“สายมู” สลัดลุค “ของงมงาย” ขึ้นแท่น Soft Power ตีตลาดไต้หวัน
“สายมู” สุดฮ็อตดันมูลค่า Magic Economy ทะยาน 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ“ไต้หวัน” สุดคลั่งสายมูไทย ตั้ง “ศาลพระพรหมเอราวัณ” ทั่วไต้หวัน วางขายพระเครื่อง-ของขลังเต็มอีคอมเมิร์ซ
ย้อนกลับไปเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา University of Exeter ของอังกฤษได้สร้างแรงกะเพื้อมครั้งใหญ่ในวงการการศึกษาด้วยการประกาศเปิดหลักสูตรระดับปริญญาโทในสาขา Magic and Occult Science (ศาสตร์แห่งเวทมนตร์และไสยศาสตร์) ส่งผลต่อเนื่องให้กระแสเกี่ยวกับเวทมนตร์และไสยศาสตร์เข้าไปอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกรวมถึงในไต้หวันด้วย
จุดที่น่าสนใจ คือมีการประมาณการว่า มูลค่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้ง การดูดวง และการซื้อขายสินค้าเครื่องรางของขลัง คิดเป็นมูลค่ารวมทั่วโลกสูงถึง 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะเดียวกันผลการวิจัยในต่างประเทศชี้ว่าเมื่อ 20 กว่าปีก่อนจำนวนผู้ที่มีความเชื่อในเวทมนตร์และไสยศาสตร์ในสหรัฐฯ มีจำนวนประมาณ 134,000 คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2 ล้านกว่าแล้ว
ขณะเดียวกันแพลตฟอร์ม Etsy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซสำหรับสินค้าออกแบบและไลฟ์สไตล์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีผู้ขายที่เน้นการขายสินค้าเกี่ยวกับ Magic Industry มากกว่า 36,000 ราย ในขณะที่ #WitchTok ก็มียอดคลิกชมสะสมเกือบ 50,000 ล้านครั้งบน Tiktok ด้วย
ดร.เจิ้งอิ้นจวิน หัวหน้าภาควิชาศาสนศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Fu Jen Catholic University ก็ให้ความเห็นว่า การเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในแบบนี้ ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านจิตวิญญาณในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ จะต้องอยู่บนรากฐานที่เกี่ยวพันกับวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย จึงจะไปด้วยกันได้
โดยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผู้สนใจจะทำการเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงทำให้เป็นการเรียนแบบไม่ครบถ้วน การที่สามารถใช้หลักทางวิชาการมารวบรวมสิ่งเหล่าอย่างมีรูปแบบและมีมาตรฐาน เชื่อว่าจะทำให้สามารถพัฒนาและต่อยอดให้เกิดโอกาสและสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
ส่วนการเปิดหลักสูตรแบบเดียวกันนี้ในไต้หวันมีความเป็นไปได้สูง เพราะไต้หวันเองก็มีวัฒนธรรมท้องถิ่นในแบบตะวันออก ทั้งการทรงเจ้า ไหว้เจ้า รวมถึงการดูดวง และการซื้อขายวัตถุมงคลในแบบของตัวเองเช่นกัน
นอกจากนี้ ในงานแสดงสินค้า PINKOI Design Fest 2023 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสินค้าออกแบบที่จัดขึ้นในไทเประหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็มีผู้ร่วมจัดแสดงที่เป็นหมอดูไพ่ทาโรต์ คือ Alp Kirin ซึ่งออกผลิตภัณฑ์เทียนหอมและน้ำหอมของตัวเอง และได้รับความสนใจจากผู้มาเยี่ยมชมงานเป็นจำนวนมาก โดยสินค้าของ alp-prophet มีวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มของ PINKOI ที่เป็นแพลตฟอร์มอี-คอนเมิร์ซชื่อดังของไต้หวันสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ของไต้หวันด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการเปิดหลักสูตรด้านเวทมนตร์และไสยศาสตร์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยอังกฤษในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ให้กับโลกแห่งเวทมนตร์และไสยศาสตร์ไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นสิ่งงมงาม เมื่อผ่านการค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ ก็จะทำให้กลายเป็นสิ่งที่มีแบบแผนและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
ที่ผ่านมา ชาวไต้หวันซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนที่มีทั้งการทรงเจ้าและไหว้เจ้า และนิยมนิยมไปไหว้พระพรหมเอราวัณในยามที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ทำให้มีการตั้งศาลพระพรหมทั่วไต้หวันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้วัตถุมงคล เช่น พระเครื่องและตะกรุด ของไทยได้รับความนิยมในหมู่ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
เห็นได้จากการเกิดขึ้นของร้านให้เช่าวัตถุมงคลของไทยจำนวนมาก ทั้งช่องทางออนไลน์ คือ แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซและช่องทางออฟไลน์ คือ ร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลพระพรหมตามที่ต่างๆ และร้านค้าที่อยู่ตามตลาดนัดกลางคืนใหญ่ๆ การที่ไทยมีรากฐานทางวัฒนธรรมและมีความเชื่อท้องถิ่นที่สอดคล้องกับกระแสของ Magic Economy ทำให้หากสามารถสร้างแบบแผนและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในเชิงวิชาการได้ เชื่อว่า จะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ที่มีศักยภาพของไทยในตลาดไต้หวันและตลาดเอเชียได้
ดังเช่นตัวอย่างของ Alp Kirin ที่แสดงให้เห็นว่า สินค้าออกแบบและไลฟ์สไตล์ที่ผ่านการ Blessing สามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้ง Story และการสร้างคุณค่าทางจิตใจ จึงถือเป็นความสอดคล้องต่อกระแสนิยมของการบริโภคสมัยใหม่ ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่มองไม่เห็นของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมากเช่นกัน
สำหรับประเทศไทยเริ่มมีแบรนด์ไลฟ์สไตล์ต่างๆหันมาเอาดีด้านผลิตภัณฑ์ สายมู เช่น เครื่องสำอางสายมูแบรนด์นานาทอง (Nanathong) ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้จัดแสดงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากทองคำบริสุทธิ์ นะหน้าทอง และสมุนไพรในงาน “อะเมซิ่ง มูติเวิร์ส เปิดจักรวาลสายบุญ”
สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ ททท. ได้เริ่มนโยบายเที่ยวสายบุญ มูเตลู เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้รู้จักวัฒนธรรม ความเชื่อ ความศรัทธาผ่าน ศาสนสถาน สิ่งเคารพและศรัทธา วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยที่แฝงในสินค้า รวมทั้งออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวด้านความเชื่อ
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ไสยศาสตร์-เวทมนต์” ที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องงมงายได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมที่ไม่ธรรมดา สิ่งที่น่าจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไปคือท่าทีของภาครัฐที่จะส่งเสริมและผลักดันให้กลายเป็น Soft power สร้างเม็ดเงินไหลกลับเข้าประเทศไทยได้อย่างไร