โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลยุทธ์การลงทุนปี 2569 กระจายความเสี่ยง รับวัฏจักรเศรษฐกิจโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 00.22 น. • The Bangkok Insight

กลยุทธ์การลงทุนปี 2569 กระจายความเสี่ยง รับวัฏจักรเศรษฐกิจโลก

นายพงษ์ธร ถาวรธนากุล, CFA ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lief Capital Asset Management ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีที่ตลาดหุ้นต้องเผชิญทั้งสงคราม การค้าตึงเครียด และจีนที่อ่อนแรง แต่เศรษฐกิจโลกกลับทนทานกว่าที่คาด โดยรายได้บริษัทจดทะเบียนเติบโตดี โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและเริ่มขยายไปยังญี่ปุ่นและตลาดเกิดใหม่บางประเทศ ทำให้ปี 2569 ดูเป็นปีที่โอกาสการลงทุนหลากหลายขึ้น ไม่ได้มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาไม่กี่แห่งอีกต่อไป จึงเป็นจังหวะสำคัญที่นักลงทุนจะปรับพอร์ตลงทุนให้สอดรับกับกระแสโลก ทั้ง AI วัฏจักรใหม่ของยุโรป-ญี่ปุ่น โอกาสในตลาดเกิดใหม่ และความจำเป็นต้องมองหาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายกว่าเดิม

กลยุทธ์การลงทุนปี 2569

AI ยังน่าสนใจ แต่ต้องเริ่มคุมความเสี่ยง

วัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Capex) ในปี 2568 เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มต่อเนื่องในปี 2569 จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ ชิปประมวลผล พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเริ่มแปลงเป็นผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่แค่เป็นเพียงแค่แนวคิดเหมือนยุคดอทคอม ซึ่งจุดต่างสำคัญคือ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ใช้กำไรสะสม รวมถึงบางส่วนของรายได้ในอนาคตจากธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว มาลงทุน ไม่ได้พึ่งหนี้แบบหนักหน่วง ทำให้ความเสี่ยงฟองสบู่ยังไม่ชัดเท่าช่วงฟองสบู่ดอมคอมปี 2533 แม้ว่าสัญญาณเตือนเรื่องการกู้เงินเพิ่ม การลงทุนกับพันธมิตรเครือข่ายใกล้ชิด และการเก็งกำไรในหุ้นเบต้าสูงเริ่มมากขึ้น ดังนั้น โอกาสลงทุนในธีม AI จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยักษ์ แต่รวมถึง

  • หุ้นโครงสร้างพื้นฐานของ AI เช่น ผู้ผลิตไฟฟ้า ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้ผลิตชิป และผู้ให้บริการคลาวด์ ที่ได้ประโยชน์จากดีมานด์ด้านคอมพิวต์และความต้องการใช้พลังงานที่พุ่งสูง
  • บริษัทที่นำ AI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพงาน เช่น ธนาคาร ค้าปลีก โลจิสติกส์ ซึ่งอาจอยู่ในตลาดไทยหรือต่างประเทศ แต่มีเรื่องราวการใช้ AI ที่จับต้องได้

ดังนั้น แนวคิดการลงทุนในปี 2569 คือ ลงทุนใน AI แบบมีวินัย โดยเลือกบริษัทที่เริ่มเห็นผลตอบแทนจากเงินลงทุนชัดเจน กระแสเงินสดยังแข็งแรง และไม่จ่ายราคาแพงเกินไปจากกระแสความตื่นเต้นระยะสั้น

จากกระจุกตัว สู่การกระจายด้านกำไรมากขึ้น

ช่วงสามปีที่ผ่านมา การเติบโตของกำไรจดทะเบียนจะกระจุกตัวอยู่ในหุ้นที่มีขนาดใหญ่ หรือเรียกว่า เมกะแคป (Mega Cap) โดยเฉพาะในสหรัฐฯ แต่ในปี 2568 สัญญาณกำไรเริ่มกระจายออกไปมากขึ้น ทั้งตามขนาดบริษัทและภูมิภาค โดยมีการปรับประมาณการกำไรขึ้นในหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกา รวมถึงในบริษัทในญี่ปุ่นและตลาดเกิดใหม่บางประเทศ เช่น ไต้หวันและเกาหลีใต้

สำหรับปี 2569 หากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโต เนื่องจากนโยบายการเงินการคลังที่ผ่อนคลาย ทำให้เป็นโอกาสที่นักลงทุนได้ลงทุนในหุ้นที่หลากหลายมากขึ้น โดยมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ลดการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง ด้วยการทยอยเพิ่มน้ำหนักในหุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งขึ้น ทั้งในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่ เช่น ไต้หวันและเกาหลีใต้
  • ลงทุนกองทุนรวมหรือกองทุน ETF ที่เน้นการกระจายตามขนาด (Multi cap)

กลยุทธ์การลงทุนปี 2569

กระจายลงทุนข้ามประเทศ

ในยุคโลกาภิวัตน์ทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนไปในจังหวะใกล้เคียงกัน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ทำให้การกระจายการลงทุนข้ามประเทศให้ผลตอบแทนไม่ต่างกันมากนัก แต่ภาพปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจัยต่าง ๆ เช่นภูมิรัฐศาสตร์ ซัปพลายเชน ทำให้วัฏจักรเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเริ่มไม่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย มีแนวโน้มผันผวนและยังอยู่ในระดับสูง ผลลัพธ์คือ ความสัมพันธ์ของตลาดหุ้นระหว่างประเทศปรับลดลง ดังนั้น นักลงทุนควรกระจายการลงทุนข้ามภูมิภาคและอุตสาหกรรม เช่น ในอดีตเน้นลงทุนตลาดหุ้นไทยและหุ้นสหรัฐอเมริกา ปี 2569 อาจกระจายการลงทุนไปยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากความแตกต่างของแต่ละประเทศที่ไม่สอดคล้องกัน

