โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นได้รับประโยชน์ จาก ‘วิกฤตอาหารขาดแคลน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 มิ.ย. 2565 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2565 เวลา 02.09 น. • The Bangkok Insight

ทั่วโลกกำลังเจอกับ "วิกฤตอาหารขาดแคลน" (Global Food Crisis) โดยพบว่าดัชนีราคาอาหาร หรือ Food Price Index ในช่วงต้นปี 2565 ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเป็นสติถิสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี

เก็บข้อมูลโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่คำนวณการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าอาหารและโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายทั่วโลก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ น้ำมันพืช และน้ำตาล

วิกฤตอาหาร

วิกฤตอาหารมีสาเหตุหลักอยู่ 3 ประเด็นด้วยกัน

1. ผลจากภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพราะทั้ง 2 ประเทศถือเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าทางการเกษตร เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด และน้ำมันพืชจากเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

2. การเกิดภาวะโลกร้อน จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างหนักในหลายประเทศ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำลง

3. ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว และการปรับขึ้นของราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นอีกด้วย แต่ขณะเดียวกันค่าครองชีพของประชาชนในหลายประเทศปรับขึ้นตามไม่ทัน

หากย้อนดูข้อมูลดัชนีราคาอาหารโลก จะพบว่ามีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2564 แล้ว แต่เพิ่งมาปะทุอย่างรุนแรงตั้งแต่มีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศเริ่มเจอกับปัญหาอาหารไม่เพียงพอ ต้องมีการกักตุนอาหารชั่วคราว โดยเฉพาะประเทศที่มีกำลังการผลิตต่ำ และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นหลัก เช่น ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

วิกฤตอาหาร

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยถือว่ามีความได้เปรียบในเรื่องนี้มาก เพราะมีความมั่นคงทางอาหารสูง และสามารถผลิตสินค้าทางการเกษตรเพื่อบริโภคเองในประเทศอย่างสบายๆ แถมยังสามารถเหลือพอส่งออกไปขายในประเทศที่ขาดแคลนได้อีกด้วย ทำให้ช่วงที่ราคาอาหารพุ่งขึ้นแบบนี้ ธุรกิจอาหารและการเกษตรในไทยได้รับประโยชน์มากทีเดียว

บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า ระบุว่า วิกฤตอาหารขาดแคลน เป็นผลบวกต่อธุรกิจอาหารกลุ่มฟาร์มสัตว์บกทั้งหมูและไก่ โดยในไตรมาส 2/2565 มีแนวโน้มเติบโตจากช่วงไตรมาสที่ผ่านมา และช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว รวมถึงได้รับอานิสงส์จากตลาดส่งออก

รวมหุ้นหมู-ไก่ รับประโยชน์วิกฤตอาหาร

เรารวบรวมหุ้นที่ประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงหมูและไก่ ที่มีความสามารถในการส่งออก และจะได้รับประโยชน์จากราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ที่ปรับสูงขึ้น อีกทั้งจะมีต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลงจากราคากากถั่วเหลือง ซึ่งไม่ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นเหมือนกับสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), GFPT หรือ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) และ TFG หรือ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิกฤตอาหาร

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่ม Soft -Commodity ก็จะเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับประโยชน์เช่นกัน ได้แก่ น้ำมันปาล์ม เช่น หุ้น UVAN, UPOIC, VPO, CPO, LST น้ำตาลดิบ เช่น หุ้น KSL, KTIS, KBS, BRR แป้งสาลี เช่น หุ้น TMILL แป้งมันสำปะหลัง เช่น หุ้น UBE เป็นต้น

สุดท้ายนี้จะเห็นว่าทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสการลงทุนอยู่เสมอ หากเราสามารถมองเกมออกว่าหุ้นกลุ่มไหนมีโอกาสได้รับประโยชน์บ้าง ซึ่งประเทศไทยถือว่าโชคดีที่มีความมั่นคงทางอาหารสูง จึงไม่ต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนนี้

หมายเหตุ | บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำหรือแนะนำให้ซื้อ ถือหรือขายหุ้นแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...