มาเลเซียเลือกกษัตริย์องค์ใหม่ ท่ามกลางกระแสจับตามองของสาธารณชน เมื่อประมุขแห่งรัฐเริ่มมีบทบาททางการเมือง
วันนี้ (27 ตุลาคม 2023) สภาผู้ปกครอง (Conference of Rulers) หรือสภาสุลต่านแห่งมาเลเซีย เข้าประชุมเพื่อเลือกกษัตริย์องค์ใหม่ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดย สุลต่านอิบราฮิมแห่งยะโฮ (Sultan Ibrahim ibni Almarhum Sultan Iskandar) หรือสุลต่านแห่งยะโฮห์ (Sultan of Johor) จะทำหน้าที่ต่อจาก อัล สุลต่าน อับดุลเลาะห์ (Al-Sultan Abdullah) หรืออับดุลเลาะห์แห่งปาหัง (Abdullah of Pahang)
เบื้องต้น มาเลเซียปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ขณะที่พระมหากษัตริย์หรือ ‘ยังดีเปอร์ตวนอากง’ (Yang di-Pertuan Agong) มีบทบาทในเชิงประมุขแห่งรัฐเท่านั้น
ทว่าระบบการครองราชย์ของกษัตริย์มาเลเซียแตกต่างจากประเทศอื่น เพราะมีการ ‘หมุนเวียน’ สุลต่าน 9 รัฐ (จากทั้งหมด 13 รัฐ) เพื่อดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศเป็นเวลา 5 ปีเต็ม แม้ในช่วงอดีตที่ผ่านมา (หลังมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1957) จะใช้วิธีคัดเลือกกษัตริย์ใหม่จากความคิดเห็นของสุลต่านผู้อาวุโสที่สุด
ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า สุลต่านอิบราฮิมแห่งยะโฮจะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปจาก อัล สุลต่าน อับดุลเลาะห์ หลังจะสิ้นสุดวาระในวันที่ 30 มกราคม 2024
สุลต่านอิบราฮิมแห่งยะโฮเป็นชาวมาเลย์เชื้อสายอังกฤษ มีความสนใจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เคยได้รับการฝึกทางทหารและศึกษาต่อที่ Fletcher School of Law and Diplomacy รัฐแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts) สหรัฐอเมริกา ในหลักสูตรยุทธศาสตร์ศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และกฎหมายทะเล
นอกจากนี้ สุลต่านอิบราฮิมแห่งยะโฮยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจผู้ร่ำรวยจากอสังหาริมทรัพย์และเหมืองแร่ อีกทั้งยังเป็นนักสะสมรถสปอร์ตหรูตัวยง และมีไลฟ์สไตล์ผาดโผนจากความคลั่งไคล้กีฬา
อย่างไรก็ตาม การขึ้นมาของกษัตริย์องค์ใหม่ของมาเลเซียกำลังได้รับการจับตามองอีกครั้ง เมื่อสังคมเกิดข้อวิจารณ์การกระทำของอัล สุลต่าน อับดุลเลาะห์เพราะทรงเข้ามามีบทบาททางการเมือง ด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง คือ มูห์ยิดดิน ยัสซิน (Muhyiddin Yassin) โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญของมาเลเซียในมาตรา 43 (2)
ยังไม่รวมการแสดงพระราชดำรัสที่ตรัสเป็นนัยสำคัญว่า สมาชิกรัฐสภาควรฟังเสียงของพระองค์เพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกัน ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ในเวลานั้น
ทั้งหมดนี้เป็นการหักล้างธรรมเนียมดั้งเดิมในอดีต เมื่อประมุขแห่งรัฐจะไม่ยุ่งเกี่ยวกิจการทางการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ แม้สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมมัดที่ 5 แห่งกลันตัน(Sultan Muhammad V) เคยพระราชทานอภัยโทษในปี 2018 ให้กับ อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หลังถูกจำคุกในข้อกล่าวหามีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักและคอร์รัปชัน
จากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้สื่อต่างชาติและสาธารณชน สนใจบทบาทของสุลต่านอิบราฮิมแห่งยะโฮ เพราะในอดีตที่ผ่านมา เขาเป็นผู้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งยังกล่าวว่า ตนมีความสัมพันธ์อันดีกับอันวาร์
“อันวาร์รู้ว่า รัฐบาลกำลังมีเสถียรภาพการเงินที่ติดขัดตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ผมคิดว่าเขาต้องการเวลามากกว่านี้”สุลต่านอิบราฮิมแสดงความคิดเห็นในเดือนสิงหาคม 2023 โดยเผยว่า เขาโล่งใจมากที่การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีให้ผลประโยชน์ต่อมาเลเซียอย่างมหาศาล
นี่จึงเป็นปฐมบทแรกของการเมืองมาเลเซียในปี 2023 ที่ต้องติดตามกันต่อไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังร้อนระอุไม่แพ้ประเทศไหนในภูมิภาคเดียวกัน
อ้างอิง
https://www.thestar.com.my/news/nation/2023/08/27/give-anwar-time-to-fix-economy-says-sultan-ibrahim
https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/why-malaysia-rotates-its-kings-and-who-s-next-in-line
https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/10-things-to-know-about-the-sultan-of-johor