เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : 逐浪网 (Zhulang Wang)
ประพันธ์โดย : 霉干菜烧饼 / แปลภาษาไทยโดย : Python3
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Co.,LTD (สนพ.กวีบุ๊ค)
‘หยางเฉิน’ พ่อค้าขายเนื้อแพะเสียบไม้ ที่ต้องมารับผิดชอบเป็นสามี
‘หลินรั่วซี’ ซีอีโอสาวสวยบริษัทใหญ่
หลังจากทั้งคู่มีความสัมพันธ์มากกว่าคนแปลกหน้าภายในคืนเดียว
.
หลินรั่วซี จึงใช้โอกาสนี้หนีการคลุมถุงชนจากพ่อของเธอ
โดยการแต่งงานกับ หยางเฉิน ชายที่เธอรู้จักผ่านทางกายเพียงแค่หนึ่งคืน
แต่หลังจากได้อยู่กับเขานั้น เธอก็ค่อย ๆ พบว่า หยางเฉินนั้นไม่ใช่เพียงแค่ชายขายเนื้อแพะย่างธรรมดา
.
เขามีเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยปริศนามากมาย และเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ที่เพียบพร้อมราวกับเทพเจ้า
----------------------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท / เดือน คลิกเลย >https://bit.ly/3UspCp1
.
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ
ผู้ชายขายเนื้อแพะย่าง
ตลาดตะวันตกของเมืองจงไห่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ขณะรถวิ่งผ่านฝูงชนในยามสนธยา อาหารหลากหลายวางเรียงราย พร้อมหยดน้ำสกปรกเจิ่งนองทุกหนแห่ง สินค้าในตลาดแห่งนี้เดินทางมาจากหลายสถานที่ แสงไฟกะพริบระยิบระยับจากบ้านเรือน คนทำงานหรือนักเรียนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ฝูงชนเดินอย่างหมองหม่นเหน็ดเหนื่อย ยิ่งทำให้ฟ้าดูมืดลงกว่าเดิม
ในเมืองที่มั่งคั่งแห่งนี้ พื้นที่ส่วนนี้ค่อนข้างอดสู ดังนั้นคนรวยบางกลุ่มจึงอยากให้พื้นที่ปลิวหายไปกับสายลม
ใกล้ๆ นั้นมีเงาร่างท่าทางเกียจคร้านให้ความรู้สึกไม่น่ามอง
คนผู้นี้ขายแพะย่าง สวมผ้ากันเปื้อนสีขาว ใส่เสื้อเชิ้ตเปื้อนคราบน้ำมัน สวมกางเกงสีกาแฟและรองเท้าสีน้ำเงิน
เขาค่อนข้างสกปรก แต่ใบหน้าค่อนข้างหล่อเหลาทีเดียว ถ้าสังเกตให้ดีล่ะก็คุณจะพบว่าเขาไม่ใส่ใจสายตาใครทั้งนั้น และแน่นอนว่าสาวๆ ไม่มีทางเหลือบมองคนขายแพะย่างอยู่แล้ว
ชายหนุ่มกำลังจัดวางชิ้นเนื้อแพะที่เพิ่งย่างเสร็จใหม่ มันค่อนข้างร้อนทีเดียว การย่างเนื้อแพะนั้นง่ายมาก แต่การจะขายนี่สิ ถึงจะแค่ชิ้นละ 5 หยวน วันนี้เขาได้เงินมา 12 หยวน ซึ่งเพียงพอกับค่าอาหารสองมื้อ
