โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลิกกระดานการค้าโลก! ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินภาษี IEEPA เป็นโมฆะ ดอลลาร์ทรุดทันที-หุ้นผู้นำเข้าพุ่งขานรับข่าวดี

The Better

อัพเดต 10 ม.ค. เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. เวลา 04.45 น. • THE BETTER
ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติเสียงข้างมาก “ยกเลิก” มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศใช้ผ่านกฎหมาย IEEPA โดยระบุว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตฝ่ายบริหารและล่วงละเมิดอำนาจสภาคองเกรส

เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) มีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยให้มาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็น "โมฆะ" เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ต้นตอคดี: อำนาจล้นมือหรือความจำเป็นเร่งด่วน?

ข้อพิพาทนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่ทรัมป์ใช้อำนาจตาม กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 1977 (IEEPA) ซึ่งปกติมีไว้เพื่อรับมือภัยคุกคามความมั่นคงระดับชาติ แต่กลับถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดกำแพงภาษีในหลายกรณี ได้แก่:

1. สกัดกั้นยาเสพติด: ภาษีต่อจีน แคนาดา และเม็กซิโก เพื่อแก้ปัญหาเฟนทานิล

2. แก้ดุลการค้า: เก็บภาษีทั่วโลกเพื่อลดการขาดดุลของสหรัฐฯ

3. กดดันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: เก็บภาษีอินเดีย 50% (ปมซื้อน้ำมันรัสเซีย) และภาษีบราซิล 50% (ปมคดีอดีตผู้นำบราซิล)

2 ประเด็นหลักที่ศาลต้องวินิจฉัย

บรรดานักกฎหมายมองว่าทรัมป์มีความเสี่ยงที่จะ "แพ้คดี" เนื่องจากประเด็นที่ศาลต้องหาคำตอบคือ:

• อำนาจหน้าที่: ประธานาธิบดีสามารถกำหนดอัตราภาษีเองได้หรือไม่โดยไม่ผ่านสภาคองเกรส (ซึ่งศาลชั้นล่างมองว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต)

• ความฉุกเฉินที่แท้จริง: ปัญหาที่อ้าง เช่น "การขาดดุลการค้า" เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ส่วน "คดีความในบราซิล" ก็ยากที่จะอธิบายว่ากระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ อย่างไร จนต้องใช้กฎหมายฉุกเฉิน

สรุปคำวินิจฉัยสำคัญของศาลฎีกา:

1. อำนาจภาษีเป็นของสภา: ศาลชี้ชัดว่าอำนาจในการกำหนดและจัดเก็บภาษี (Power of the Purse) เป็นอำนาจเด็ดขาดของ "สภาคองเกรส" ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ฝ่ายบริหารไม่สามารถใช้ช่องว่างของกฎหมายภาวะฉุกเฉินมาอ้างเพื่อเก็บภาษีในวงกว้างและไม่มีกำหนดระยะเวลาได้

2. IEEPA มีขอบเขตจำกัด: ศาลระบุว่ากฎหมาย IEEPA ปี 1977 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จัดการภัยคุกคามความมั่นคงที่เฉพาะเจาะจง ไม่ได้ประสงค์ให้ประธานาธิบดีนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการปรับโครงสร้างภาษีศุลกากรเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าหรือประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ

3. คำสั่งคืนเงินภาษี (The Big Refund): ศาลสั่งให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีทั้งหมดที่จัดเก็บไปแล้วให้กับบริษัทผู้นำเข้านับพันแห่งทั่วโลก คาดการณ์มูลค่ารวมสูงถึง 133,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.5-4.6 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะกลายเป็นการคืนภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ผลกระทบทันทีหลังคำตัดสิน:

• ตลาดการเงิน: เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงทันที เนื่องจากความกังวลเรื่องสถานะทางการคลังของสหรัฐฯ ที่ต้องสูญเสียรายได้มหาศาลและต้องจ่ายเงินคืน ในขณะที่ ตลาดหุ้นพุ่งรับข่าวดี โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทค้าปลีก อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ที่แบกรับต้นทุนภาษีมาตลอดหนึ่งปีเต็ม

• การเมืองสหรัฐฯ: ถือเป็นความปราชัยทางกฎหมายครั้งรุนแรงที่สุดของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ส่งผลให้ทรัมป์สูญเสีย "อาวุธหนัก" ในการกดดันคู่ค้า (โดยเฉพาะจีน) และถูกบังคับให้ต้องกลับไปเจรจากับสภาคองเกรสหากต้องการผ่านกฎหมายภาษีใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...