“ทนายแก้ว” ติง ทำแบบนี้ไม่ให้เกียรติกัน หลัง “อาจารย์ดัง” โพสต์เย้ยค่าทนาย
วันที่ 8 ธ.ค. 66 ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ได้ออกมาโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Legal Intelligence มนต์ชัย ทนายโซเชียล โดยระบุว่า “วันนี้เห็นโลกโซเชียลปั่นปวน คดีความที่คุณหนุ่มกรรชัยฟ้อง อ.อ๊อดที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นั้นโดยมีข้อความบางตอนที่อีกฝ่ายโพลต์ (สาธารณะ) เขียนทำนองว่า …ค่าทนายความจำนวน 5,000 บาท ที่ศาลสั่ง ทนาย (6คน) แบ่งได้คนละ 833บาท นั้น
ผมในฐานะกรรมการอำนวยการสำนักอบรมวิชาว่าความ , ที่ปรึกษากรรมการช่วยเหลือฯ และรองประธานคณะกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอปกป้องอาชีพทนายความ
ผมขออนุญาตพูดสักหน่อยว่า…ตลอดระยะเวลาที่เป็นทนายความว่าความ ขึ้นโรงขึ้นศาล มาร่วมจะ 30 ปี แล้วว่า…เมื่อศาล (หมายถึงศาลยุติธรรม) พิพากษา, เราในฐานะโจทก์หรือจำเลยก็ต้องเคารพในคำพิพากษาของศาลครับ จะไปวิพากษ์วิจารณ์หรือนำคำพิพากษาไปพูด หรือสร้างความวุ่นวายไม่ได้ครับ อาจจะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้
เพราะท่านผู้พิพากษา (ศาล) ได้ตัดสินคดีตามพยานหลักฐานแล้ว และเป็นไปตามหลักกฏหมาย โดยไม่ได้เอนเอียงไปในทางใด และถือว่าคดีเสร็จเด็ดขาดในศาลชั้นต้น ดังนั้นสิ่งเดียวที่ทนายความหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ทำได้ก็คือ การอุทธรณ์หรือฎีกาต่อศาลสูงตามลำดับต่อไป
กับทั้งในขณะที่ศาลอ่านคำพิพากษา เราในฐานะคู่ความ ก็ต้องทราบแล้วว่าเหตุที่โจทก์นำคดีไปฟ้องอ้างฐานความผิดอะไร? แล้วเราสู้ว่าอย่างไร? ก็ต้องมาพิจารณาที่ข้อกล่าวหาเป็นหลักสิครับ หรือตามประสากฎหมายที่เรียกว่า (ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา) ดังนั้น
หากศาลพิพากษาว่าคุณละเมิด ก็แสดงชัดว่า คุณไปละเมิดเขา แต่การที่ศาลใช้ดุลพินิจพิพากษาในส่วนเหตุอื่น หรือตัดคำขอบางข้อไปเช่น โจทก์ขอลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น แต่ศาลไม่พิพากษาหรือสั่งให้ ก็ล้วนเป็นดุลพินิจของศาลทั้งสิ้น แล้ว อีกฝ่ายกลับจะไปประกาศได้อย่างไรว่า คดีของคุณชนะ
ทั้ง ๆ ศาลพิพากษาว่าคุณละเมิด และการที่ไปโพลต์เขียนในทำนองว่า…ค่าทนายความที่ศาลสั่งให้จ่าย5,000บาท นั้นทีมทนาย6คนไปแบ่งกันคนละ833บาท ซึ่งตามปกติแล้วทนายความก็ทำหน้าที่กันไปจะแพ้หรือชนะคดีก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลูกความ ฝ่ายตรงข้าม
ก็ไม่ควรไปพูดถึงส่วนแบ่ง ค่าทนายความที่ศาลพิพากษาเลย
มันไม่น่ารักและไม่เหมาะสมจริงๆ เพราะอาชีพทนายความ ถือเป็นงานวิชาชีพที่มีเกียรติ ต่างฝ่ายก็ต่างทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ การที่ศาลจะสั่งค่าทนายความเท่าไหร่? เป็นไปตามกฏหมาย
งงในงง แล้วทำไม?จะต้องไปพูดแบบมีเจตนาซ่อนเร้นหรือสร้างประเด็นเกี่ยวกับเงินค่าทนายความ 5,000บาทบาทด้วย โดยทนายได้คนละ833บาท
มันเหมือนเหน็บ ๆ ดูถูกกัน ไม่ทราบคนเห็นคนอ่านแล้วรู้สึกอย่างไร? แต่สำหรับผมรู้สึกว่า ผู้พูดมีเจตนา สื่อให้เห็นว่า ทนายความได้เงินน้อยมาก ๆ ไม่ให้เกียรติกัน”