ถึงจะมีรายได้แค่นี้ แต่ใบหน้าของเขากลับไม่ได้ดูเศร้าหมองแต่อย่างใด ชายหนุ่มค่อนข้างผ่อนคลายสบายใจเสียด้วยซ้ำ เขานั่งลงบนเก้าอี้พับมองดูฝูงชนที่แออัดอย่างยิ้มแย้มราวกับกำลังมองดูทิวทัศน์อันงดงามก็ไม่ปาน
"ตาแก่หลี่! แกสัญญาว่าจะคืนเงินภายในสองวันก่อนไม่ใช่หรือ" เสียงแหบแห้งดังออกมาจากชายหนุ่มสามคนที่รูปร่างหน้าตาการแต่งตัวบอกยี่ห้อนักเลงเต็มตัว
แผงลอยของลุงหลี่อยู่ถัดจากของชายหนุ่มขายแพะย่าง เขาไม่สามารถที่จะขายได้มากนักเพราะสภาพอากาศที่ร้อนมากในช่วงนี้ เขานั่งลงพร้อมใบหน้าที่หม่นหมอง
"เอ่อ… คือ" ลุงหลี่หน้าเสีย "หลานชาย เข้าใจลุงด้วยเถอะ อากาศช่วงนี้ร้อนมากลุงขายไม่ได้เลย ลุงจะเอาเงินมาให้ได้ยังไง…"
"จะบอกอะไรนะไอ้แก่ อย่าคิดว่าจะทำอะไรก็ได้นะ แกรู้ไหมถ้าไม่ใช่เพราะลูกพี่เฟิงล่ะก็ ป่านนี้แผงลอยแกไม่ได้เปิดหรอก…"
ระหว่างที่คนหนึ่งในกลุ่มนักเลงกำลังใช้ข่มเหงคนแก่ ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าลูกพี่เฟิงก็ปรากฏตัวตรงหน้าลุงหลี่ด้วยความห้าวทันที
"นี่ลุง ข้าไม่สนหรอกนะว่าลุงจะขายได้หรือเปล่า และถ้าข้าไม่ได้อะไรกลับไปเลยล่ะก็ ข้าจะพังแผงลอยนี่ทิ้งซะ"
หลังจากลูกพี่เฟิงพูดจบ เขาก็เอาไส้กรอกสองชิ้นหักกลางแล้วโยนลงพื้นทันใด
ลุงหลี่ตะลึงงันไปในทันทีไม่รู้จะทำอย่างไร เขาต้องนำเงินไปรักษาภรรยาที่ป่วย จะให้เขานำเงินที่หามาอย่างยากลำบากให้พวกกุ๊ยได้อย่างไร บัดซบ!!!… ขณะที่ลุงหลี่คิดอยู่นั้น
"ผมจ่ายแทนเอง"
ชายหนุ่มขายแพะย่างปรากฏตัวต่อหน้าเหล่านักเลงกระจอกพร้อมยื่นเงินร้อยหยวนให้ เขาพูดด้วยเสียงเย็นเยียบว่า
"ผมมีเท่านี้แหละ ลุงหลี่จำเป็นต้องใช้เงิน พวกแกก็ใช้กรรมเถอะ"
เหล่านักเลงหัวเราะลั่น นักเลงเฟิงรีบหยิบเงินแล้วโยนให้ลูกน้องด้านหลัง พร้อมพูดว่า "หยางเฉิน แกจะเป็นพระเอกหรือไง อย่าลืมว่าแกเองก็ยังไม่ได้จ่ายค่าคุ้มครองจริงไหม?"
หยางเฉินขมวดคิ้วพร้อมถอนหายใจ เด็กพวกนี้ไม่ยอมไปโรงเรียน วันๆ มีแต่เที่ยวกับเที่ยว หยางเฉินไม่ใช่พ่อพวกมัน เขาจึงไม่อยากพูด เขาไม่อยากก่อปัญหาใดๆ ด้วย ได้แต่ตอบไปว่า
"พรุ่งนี้ผมจะจ่าย"
"ดีมาก! พวกข้าไม่ใช่เป็นคนไร้อารมณ์ขัน แน่นอนเราทำธุรกิจกัน พวกแกตั้งแผงลอย ส่วนพวกข้าเก็บค่าคุ้มครอง ก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เอาล่ะ พวกข้าจะมาเก็บเงินอีกทีพรุ่งนี้… พวกเราไปเว้ย!"
นักเลงเฟิงเดินไปแผงลอยต่อไป พร้อมกับสมุนอีกสองคนในทันที
"หลานชายหยาง ไม่น่าทำเช่นนี้เลย ลุงขอโทษนะ"
"ลุงหลี่ ลุงไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ ตอนผมมาที่นี่ใหม่ๆ ลุงช่วยผมไว้หลายอย่างจริงๆ ถ้าไม่มีลุงผมคงไม่รู้จะทำอะไรดี ลุงเป็นทั้งเพื่อนและผู้มีพระคุณ แน่นอนว่าผมจะต้องตอบแทนลุงบ้าง"
"เด็กเอ้ย รู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา"
ลุงหลี่ถอนหายใจอย่างปลงตก เขารู้ว่าไม่สามารถห้ามอะไรชายหนุ่มผู้นี้ได้
หยางเฉินหัวเราะออกมาทันที เสียงหัวเราะนั้นทั้งนุ่มนวลและจริงใจยิ่ง
"เอ่อ จริงสิ อาการของป้าหลี่เป็นอย่างไรบ้างล่ะลุง"
ลุงหลี่ตอบด้วยน้ำเสียงตื้นตัน
"ลุงขอบคุณมากสำหรับเงินค่าผ่าตัด ตอนนี้ป้าเขาดีขึ้นมากแล้วล่ะ อีกไม่กี่วันก็น่าจะหายเป็นปกติดี"
"โห ลุง! มันดีมาก ขอให้ป้าหายเร็วๆ ครับ" หยางเฉินพอใจกับข่าวดีนี้มาก
ลุงหลี่หัวเราะเสียงเศร้า
"หยางน้อย เงินที่ให้ลุงยืมน่ะ ถ้าลุงยังมีชีวิตอยู่ลุงจะใช้คืนแน่นอน แต่ถ้าลุงตายไปล่ะก็ ลูกสาวลุงจะใช้คืนแทนลุงเอง อ่า… ถ้าไม่ใช่เพราะลุงล่ะก็ ด้วยจำนวนเงินขนาดนั้น หลานสามารถไปเปิดร้านดีๆ ได้สบาย ไม่ต้องมานั่งขายเนื้อย่างพร้อมจ่ายค่าคุ้มครองนี่อีกต่อไปเสียด้วยซ้ำ…"
หยางเฉินเม้มปากพลางตอบว่า
"ผมชอบอยู่แบบนี้มากกว่าน่ะลุง ขายแพะย่างก็ไม่ได้แย่อะไร มันสามารถทำให้ผมอยู่รอดได้"
"เอ็งนี่มัน…" ลุงหลี่ดูเหมือนจะขุ่นมัวเล็กน้อย "ปีนี้เอ็งอายุ 23 ปีแล้วนะ ถึงแม้จะไม่มีใบปริญญา แต่เอ็งยังหนุ่ม แฟนก็ยังไม่มี เอ็งจะขายแพะย่างนี่ตลอดไปเลยหรือไง ถึงเอ็งจะไม่ห่วงเรื่องอนาคตตัวเอง แต่ข้าห่วงเหลือเกิน"
ดูเหมือนว่าลุงหลี่จะเป็นกังวลแทนหยางเฉินเป็นอันมาก หยางเฉินสะอึกไปทันใด ไม่ใช่เพราะเขาไม่รีบ เขาแค่พยายามลืมเรื่องนั้นไป
ค่ำคืนผ่านพ้นไป หยางเฉินทำความสะอาดแผงลอยพร้อมเข็นรถเข็นกลับอะพาร์ตเมนต์ซอมซ่อ
ไม่มีใครรู้ว่าที่นี่สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไร แต่ค่าเช่านั้นถูกแสนถูก เพียงสองหยวนต่อเดือน ย่อมไม่มีใครอยากอยู่ในสถานที่เช่นนี้ แต่ไม่ใช่หยางเฉิน เขาไม่สนความสะดวกสบาย แค่ได้ยินราคาค่าเช่าเขาก็รีบมาทันที
ห้องของเขามีของตกแต่งหลายอย่าง เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ที่คนโยนทิ้ง เตียงผุพังหลังหนึ่ง โทรทัศน์จอเล็กๆ ที่ดูได้เพียงช่องธรรมดา
เขานำรถเข็นไปเก็บไว้ด้านหลังอะพาร์ตเมนต์ พร้อมเหลือบมองปฏิทิน ทันใดนั้นดูเหมือนว่าเขาจะลืมเรื่องสำคัญบางอย่าง เขารีบวิ่งไปห้องอาบน้ำทันที
ห้านาทีต่อมา หยางเฉินเผยเรือนร่างอันหยาบกร้าน ส่วนเว้าโค้ง กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นมัดกระชับได้สัดส่วน นับได้ว่าเป็นรูปร่างอันสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าหากพิจารณาแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีมากๆ คนหนึ่งทีเดียว
เขาเดินไปที่ตู้เก่าๆ ข้างเตียง เสยผมที่เปียกขึ้นลวกๆ แล้วคว้าชุดชั้นในสตรีสีเหลืองอ่อน กางเกงยีนส์สีเทาและรองเท้าแตะยางเก่าๆ ที่เขามักสวมใส่อยู่เสมอ
หยางเฉินเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งมั่งคั่งที่สุดในเมือง นั่นคือไวน์สตรีท
