บริติช เคานซิล ชี้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียนโอกาสแตะ 9.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยคิดเป็น 8.01% ของ GDP “บริติช เคานซิล” ชี้อาเซียนมีโอกาสโตถึง 9.7 ล้านล้านบาทในปี 2573 ผลสำรวจระดับภูมิภาคเผยจุดแข็ง "ทุนทางวัฒนธรรม" แต่ยังเผชิญช่องว่างด้านทักษะและความร่วมมือ บริติช เคานซิล ดัน ASEAN-UK มุ่งเน้นการเสริมแกร่งทุนมนุษย์ วางรากฐานนโยบาย และเชื่อมโยงเครือข่ายนานาชาติ
8 ธันวาคม 2568-ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและความยั่งยืนในปัจจุบัน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ได้รับการยกย่องให้เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่สำคัญ ในเวทีโลก สหราชอาณาจักร ถือเป็นต้นแบบสำคัญ โดยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของสหราชอาณาจักรมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 124 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี และมีการจ้างงานกว่า 2 ล้านตำแหน่ง
นางเฮเลน เฟซีย์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน กล่าวว่า สหราชอาณาจักรมีความมุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตด้วยความคิดสร้างสรรค์ มายกระดับศักยภาพในลักษณะเดียวกันทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านความร่วมมือกับอาเซียน
[caption id="attachment_213352" align="aligncenter" width="750"]
นายแดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย[/caption]
นายแดนนี ไวท์เฮด ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวถึงศักยภาพของภูมิภาคอาเซียนว่า ตลาดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกลุ่มประเทศสมาชิกมีโอกาสเติบโตสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 สำหรับประเทศไทย ข้อมูลระบุว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าคิดเป็น 8.01% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง
โครงการ ASEAN-UK Advancing Creative Economy ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักรประจำอาเซียน (UK Mission to ASEAN) และบริติช เคานซิล โดยร่วมมือกับสำนักเลขาธิการอาเซียน มีการดำเนินการสำรวจความคิดเห็นระดับภูมิภาค (Regional Perception Poll on the ASEAN Creative Economy) ซึ่งให้ภาพเชิงลึกของภูมิทัศน์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอาเซียน:
จุดแข็ง:
- การบริโภคในประเทศ: พบว่าคนไทยถึง 39% นิยมบริโภคผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ท้องถิ่นเป็นประจำ (เช่น ภาพยนตร์ ดนตรี หรืองานฝีมือ)
- ทุนทางวัฒนธรรม: "ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น" ถูกมองว่าเป็นเอกลักษณ์และจุดขายที่โดดเด่น โดย 54% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่ามีผลอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ซึ่งตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของชาติ
ความท้าทาย:
- ช่องว่างด้านทักษะ: ยังมีความต้องการเสริมสร้างทักษะสำคัญ เช่น ทักษะดิจิทัล การตลาด การสร้างแบรนด์ และทักษะทางสังคม
- ช่องว่างด้านระบบนิเวศ: ระบบนิเวศสร้างสรรค์ยังต้องการการสนับสนุนจากนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
- ช่องว่างด้านความร่วมมือ: ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ถึง 50% ระบุว่า การขาดการประสานงานและความร่วมมือระดับภูมิภาค เป็นอุปสรรคสำคัญในการเติบโต
โครงการ ASEAN–UK Advancing Creative Economy มีการดำเนินงานที่มุ่งเป้าหมายในการแก้ไขความท้าทายที่ระบุในผลสำรวจ ผ่านกิจกรรมและนโยบายที่ส่งเสริมระบบนิเวศสร้างสรรค์ในอาเซียนและประเทศไทย:
1. การเสริมสร้างทุนมนุษย์ (ปิดช่องว่างทักษะ)
มีการจัดโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ เช่น:
- โครงการอบรมการจัดการเทศกาล ASEAN-UK: เพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการผลิตเทศกาลที่มีคุณภาพในระดับสากล
- Craft Toolkit: แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่บริติช เคานซิลพัฒนาร่วมกับองค์กรด้านหัตถกรรมในสกอตแลนด์ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการทำธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับช่างฝีมือและธุรกิจสร้างสรรค์
2. การวางรากฐานนโยบายและโครงสร้าง
มีการดำเนินการโครงการด้านนโยบายและงานวิจัยเพื่อพัฒนากรอบนโยบายและองค์ความรู้ระดับภูมิภาค เช่น:
- กรอบความยั่งยืนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน: กำหนดแนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับประเทศสมาชิกในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์
- โครงการฝึกอบรมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบบผสมผสาน เพื่อเพิ่มความเข้าใจและประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ของผู้กำหนดนโยบายในอาเซียน
3. การเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคและนานาชาติ
โครงการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในระดับโลกและระดับภูมิภาค:
- โครงการ ASEAN-UK Music Delegation: นำตัวแทนเทศกาลไทย อาทิ Wonderfruit, Mahorasob และ Bangkok Music City เข้าร่วมเทศกาลดนตรีในสหราชอาณาจักร เพื่อพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือกับพันธมิตรในสหราชอาณาจักรและอาเซียน
- การสนับสนุนการเยือนและพำนัก: บริติช เคานซิลสนับสนุนการเดินทางของคณะผู้แทนรัฐบาลไทยและศิลปินเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเมืองสร้างสรรค์และเทศกาลต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ
4. การพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในไทย
มีการร่วมพัฒนาเครือข่ายสร้างสรรค์ในจังหวัดต่าง ๆ (เช่น แพร่ สกลนคร เชียงใหม่ จันทบุรี นครราชสีมา) และเป็นพันธมิตรโครงการ UCCN Co-Creative City Model ซึ่งเน้นการวิจัย การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาพื้นที่
[caption id="attachment_213353" align="aligncenter" width="750"]
นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)[/caption]
นายชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) กล่าวว่า ความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนเสริมสร้างทักษะ พัฒนานวัตกรรม และสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ด้วยพื้นฐานความแข็งแกร่งด้าน ทุนทางวัฒนธรรม และความสามารถของนักสร้างสรรค์ไทย การนำมุมมองและกลยุทธ์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักรมาปรับใช้ พร้อมกับการพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์ที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมขยายสู่ภูมิภาคอื่น ๆ บนเวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง ความร่วมมืออาเซียน-สหราชอาณาจักรจึงมีส่วนสำคัญต่อการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย