประเทศเวียดนามนับเป็นคู่แข่งขันสำคัญที่น่าจับตามากที่สุดเพราะเวียดนามมีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทำให้การส่งออกทุเรียนจากเวียดนามไปจีนทำได้สะดวกและรวดเร็ว ตั้งแต่ปี 2559เป็นต้นมา เกษตรในเวียดนามแห่ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองกันเป็นจำนวนมากกว่า 2 แสนไร่ โดยแหล่งปลูกทุเรียนมากที่สุดในบริเวณภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดเตี่ยนซาง จังหวัดเบ๋นแจ จังหวัดหวิงล็อง และพื้นที่ในบริเวณที่ราบสูงตะวันตก เช่น จังหวัดเลิมด่ง จังหวัดดั้กลัก

โดยเฉพาะใน อําเภอดะฮวาย (Da Huoai) จังหวัดเลิมด่ง บริเวณที่ราบสูงตะวันตกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสําหรับการผลิตและส่งออกทุเรียนของเวียดนาม พื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกทุเรียนมากกว่า 16,875 ไร่ ส่วนใหญ่นิยมปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองของไทย สายพันธุ์ Do Na และสายพันธุ์ R16 โดยมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกันยายน

นอกจากนี้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้และที่ราบสูงตะวันตกของเวียดนาม ยังนิยมเพาะปลูกทุเรียนสายพันธุ์ไทยเช่น ชะนี และก้านยาว รวมทั้งทุเรียนสายพันธุ์ท้องถิ่น เช่น สายพันธุ์ Do Na สายพันธุ์ R16 สายพันธุ์ Chuong Bo สายพันธ์ Kho qua และสายพันธุ์ Cai Mon

กระทรวงพาณิชย์ของเวียดนามคาดการณ์ว่า สามารถผลิตทุเรียนได้ไม่ต่ำกว่า 330,000 ตันต่อปี โดยแหล่งปลูกสำคัญคือ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงใต้ การบริโภคทุเรียนภายในประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 และส่งออก ร้อยละ 60 ของปริมาณที่ปลูกได้ โดยทุเรียนส่วนใหญ่ที่วางขายในตลาดทั่วไปมาจากจังหวัดด่งนาย จังหวัดเตี่ยนซาง จังหวัดเบ๋นแจ และจังหวัดหวิงล็อง โดยผลผลิตทุเรียนส่วนใหญ่ มุ่งส่งออกประเทศจีนเป็นหลัก รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

-จับตาตลาดทุเรียนในเวียดนาม ‘คู่แข่ง’ ทุเรียนไทย https://www.bangkokbanksme.com/en/vietnamese-durian

– ชาวสวนทุเรียนควรรู้อีก5 ปีจะเกิดอะไร ม.หอค้าชี้ตลาดจีน เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2651868

-ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนมีนาคม 2565 โดย สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

-คู่มือ การค้าและการลงทุนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จัดทำโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

– ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ไทย ถูกใจคนต่างแดน กลุ่มพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์

………………………..

ร่วมส่งเสียงเชียร์นักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ให้สุดแรงใจ พร้อมร่วมสนุกกับแคมเปญกีฬาสุดยิ่งใหญ่’ ‘MATICHON – KHAOSOD SEA GAMES 2022’ โดยมติชน-ข่าวสด ในเครือมติชน ได้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ถึง 26 พฤษภาคมนี้ และสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ได้ทุกสื่อในเครือมติชน ที่ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย . #ซีเกมส์ #ซีเกมส์2021 #ซีเกมส์2022

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...