ชีวิตที่หรูหรามั่งคั่งพร้อมแสงสีหลากหลายสีสัน หญิงสาวชุดเดรสสุดสวยพร้อมหนุ่มหล่อสูทสุดหรู เพียงแค่ก้าวเข้ามาในไวน์สตรีท กลิ่นน้ำหอมก็ฟุ้งโชยเข้าจมูก ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
หยางเฉินต่างจากชายหนุ่มทั่วไปที่สนใจสาวสวยสุดฮอตนุ่งสั้น เขารีบเดินไปในบาร์ที่ชื่อ โรส
ภายในแสงไฟสลัวให้ความรู้สึกไม่ปลอดภัย ภายในประดับด้วยดอกกุหลาบอันเป็นสัญลักษณ์
หยางเฉินเดินตรงไปที่มุมหนึ่งด้วยความเคยชิน
"พี่เฉิน ในที่สุดพี่ก็มา"
บาร์เทนเดอร์หนุ่มสังเกตเห็นหยางเฉินเดินเข้ามาพลางยิ้มเล็กน้อย จากนั้นยื่นแก้วน้ำให้
"พี่สาวเฉียงเวยรอพี่มาสักพักแล้ว"
หยางเฉินยิ้มเล็กน้อยขณะจิบของเหลวในแก้ว
"เฉียงเวยโกรธผมหรือเปล่า วันนี้ผมกลับบ้านช้าไปหน่อย เลยรีบมาที่นี่ทันที"
"เธอไม่โกรธหรอกพี่ ไม่เลย" เสี่ยวจ้าวตอบ ตาของเขาเหมือนยิ้มให้หยางเฉิน
"พี่เฉิน สอนผมหน่อยเถอะ ทำยังไงให้พี่สาวเฉียงเวยตกหลุมรักพี่น่ะ คนตามจีบเธอทั้งเมือง แต่เธอไม่เคยสนใจ แต่เดี๋ยวนี้สิ เธอเพิ่งมาถึงก็เรียกหาแต่พี่ห้าหกรอบแล้ว"
"อย่าพูดไร้สาระน่า ฉันกับเฉียงเวยไม่ใช่แบบที่แกคิด"
เสี่ยวจ้าวเม้มปาก
"ให้ตายยังไงผมก็ไม่เชื่อพี่" เสี่ยวจ้าวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
"พี่… พี่รู้ตัวไหมว่าพี่เป็นผู้ชายที่แย่มาก พี่ได้หัวใจนางฟ้าเจ้าของบาร์แห่งนี้ของพวกเราไป หญิงสาวซึ่งชายมากหน้าได้แต่ฝันถึง แล้วดูพี่ทำสิ ทุกวันเธอเอาแต่บ่นว่าทำไมพี่ไม่มาอย่างนั้นอย่างนี้ พี่ไม่ควรทำให้เธอเสียใจนะรู้ไหม พี่ต้องทำให้เธอมีความสุข"
ขณะที่เสี่ยวจ้าวกำลังเทศนาหยางเฉินอยู่นั้น เงาร่างทรงเสน่ห์ได้ปรากฏตัวพร้อมเสียงหวานใส "เสี่ยวจ้าว ด้วยภาระหน้าที่ของนาย ดูเหมือนว่าเงินเดือนนายกำลังจะลดนะ"
เสี่ยวจ้าวหน้าซีดรีบยืนขึ้นทันที แสร้งทำท่าทางเสิร์ฟเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันที
ร่างในชุดกี่เพ้าสีสันสวยงามภายใต้เรือนร่างอันเย้ายวน ขนาดหน้าอก เอว สะโพกล้วนน่ามองไปทุกอณู ผมยาวปลิวไสวราวกับนางฟ้าร่อนลงจากสรวงสวรรค์ปรากฏอยู่ตรงหน้าหยางเฉิน
หยางเฉินยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้านต่อความงามตรงหน้า กล่าวเสียงนุ่มนวลว่า
"คุณสวยมากเลยเฉียงเวย สุขสันต์วันเกิด"
----------------------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท / เดือน คลิกเลย >https://bit.ly/3UspCp1
.
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ
ต้องการสาวๆ เหรอ? จ่ายสิ!
หลังจากถูกชมโดยไม่ตั้งตัว เฉียงเวยเริ่มหน้าแดง เธอกัดริมฝีปากแล้วเริ่มบ่น
"ใครกันนะ ที่แทบไม่เคยเหยียบเท้ามาที่นี่ ใครนะที่สัญญาว่าจะมา แต่ก็มาสาย"
ภายใต้ใบหน้าทรงเสน่ห์แสนเย้ายวน หยางเฉินเกือบจะหลุดการควบคุมเพียงแค่สบตา แต่ด้วยเกียรติของลูกผู้ชายแล้วทำให้หยางเฉินรีบดึงสติกลับมาทันที พูดพลางหัวเราะว่า
"ผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์คุณก็รู้ แล้วผมยังคุยกับผู้หญิงไม่เก่งอีกด้วย แถมต้องไปตลาดทุกวันอีก ผมเหนื่อยมากจริงๆ นะเฉียงเวย"
สายตาเธอนั้นมองที่หยางเฉินอย่างไม่แยแส
"หยุดพูดเรื่องจรรยาบรรณกับฉันสักที นายต้องการจะขายอะไร? กับร้านแพะย่างเล็กๆ นั่นน่ะเหรอ เหนื่อยเปล่าแถมกำไรก็น้อยนิด ถ้านายอยากได้เงิน นายมาที่นี่สิ มาเป็นเด็กของฉัน ฉันจะให้เงินเดือนนายมากกว่ารายได้ที่นายขายแพะย่างนั่นเป็นร้อยเท่า!"
