‘เสี่ยบิ๊ก’ เข้าพบ ตร.พระโขนง ยืนยันสติ๊กเกอร์ ‘ดาวบีสีเขียว’ ไม่เกี่ยวกับส่วย
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 พ.ย. 2566 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2566 เวลา 03.39 น. • The Bangkok Insight“เสี่ยบิ๊ก” เข้าพบตร.พระโขนง ยืนยัน สติ๊กเกอร์“ดาวบีสีเขียว” ไม่เกี่ยวกับส่วยใดๆ แจงตนมีชื่อเป็นอักษรตัวB อยู่แล้วที่ใช้สีเขียวเพราะเกิดวันพุธ
ภายหลังสอบปากคำ นายศักดิ์มงคล หรือ บอย อายุ 29 ปี คนขับรถบรรทุกขนดิน บรรทุกน้ำหนักเกิน เข้าให้ปากคำและเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความผิด 2 ข้อหา คือขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โดย นายศักดิ์มงคล กล่าวสั้นๆ ว่าไม่รู้ว่าตนเองขับรถบรรทุกที่บรรทุกมีน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายวุฒิภัทร หรือ ‘เสี่ยบิ๊ก’ อายุ 32 ปี ลงไปพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติ พร้อมแจ้งข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระความผิดฯ โดย ‘เสี่ยบิ๊ก’ กล่าวว่า กรณีที่พาดพิงถึง "เสี่ยอั่งเปา" นั้น เป็นชื่อของลูกชายของตน ส่วนที่ไปเปลี่ยนเป็น ‘เสี่ยบิ๊ก’ เพราะตนไปดูดวงมา ตนทำธุรกิจไม่ค่อยขึ้น หมอดูบอกว่าให้เปลี่ยนเป็น ‘เสี่ยบิ๊ก’
ส่วนเรื่อง สติกเกอร์ดาวบีสีเขียว นายวุฒิภัทรกล่าวว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับส่วยทั้งสิ้น ตนมีชื่อเป็นอักษรตัวบีอยู่แล้ว และเกิดวันพุธ ซึ่งเป็นสีเขียว ตนอยากเป็นดาวรุ่ง จึงใช้สัญลักษณ์ดาวสีเขียว ยืนยันว่าไม่ใช่ป้ายเคลียร์ หรือป้ายส่วยใดๆ ส่วนที่ติดไว้เพื่อเวลาไปเอาดินในสถานที่ต่างๆ จะได้รู้ว่าเป็นรถของใคร ตนมีหลักฐานว่าติดสัญลักษณ์ดังกล่าวมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาติดเป็นรอบๆ และตนทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2561 มีรถบรรทุกทั้งหมด 3 คัน และมีสัญลักษณ์ดาวบีสีเขียวติดอยู่ทุกคัน ซึ่งหลักฐานทั้งหมดได้ส่งมอบให้กับตำรวจแล้ว
‘เสี่ยแป้ง’ กล่าวอีกว่า ตนก็ไม่ทราบว่ารถที่บรรทุกมานั้นมีน้ำหนักเกิน เพราะเวลาตักดินนั้นจะใช้วิธีกะๆ เอา ไม่ได้มีตาชั่งพร้อมย้ำว่า ตนมีการวิ่งรถเส้นเกติดเหตุนี้มานานแล้ว ก่อนที่จะมีการเปิดฝาท่อเพื่อนำสายไฟลงดินและตนยืนยันว่าทุกอย่างที่ตนพูดมานั้นมีหลักฐานทั้งหมดไม่ใช่พูดลอยๆ และได้ส่งหลักฐานไว้กับทางตำรวจทั้งหมดแล้ว
ส่วนกรณีที่มีการถ่ายเทน้ำมันออกจากรถคันที่เกิดเหตุเนื่องจากขณะเกิดเหตุถังน้ำมันแตกและเกิดการรั่วตนกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำซ้อนเกิดขึ้น ถ้าน้ำมันไหลลงถนนแล้วจะเกิดการลื่น ถ้ามีรถจักรยานยนต์ขับผ่านมา แล้วตนก็ไม่ทราบว่ารถที่บรรทุกมานั้นมีน้ำหนักเกิน เพราะเวลาตักดินนั้นจะใช้วิธีกะๆ เอาไม่ได้มีตาชั่งซึ่งตนได้มีการวิ่งรถเส้นเกติดเหตุนี้มานานแล้วก่อนที่จะมีการเปิดฝาท่อเพื่อนำสายไฟลงดินและตนยืนยันว่าทุกอย่างที่ตนพูดมานั้นมีหลักฐานทั้งหมดไม่ใช่พูดลอยๆ และได้ส่งหลักฐานไว้กับทางตำรวจทั้งหมดแล้ว
ด้าน นาย เสกสรรค์ ศรีหิรัญยางกูร 42 ปีทนายความ กล่าวว่า คดีนี้ที่เป็นข่าวขึ้นเพราะเกิดจากที่มีการเปิด-ปิด นำสายไฟลงไปทุกวัน ซึ่งได้ขอให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบคานเหล็กที่ปิดฝาท่อนั้น รับน้ำหนักได้หรือไม่ในส่วนของรถบบรรทุกน้ำหนักเกินก็ว่าไปตามกฎหมาย ส่วนฝาท่อปิดไม่สนิทและเรื่องของคานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน เรื่องนี้มีการตรวจสอบด้วยเช่นกัน
เบื้องต้นทาง เจ้าหน้าที่ได้มีการปล่อยตัวให้ทั้ง2 ราย กับเนื่องจากทั้ง2 มีการเข้ามารายงานตัวตามหมายเรียก จึงไม่มีสิทธิ์ควบคุมตัว
อ่านข่าวเพิ่มเติม