ยุโรป-ญี่ปุ่น ไม่ควรมองข้าม

ในอดีตตลาดยุโรปและญี่ปุ่นมักเดินตามสหรัฐอเมริกา วันนี้ทั้งสองภูมิภาคมีกลไกเฉพาะตัวที่น่าสนใจและช่วยให้วัฏจักรเป็นของตัวเองมากขึ้น โดยในยุโรป การชะลอตัวของโลกาภิวัตน์และเงินเฟ้อที่อยู่สูงกว่าอดีต ทำให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะยาว พร้อมกับการหันมาเน้นเศรษฐกิจในประเทศ ความมั่นคง และการแข่งขัน ทำให้หุ้นที่ได้ประโยชน์จากความต้องการในประเทศมีความโดดเด่นมากขึ้นกว่าหุ้นพึ่งพาการส่งออก เช่น ธุรกิจธนาคาร โทรคมนาคม ก่อสร้าง กลุ่มสาธารณูปโภค รวมถึงบริษัทด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศ ที่ได้อานิสงส์จากการเพิ่มงบประมาณทางทหาร

สำหรับญี่ปุ่น กำลังหลุดพ้นจากยุคเงินฝืดที่มีมายาวนานหลายทศวรรษ นั่นคือ เงินเฟ้อและค่าแรงเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลและธนาคารกลางยังใช้นโยบายการคลังและการเงินแบบผ่อนคลาย รวมทั้งการปฏิรูปธรรมาภิบาลและการเน้นผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ทำให้หุ้นญี่ปุ่นน่าสนใจขึ้น เช่น กลุ่มธนาคารและภาคบริการที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ ที่ได้รับแรงหนุนการเติบโตจากการใช้จ่ายในประเทศที่ฟื้นตัว

ตลาดเกิดใหม่ โอกาสกลับมา แต่ต้องเลือก

ปี 2568 ถือว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่มีความโดดเด่น โดยแรงหนุนหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเกี่ยวกับ AI ถึงแม้ระดับมูลค่าจะยังต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีโอกาสที่กำไรของบริษัทในตลาดหุ้นเกิดใหม่จะเริ่มกลับมาได้ในปี 2569 หากเศรษฐกิจโลกขยายตัว

ปัจจัยสำคัญอีกด้านคือ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่เผชิญแรงกดดันจากปัญหาการคลัง การเติบโต และเงินเฟ้อ รวมถึงการไหลออกของเงินทุนไปยังภูมิภาคอื่น ดอลลาร์ที่อ่อนลงมักเอื้อต่อผลตอบแทนตลาดเกิดใหม่ และช่วยลดภาระหนี้สกุลดอลลาร์ของประเทศ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเกิดใหม่หลายประเทศได้เน้นสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นมากขึ้น เช่น แผนปฏิรูปธรรมาภิบาลในเกาหลีใต้ และแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างในจีน

อย่างไรก็ตาม ตลาดเกิดใหม่มีความแตกต่างระหว่างประเทศสูง ทั้งด้านการเมือง สังคม และโครงสร้างอุตสาหกรรม นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์ด้วยการใช้กองทุนรวมเชิงรุกที่เน้นคัดประเทศและคัดหุ้น แทนการเก็บทั้งดัชนีแบบเหมารวม พร้อมระวังความเสี่ยงเชิงการเมืองและกฎระเบียบ โดยเฉพาะในประเทศที่มีแนวนโยบายเปลี่ยนแปลงเร็ว

กลยุทธ์การลงทุนปี 2569

อย่าลืมป้องกันความเสี่ยง

หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของปี 2569 คือ การป้องกันความเสี่ยงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นและพันธบัตรที่สูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หมายความว่าพันธบัตรทำหน้าที่เป็นกันชนที่มีประสิทธิภาพได้ลดลง เพราะมีโอกาสที่หุ้นและพันธบัตรจะปรับตัวลงพร้อมกัน ขณะเดียวกัน หากหุ้นสหรัฐอเมริกาและค่าเงินดอลลาร์ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางเดียว การถือดอลลาร์อาจเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าที่จะเป็นสินทรัพย์หลบภัย

ดังนั้น ควรเสริมเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงนอกเหนือจากพันธบัตร เช่น กองทุนรวมที่มีความยืดหยุ่นในการทำกำไรและมีนโยบายใช้อนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง เพิ่มสินทรัพย์หรือหุ้นที่ได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยสูง เช่น กลุ่มการเงิน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ที่มักทำได้ดีในภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง

ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่สินทรัพย์ลงทุนทุกประเภทจะปรับขึ้นพร้อมกัน แต่เป็นปีที่มีโอกาสกระจายการลงทุนให้หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางโลกที่ผันผวนและไม่เดินจังหวะเดียวกัน แต่สำหรับนักลงทุนคำถามสำคัญจึงไม่ใช่ "หุ้นอะไรจะวิ่งแรงสุด" แต่คือ "พอร์ตลงทุนจะแข็งแกร่งแค่ไหนในหลายฉากทัศน์" ผ่านการลงทุนอย่างมีวินัย กระจายข้ามภูมิภาค เปิดรับวัฏจักรใหม่ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ตลาดเกิดใหม่ และยกระดับการบริหารความเสี่ยงให้ทันโลกการเงินยุคใหม่

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...