หยางเฉินยิ้มเศร้าพลางกล่าวว่า
"พี่สาวเฉียงเวย เป็นไปไม่ได้หรอกนะที่ผู้ชายคนหนึ่งจะกลายเป็น เด็กเลี้ยง"
"ฉันบอกนายกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียก ‘พี่’ นายคิดว่าฉันแก่มากนักหรือไง" เฉียงเวยพูดพลางจ้องมองหยางเฉินด้วยสายตาเย้ายวน
"ผมสบายดีเฉียงเวย รายได้ของผมยังทรงตัวอยู่ ตอนนี้ผมยังไม่ต้องการหางานใหม่"
"ถ้านายไม่อยากมาเป็นเด็กฉัน แล้วบอดี้การ์ดล่ะเป็นไง ผู้จัดการบาร์นี้ก็ได้ นั่นเป็นความคิดที่ดีทีเดียว ฉันไม่ค่อยมาที่นี่บ่อยนัก แล้วก็ยังไม่มีผู้จัดการร้านที่นี่ด้วย"
หยางเฉินเข้าใจถึงความหวังดีของเธอเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม เขามีเหตุผลของเขา ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเฉียงเวย เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่พัฒนาความสัมพันธ์นี้
"พอแล้วล่ะเฉียงเวย ผมขายเนื้อแพะย่างก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างผู้คนในตลาดก็เป็นคนดีด้วย"
หยางเฉินดื่มน้ำอย่างเงียบๆ และไม่ต้องการจะพูดเรื่องนี้ต่อไปอีก
เฉียงเวยเห็นความดื้อรั้นของหยางเฉินดังนั้น เธอก็บ่นด้วยความไม่พอใจ
"ฉันแค่ต้องการให้นายเป็นคนรัก…"
เธอเพียงกระซิบบอกตัวเองเท่านั้น เสียงแผ่วเบาจนแม้แต่เธอเองอาจได้ยินไม่ชัด แต่หยางเฉินสามารถได้ยินอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามหยางเฉินก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร
แม้ว่าใบหน้าและรูปร่างของเธอจะงดงามนุ่มนวล ภายใต้แสงไฟริบหรี่ในบาร์ ครั้งแรกที่เธอปรากฏตัวในบาร์นี้ ไม่มีผู้ใดกล้ามองมาที่เธอ แม้จะมีแขกบางคนจะชวนเธอไปร่วมโต๊ะ แต่ทุกครั้งจะได้คำตอบแบบเดียวกัน
"ดื่มของพวกนายไปเถอะ ถ้ายังไม่อยากตาย"
เฉียงเวยรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เธอนั่งข้างๆ หยางเฉิน พร้อมวิสกี้สองแก้วยื่นให้หยางเฉินหนึ่งแก้ว พลางพูดว่า
"เจ้าลิงหัวแข็ง ฉันรู้ว่านายปากแข็งและไม่ต้องการเป็นของฉัน แต่วันนี้เป็นวันเกิดฉันนะ ดังนั้นนายต้องดื่มให้ฉันอย่างน้อยหนึ่งแก้ว"
หยางเฉินลังเลเล็กน้อย เขาอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า เขาไม่ใช่ว่าดื่มไม่ได้ แต่เมื่อเขาเริ่มดื่มเมื่อไร เป็นต้องนึกถึงเรื่องที่ไม่อยากจดจำทุกที เขาต้องการอยู่อย่างสงบ เช่นนั้นแล้วแอลกอฮอล์สำหรับชายหนุ่มก็เปรียบเหมือนยาพิษดีๆ นี่เอง
"ก็ได้ แต่แค่แก้วเดียวเท่านั้นนะ"
หยางเฉินไม่ต้องการให้เฉียงเวยเสียใจ เขากลั้นใจดื่มลงไป
'แค่แก้วเดียวคงไม่เป็นไร'
เฉียงเวยหัวเราะเสียงใส ก่อนจะขยับแนบชิดแล้วซบลงบนแผงอกของหยางเฉิน พลางพูดว่า
"นายรู้หรือเปล่า ฉันไม่ได้ฉลองวันเกิดมา 10 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีเค้ก ไม่มีของขวัญ แต่ฉันก็อยากใช้เวลาร่วมกับคนเจ้าชู้มากกว่า"
เมื่อต้องเผชิญกับผู้หญิงที่งดงามทรงเสน่ห์ หยางเฉินรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เมื่อมือเรียวยาวสัมผัสที่ต้นขาของเขา เขายิ่งรู้สึกถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง
