‘อัครา’ ไม่รอผลข้อพิพาทคิงส์เกต เดินหน้าขุดทอง-วิจัยประโยชน์หางแร่
แม้ว่ามหากาพย์ข้อพิพาทระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ทำเหมืองทองรายเดียวในประเทศไทยจะยังไม่จบลง แต่ในช่วง 2 ปีหลังกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง อัคราฯไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป พื้นที่ส่วนใดที่สำรวจค้างไว้ได้เร่งทำการสำรวจต่อ
เพื่อเข้าสู่กระบวนการแต่งแร่ ถลุง ให้ได้แท่งโดเร่ที่ประกอบไปด้วยแร่เงินและแร่ทองคำ ทำให้วันนี้ อัคราฯยังคงยืนหนึ่งเป็นผู้ที่ส่งเงินค่าภาคหลวงบวกกับเงินที่ส่งเข้ากองทุนต่าง ๆ ให้กับภาครัฐมากที่สุด ระดับเกินกว่า 1,000 ล้านบาท
ท่าทีฝ่ายไทย
ล่าสุดคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่มีขึ้นในวันที่ 15 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา “นายอดิทัต วะสีนนท์” อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า ภายในกำหนดการเลื่อนการออกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ กรณีข้อพิพาทระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด กับรัฐบาลไทย วันที่ 15 พ.ย. 2568 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ให้ทนายฝ่ายไทยแจ้งท่าทีของฝ่ายไทยไปยังคณะอนุญาโตตุลาการแล้ว
โดยยืนยันว่าได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของราชอาณาจักรไทย ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
ในขณะที่คิงส์เกตฯได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย และเผยแพร่ต่อสาธารณชนเมื่อ 17 พ.ย. 2568 ว่า บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับการแก้ไขข้อพิพาท TAFTA กับราชอาณาจักรไทย การขยายเวลาครั้งนี้เป็นไปตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุดของประเทศไทย
รวมถึงการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คิงส์เกตฯยังคงมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับรัฐบาลไทยชุดใหม่ และยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหุ้นและบริษัท พร้อมทั้งรักษาสมดุลผลประโยชน์ของผู้ถือผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม
เดินหน้าขุดทองเพิ่ม
นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตทองคำของไทย พร้อมสะท้อนภาพรวมศักยภาพแร่ธาตุสำคัญของประเทศ ปัจจุบันอัคราฯมีกำลังการผลิตทองคำราว 4 ตันกว่าต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการใช้ทองคำในประเทศที่สูงถึง 400-500 ตันต่อปี แม้สัดส่วนผลิตจะไม่มาก แต่ทองคำที่ผลิตในประเทศมีประโยชน์สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทองคำในอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทย
อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรทองคำเป็นทรัพยากรจำกัด แม้ราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ข้อจำกัดของปริมาณแร่ที่ขุดได้ตามธรรมชาติ ดังนั้น อัคราฯจึงต้องตัดสินใจทำแผนผังใหม่จากแหล่งที่มีแร่เกรดต่ำลง ซึ่งก็คุ้มค่า
สำหรับแผนขยายการทำเหมือง โดยบริษัทขออนุญาตขยายความลึกของบ่อเหมือง ภายในพื้นที่ประทานบัตรเดิมไม่มีการขอพื้นที่ใหม่ โดยทั้งหมดผ่านขั้นตอนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการกลั่นกรองจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ ต.ค. 2568 แล้ว ปัจจุบันแผนอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อคำนวณ “ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษต่อรัฐ” จากการขยายการผลิต ซึ่งคาดว่าบริษัทต้องจ่ายเพิ่มราว 30 ล้านบาท ขั้นตอนการคำนวณใกล้เสร็จสมบูรณ์ และมีโอกาสที่การอนุมัติจะทันภายในปี 2568 ทุกฝ่ายต้องทำงานอย่างรอบคอบเพราะเกี่ยวข้องกับบริษัท อัคราฯ
อิฐบล็อกหางแร่
ล่าสุดอัคราฯร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT, บริษัท เอ็มทีเอส รีไฟเนอรี่ แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (ห้างทองแม่ทองสุก) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกันเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทองคำ อัญมณี และเครื่องประดับของไทย เพื่อให้ทองคำเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว
ด้วยการพัฒนานวัตกรรมจากหางแร่ อันเป็นสิ่งหลงเหลือจากกระบวนการผลิตทองคำและเงินของอัคราฯ อาทิ “อิฐบล็อกจากหางแร่” ที่เปลี่ยนแร่เหลือใช้ให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างที่แข็งแรงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่นอกจากช่วยลดปริมาณของเสียจากเหมืองแล้ว ยังเป็นต้นแบบสำหรับการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้หางแร่เป็นวัสดุดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่จะสามารถเพิ่มปริมาณคาร์บอนเครดิตให้กับประเทศ
ซึ่งปัจจุบันนี้มีปริมาณหางแร่อยู่ที่ 22 ล้านตัน โดยถูกนำไปใช้แล้ว 4 ตัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘อัครา’ ไม่รอผลข้อพิพาทคิงส์เกต เดินหน้าขุดทอง-วิจัยประโยชน์หางแร่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net