โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผงะ! พบศพเมียทหาร ดับปริศนาในบ่อขยะแฟลต สามีเผยหายตัวตั้งแต่ลอยกระทง ตร.มุ่ง 2 ปม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ธ.ค. 2566 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2566 เวลา 03.35 น.

เมียทหารตายในบ่อขยะแฟลตทหารภาค 1 อย่างปริศนา ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวน

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ร.ต.ท.เวทิศ สิงหะ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากการตกที่สูง ภายในแฟลตสวัสดิการข้าราชการทหารกองทัพภาคที่ 1 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุมีรั้วรอบขอบชิด ทางเข้า-ออกมีเจ้าหน้าที่ทหารตรวจสอบตลอดเวลาไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด ภายในบริเวณอาคาร ส.2 ทภ.1 สูง 4 ชั้น บนดาดฟ้ามีห้องไม่ได้ล็อก ภายในเป็นบ่อทิ้งขยะที่ไม่ได้เปิดให้ใช้งานนานแล้ว มีความกว้าง 3×3 เมตร ปากบ่อกว้าง 3×1 เมตร ลึก 15 เมตร

มองลงไปล่างสุดพบศพ นางสาวประกายแก้ว (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าแขนขาหักผิดรูป ใส่เสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าใบเล็กสีน้ำตาล ไม่ใส่รองเท้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูไม่สามารถโรยตัวลงไปเก็บศพได้ เพราะมีความเสี่ยงสูง ต้องใช้เครื่องเจาะคอนกรีตกับกำแพงข้างๆ บันไดให้ทะลุเพื่อนำร่างออกมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ตามร่างกายเริ่มเน่าเปื่อยไม่พบบาดแผล ภายในกระเป๋าสะพายข้างไม่มีโทรศัพท์มีเพียงถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้งานหลายชิ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำร่างไปชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ได้สอบถามสามีผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงค่ำวันที่ 27 พฤศจิกายน วันลอยกระทง ตนดื่มสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนทหาร ส่วนภรรยาก็ดื่มสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนภรรยาทหาร ซึ่งอยู่ภายในแฟลตดังกล่าว ตกดึกภรรยาบอกให้ตนกลับห้องพักไปดูลูกก่อน แล้วจะตามไปภายหลัง เวลาผ่านไปนาน ตนก็ได้พยายามโทรหาแต่ก็ไม่มีคนรับสาย ได้เรียกกลุ่มเพื่อนและช่วยกันตามหาจนเกือบเช้า แต่ก็ไม่พบตัว จากนั้นได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

กระทั่งวันนี้มีคนได้กลิ่นเน่าเหม็นบริเวณบันได ขึ้นไปดูพบเป็นศพดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นห้องขยะดังกล่าวปกติจะล็อกไว้ตลอด แต่ช่วงนี้มีแรงงานต่างด้าวมาซ่อมหลังคาจึงไม่ได้ล็อกไว้ ตำรวจได้ตั้งประเด็นไว้ว่า อาจถูกชิงทรัพย์แล้วฆาตกรรมอำพรางศพ เนื่องจากเมื่อ 2 วันก่อนจีพีเอสมือถือผู้ตายไปสิ้นสุดถนนบางนา-ตราด มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ ก่อนจะหายไป

อีกประเด็นผู้ตายอาจไปเคลียร์เงินกับลูกหนี้ เพราะมีการให้ยืมเงินแล้วไม่ได้คืน จึงถูกฆาตกรรมอำพรางศพ ซึ่งจะต้องสืบสวนสอบสวนว่าผู้ตายขึ้นไปอย่างไร และตกในบ่อขยะได้อย่างไร หากสอบตรวจพยานแวดล้อมเพิ่มเติมพบประเด็นอื่นๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำร่างของผู้ตายออกมาได้

เวลา 14.00 น.นายเสฎฐวุฒิ โรจน์ธนวรกุล อายุ 31 ปี หรือโจ้ น้องชายของ ผู้เสียชีวิต เดินทางมาขอใบบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อนำไปขอรับศพที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยนายเสรฎฐวัฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า ปกติแล้วพี่สาวตนจะพักอาศัยอยู่ที่แฟลตตึกเดี่ยว เป็นห้องครอบครัว ภายในที่พักแยกเป็นห้องพัก 2 ห้อง มีพี่สาว,สามีและลูกชายวัย 2 ขวบ พักอยู่ห้องเดียวกัน ส่วนตนเองจะพักอีกห้องหนึ่ง โดยพี่สาวเปิดร้านขายของชำอยู่ที่ตึกนั้น ส่วนตึกที่พบศพพี่สาวอยู่คนละตึกเรียกว่าตึกคู่ ซึ่งในอดีตพี่สาวเคยพักอยู่ที่ตึกนั้น แต่ย้ายออกมาได้ประมาณ 2-3 ปีแล้ว ปัจจุบันปกติแล้วพี่สาวไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปตึกนั้นเลย อีกทั้งจุดที่พบศพพี่สาว ก็อยู่คนละฝั่งกับห้องที่พี่สาวเคยพักด้วยซ้ำ