สัดส่วนโค้งเว้าขยับไฟด้านหน้า เฉียงเวยยกร่างกายของเธอเผยให้เห็นต้นขาเรียวขาวระหว่างร่องชุดกี่เพ้า ความละเอียดอ่อนเปราะบางรุกหน้าอย่างอุกอาจเช่นนี้ จู่โจมที่จุดฮอร์โมนหยางเฉินเข้าอย่างจัง
เมื่อบุรุษใกล้ชิดสตรีจะเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง หากยิ่งสนใจอีกฝ่ายด้วยการสัมผัสผิวหนังโดยตรงด้วยแล้ว ปฏิกิริยายิ่งเด่นชัด
แน่นอนว่าหยางเฉินกำลังพยายามควบคุมตัวเองอยู่
เฉียงเวยเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่หยางเฉินแล้วหัวเราะ
"ไม่เป็นไรที่รัก ดูเหมือนว่านายเป็นพวกไร้อารมณ์สินะ"
ถึงคราวหยางเฉินหัวเราะบ้าง เขารู้ว่าเฉียงเวยพูดแหย่ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
เธอสังเกตเห็นว่าในขณะที่เธอนั่งถัดจากเขา
"ฉันรู้ว่านายต้องนั่งนิ่งๆ แน่ งั้นฉันจะไปดูแขกคนอื่นต่อ ถ้านายไม่อยากอยู่ก็ออกไปเถอะ"
แขกที่มาที่นี่ต่างทราบดีถึงความงามของเจ้าของบาร์ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าทำตัวหยาบคาย เพราะรู้ถึงภูมิหลังของเธอดี เช่นนั้นแล้วเมื่อเธอเดินมาทักทาย พวกเขาก็ทักตอบพอเป็นพิธี
อันที่จริงแล้วถึงแม้ใบหน้าของเฉียงเวยจะยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทุกคนต่างสังเกตถึงอารมณ์ขุ่นมัวภายใต้หน้ากากนี้ จึงไม่มีใครกล้าล้อเล่นอีก
ขณะที่มองเฉียงเวยเดินจากไป หยางเฉินก็หยักไหล่แล้วถอนหายใจ เขาเปลี่ยนไปแล้วจากเมื่อครึ่งปีก่อน เมื่อก่อนเขาเป็นหนุ่มเพลย์บอยโดยแท้จริง ผลักผู้หญิงล้มลงบนเตียงเป็นว่าเล่น โดยไม่คิดถึงผลที่ตามมาแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว เฉียงเวยเป็นหนึ่งในหญิงสาวที่งดงามที่สุดของเมือง และหยางเฉินก็ให้เกียรติเธอมาก
แอลกอฮอล์เริ่มแผลงฤทธิ์อย่างเชื่องช้า ส่งผลต่อการรับรู้ทางร่างกายของหยางเฉิน แม้จะเป็นเพียงแก้วเล็กๆ แต่เพราะเหตุนี้เองเขาจึงไม่อยากดื่มมาก เพราะไม่อย่างนั้นล่ะก็ ความคิดเก่าๆ ก็จะผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
ถึงแม้ว่าเขาจะดูเป็นสุภาพบุรุษ แต่หยางเฉินก็รู้สึกว่าจะต้องปลดปล่อยอารมณ์ที่ติดค้าง เขาไม่สามารถทำกับเฉียงเวยได้ เพราะเขาคิดว่าอาจเกิดปัญหาตามมาได้ในอนาคต
หลังจากดื่มน้ำเปล่าแก้วหนึ่ง หยางเฉินก็เดินออกจากร้านไป โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาเศร้าสร้อยของเฉียงเวยที่มองตามเงียบๆ
ทันทีที่ออกจากร้าน ชายหนุ่มสวมวิญญาณนักล่าทันที เขากวาดสายตามองโดยรอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินผ่านบาร์สุดหรูหลากหลาย ที่นี่เต็มไปด้วยสาวสวย แต่เงินในกระเป๋านั้นไม่เพียงพอ
โดยปกติของบุรุษ เงินนั้นจำเป็นอย่างยิ่งในการล่า
----------------------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท / เดือน คลิกเลย >https://bit.ly/3UspCp1
.
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ
สาวใจกล้า
แสงไฟกะพริบสลัวภายในบาร์ ในมุมหนึ่งมีคู่รักนั่งกุมมือกันและกันอย่างแนบแน่น ชนวนแห่งความเร้าใจถาโถม
ในเวลาต่อมา หยางเฉินถูกเชื้อเชิญโดยหญิงสาวที่งามหยดย้อยราวกับภาพวาด เธอสวมเดรสสีดำสั้นพร้อมแก้วในมือ ทว่าย่างก้าวของเธอกลับดูไม่มั่นคงเท่าไรนัก
"นี่สุดหล่อ สนใจดื่มกับฉันหน่อยไหม" เสียงหวานใสของเธอเพียงพอให้บุรุษทุกคนละลาย
ตั้งแต่ที่หยางเฉินดื่มไปหนึ่งแก้ว ร่างกายของเขาก็เริ่มร้อนรุ่ม
เขาคว้าข้อมือเธอทันที เธอหัวเราะอย่างเย้ายวน "นี่มันจะเร็วไปหน่อยไหมสุดหล่อ เราเพิ่งจะเจอกันเองนะ นายจับแขนฉันอย่างนี้ถ้าฉันเป็นอะไรไปนายต้องรับผิดชอบนะจ๊ะ"
ยังไม่ทันพูดจบมืออีกข้างของเธอก็คล้องคอหยางเฉินเข้าให้แล้ว
เขายิ้มอย่างเย็นชาทันที ดูเหมือนว่าเธอจะช่ำชองเรื่องพวกนี้ไม่น้อยทีเดียว เขาผลักเธอออกพร้อมพูดว่า "ผมไม่สนใจหมูตัวเมียหรอกนะ"
"หมูตัวเมีย?"
ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"ไอ้สารเลว แกไม่อยากโตแล้วใช่ไหม รออยู่นี่นะ เดี๋ยวแกจะได้เห็นดีกัน" พูดจบเธอก็เดินเข้าไปในกลุ่มคนในมุมหนึ่งของบาร์อย่างรวดเร็ว
หยางเฉินรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาไม่ได้อยากมาที่นี่เพื่อพบเจอคนแบบนี้ แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาไม่รู้สึกกลัวเท่าไร เขาเดินไปที่โต๊ะยกแก้ววอดก้าขึ้นดื่มทันทีหนึ่งเป๊ก
ความร้อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เหล่าสาวๆ ไม่สนใจสิ่งใดขณะห้อมล้อมหนุ่มหล่อ หลังจากดื่มเสร็จหยางเฉินเดินเข้าร่วมวงทันที
ทันใดนั้นหญิงสาวคนก่อนหน้านี้ก็เดินควงแขนหนุ่มหัวล้านร่างใหญ่ ก่อนจะชี้นิ้วมาที่หยางเฉิน "ไอ้เลวเนี่ยแหละค่ะพี่ มันลวนลามฉัน พี่สั่งสอนมันให้ทีได้ไหม"
ชายหัวล้านร่างใหญ่สังเกตเห็นว่าหยางเฉินรูปร่างเล็กกว่ามัน จึงรีบสั่งลูกน้องเข้าไปจัดการทันที
ลูกน้องสองคนไม่พูดพร่ำทำเพลงไม่สมกับเป็นลูกจ๊อกสักนิด พุ่งเข้าหาหยางเฉินอย่างรวดเร็วดุจลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง
หยางเฉินไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ เขาต้องการลงมืออย่างเงียบเชียบ เขายกมือขวาชี้นิ้วรับหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างแผ่วเบา
"อ้าก!!!"
ลูกน้องทั้งสองลงไปนอนกุมแขนกลิ้งกับพื้นทันที เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นภายในบาร์เล็กนั้นช่างแปลกประหลาด ถึงแม้ว่าจะมีการต่อสู้บ้าง แต่ไม่มีใครเคยเห็นกลุ่มนักเลงล้านเลี่ยนเตียนโล่งมากขนาดนี้ ทุกคนต่างเพ่งมองมาที่หยางเฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ เหล่ากลุ่มหัวล้านมองหยางเฉินด้วยสายตาตื่นตะลึง ชายที่เป็นเหมือนผู้นำกลุ่มพิจารณาหยางเฉินอย่างครุ่นคิด เหล่าพลพรรคล้านเลี่ยน เห็นพรรคพวกโดนอัดร่วงในพริบตาก็รู้สึกคันในหัวใจพากันจะเข้าไปร่วมต่อสู้ ทันใดนั้นเองผู้นำกลุ่มได้ยกมือขัดขวางไว้เสียก่อน
โดยไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆ ชายหัวล้านผู้นำเดินมาหาหยางเฉินพร้อมกล่าวอย่างสุภาพ "ลูกพี่ ยกโทษให้พวกเราด้วยเถอะ ลูกพี่ต้องการอะไรหรืออยากได้อะไรลูกพี่บอกพวกเราได้นะครับ พวกเราจัดให้ได้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้พวกเราต้องขอตัวก่อนนะครับ"
หลังจากกล่าวจบเขาก็ลากเหล่าพันธมิตรหัวล้านออกจากบาร์ไปทันที เหลือไว้แต่หญิงสาวที่ยืนตะลึงงันเช่นนั้น
หัวล้านหันกลับไปมองและพูดกับเหล่าพันธมิตรหัวล้านว่า
"เจ้านั่นมันจัดการพี่น้องเราโดยใช้แค่สองนิ้ว! พวกแกคิดว่าจะมีใครสู้มันได้หรือ?"