โดยในคืนที่เกิดเหตุ สามีของพี่สาวเล่าให้ตนฟังว่า พี่สาวนั้นนั่งดื่มสุรากับเพื่อนอยู่ที่ตึกเดี่ยว หลังจากนั้นก็แยกออกมา โดยให้สามีกลับห้องไปดูแลลูกก่อน จากนั้นก็หายตัวไป ตนมาทราบอีกทีก็ตอนรุ่งเช้า ก่อนจะพยายามช่วยกันตามหาและสามีก็ไปลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะพบร่างของพี่สาวในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามได้ข้อมูลจากตำรวจว่า พบภาพวงจรปิดเห็นพี่สาวของตนเดินไปที่ตึกนั้น ในลักษณะท่าทางปกติ และมีการหันมองออกมาเหมือนว่ามีคนจะเรียก ก่อนที่พี่สาวจะหันกลับไปและเดินขึ้นตึก ก่อนจะหายตัวไปและพบเป็นศพในเวลาต่อมา อีกทั้งมีภาพวงจรปิดอีกมุม แสดงให้เห็นว่า พี่สาวออกจากห้องน้ำและหยิบโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าเสื้อ แต่ปรากฏว่าที่ศพของพี่สาวนั้นไม่มีโทรศัพท์อยู่

นายเสฎฐวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าการเสียชีวิตของพี่สาวมีเงื่อนงำและยังติดใจในการเสียชีวิต ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แม้ว่าพี่สาวจะมีปัญหาด้านสุขภาพเป็นโรคมะเร็งไทรอยด์ระยะที่ 3 แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้พี่สาวต้องเครียดหรือกังวล เพราะที่ผ่านมาก็รักษาตัวอย่างดีมาโดยตลอด อีกทั้งยังรักลูกและสามีเป็นอย่างมาก ตนจึงไม่เชื่อว่าพี่สาวตัวเองจะคิดสั้นฆ่าตัวตายได้ เชื่อว่าน่าจะถูกฆาตกรรม แต่จะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์หรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะที่แฟลตไม่มีประวัติเรื่องเหตุอาชญากรรมมาก่อน

อีกทั้งปกติแล้ว ตนกับพี่สาวจะพูดคุยกันตลอด ไม่เคยไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งติดต่อครั้งสุดท้ายในวันที่ 27 พฤศจิกายน ได้ไลน์ทักหาพี่สาวตามปกติตอนประมาณหนึ่งทุ่ม ก่อนพี่จะเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมง ทั้งนี้ ได้ส่งข้อความสุดท้ายในวันที่ 28 พฤศจิกายน ถามว่าอยู่ไหน แต่ไม่มีการตอบกลับ และวันที่ 29 พฤศจิกายน สามารถโทรเข้าเครื่องโทรศัพท์ของพี่สาวตนเองได้ แต่ไม่มีใครรับสาย ก่อนที่หลังจากนั้นจะไม่สามารถติดต่อโทรศัพท์ของพี่สาวได้อีกเลย

ส่วนตัวสามีของพี่สาวซึ่งชื่อหนุ่ย ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไร เพราะหลังจากทราบข่าวว่าการหายตัวไปในช่วงเช้า สามีพี่สาวก็เป็นคนแรกที่ออกตามหาและไปแจ้งลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางซื่อ อีกทั้งตอนที่ตั้งวงกินเหล้าในคืนวันลอยกระทง สามีพี่สาวก็ยืนยันว่าคืนนั้น พี่สาวไล่ให้เขากลับไปดูลูกที่ห้องก่อน โดยพี่สาวกับสามีคนนี้คบหากันมาได้ 5 ปีแล้ว มีลูกชายด้วยกัน 1 คนวัย 2 ขวบ ที่ผ่านมาก็มีทะเลาะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็คืนดีกัน ไม่เคยถึงขั้นทำร้ายร่างกายหรือมีปัญหากันภายในครอบครัวจนเกิดภาวะเครียดทั้งสองฝ่าย

ส่วนประเด็นที่ตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการฆาตกรรมเพื่อล้างหนี้หรือไม่ นายเสฎฐวุฒิกล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนมาหยิบยืมเงินพี่สาวของตนจริง แต่เป็นจำนวนแค่หลักพันไม่ได้มากมายและบางส่วนก็เป็นเพียงแค่การเซ็นของ ในร้านชำ อีกทั้งที่ผ่านมาพี่สาวก็ไม่ได้มีอริหรือมีปัญหาใด ๆ กับใคร โดยหลังจากนี้จะนำศพพี่สาว ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...