เหล่าพันธมิตรนึกถึงกระบวนท่านิ้วพิฆาตนั้นแล้วต่างหนาวเหน็บไปถึงขั้วกระดูก และเห็นด้วยกับที่พี่ใหญ่พูด พี่ใหญ่หัวล้านไม่สนใจลูกน้อง เขาหันหน้าไปที่บาร์อย่างครุ่นคิด ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่
ในขณะเดียวกัน หยางเฉินยังคงปลอดโปร่ง เขาเดินไปที่มุมหนึ่งของบาร์และกำลังมองหาเหยื่อรายต่อไป
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนภายในบาร์ต่างเกรงกลัวหยางเฉิน มีบ้างที่โปรยเสน่ห์ใส่ แต่เมื่อเห็นสายตาหยางเฉินแล้ว ทุกคนต่างพากันยอมแพ้ไป
เมื่อหยางเฉินนั่งลงที่โต๊ะหนึ่ง พลางเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่มุมหนึ่งของบาร์
ภายใต้แสงไฟสลัว ผมดำยาวสยายถึงพื้น ผิวขาวนวลถูกปกปิดด้วยชุดกระโปรงยาว
หยางเฉินเดินเข้าไปใกล้เธอ จนได้กลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นดอกมะลิจางๆ จากตัวเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะเมาหนักเลยทีเดียว
เรือนร่างงดงามแผ่ราบไปกับโซฟา
หยางเฉินเดินไปตรงหน้าหญิงสาวพลางคว้าแขนเธอขึ้นมา เมื่อเอามือปัดผมที่ปรกหน้าออกอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นเขาก็ตกตะลึงกับความงามราวกับนางฟ้าแดนสวรรค์ ยังงามกว่าเฉียงเวยหลายเท่านัก ถึงแม้ใบหน้าจะแดงซ่านจากการดื่ม แต่กลับไม่ทำให้ความงดงามลดทอนลงเลย ชายใดก็ตามที่ได้เห็นคงต้องหลงเสน่ห์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
อย่างไรก็ตาม หยางเฉินครุ่นคิดเล็กน้อยว่าด้วยลักษณะท่าทางของเธอแล้ว เหตุใดเธอต้องมาขายร่างกายตนเองที่นี่ด้วย หากเธอไม่ใช่สาวนักเชียร์ล่ะก็ เหตุใดเธอต้องดื่มกับพวกผู้ชายจนเมาขนาดนี้
ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะเมาเกินกว่าจะควบคุมตัวเองได้ โดยไม่รอให้หยางเฉินพูด เธอกลับโน้มตัวไปข้างหน้าหยางเฉิน แต่ด้วยความไร้สติ ริมฝีปากของเธอจึงเลื่อนไปที่แก้มหยางเฉินแทน
สติหยางเฉินขาดผึงทันทีที่สัมผัส ต่อหน้าความงามล่มเมืองขนาดนี้แล้ว เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะนำหญิงสาวกลับห้องด้วยทันที จากนั้นก็ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดแล้วจูบไปที่ปากอันชุ่มฉ่ำของเธอ
"อ้า…"
หญิงสาวร้องครวญครางเสียงแผ่วเบา ในความเป็นจริงแล้วเธออาจกำลังต่อต้านความอุกอาจของหยางเฉิน แต่ทันใดนั้นเธอกลับตอบสนองอย่างตื่นเต้นเร้าใจ…
----------------------------------
พลาดไม่ได้! อ่าน ‘เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์’
และนิยายจาก Jinovel ทั้งหมด ทุกเรื่อง ทุกตอน ไม่จำกัด
เพียง 99 บาท / เดือน คลิกเลย >https://bit.ly/3UspCp1
.
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