โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทนายวิญญัติ ย้ำความจริงคดีสลายชุมนุมคนเสื้อแดง ปี 53 ที่ยังรอความยุติธรรม

VoiceTV

อัพเดต 04 พ.ย. 2568 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 14.15 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แฟนเพจเฟซบุ๊ก วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2568) โดยระบุว่า

#ถามวัวตอบควาย

จากข่าวนิสิตจุฬาฯ ชูป้าย ต่อหน้านายอภิสิทธิ์ แต่คำตอบที่ได้ นอกจากไม่ได้ตอบแล้ว ก็ได้โต้ตอบกลับด้วยผลของคดีของเขา

ผมจะมาย้อนให้หลายๆคนทราบ …

[1]การชุมนุมของคนเสื้อแดงร่วมแสนในปี 2553 จบลงด้วยประชาชนนับ 1,000 ราย ถูกดำเนินคดีด้วยประกาศต่างๆตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของ ศอฉ.โดยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการจับผู้ฝ่าฝืนการชุมนุมดำเนินคดีข้อหาร้ายแรงกว่า 100 คดี ทั้งในกรุงเทพฯปริมณฑลและต่างจังหวัด

[2]ต่อมาภายหลังจาก คสช. ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง(รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) กระทั่งเมื่อ 22 พฤษภาคม 2558 ได้ 1 ปีเศษ อะไรๆภายใต้อำนาจ คสช.ก็เกิดขึ้นภายใต้อำนาจดุลพินิจ ของ ป.ป.ช.

ใช่ครับ ผมกำลังกล่าวถึง อำนาจของรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นพลเรือน ใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน จนเกิดความรุนแรงทางการเมือง ทำให้เกิดการสังหารประชาชนกว่า 100 ศพ

”คดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง“

[3]ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในที่ชุมนุมปี 2552,2553 ต่อมาได้ทำหน้าที่ทนายความในการพิสูจน์ความจริงจากการถูกใส่ร้าย การต่อสู้คดีของคนเสื้อแดง ต่างรู้ดีว่าผู้ที่มีอำนาจและเจ้าหน้าที่รัฐที่มาเกี่ยวข้องกับการใช้กองกำลังทหารเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างโหดร้ายและไร้มนุษยธรรม

นี่คือหนึ่งเหตุการณ์… เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลา 03.00 ศอฉ.ดำเนินการมาตรการปิดล้อมและสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่ตามแนวทางสั่งการของรัฐบาล โดยมีข้อมูลตามกระดานเขียนข่าว ว่า ผอ.ศอฉ. ได้สั่งการให้มีการใช้อาวุธปืนและกระสุนจริง พร้อมยุทโธปกรณ์ทางการทหารเต็มอัตราศึกบุกเข้าทำลายแนวกั้นของผู้ชุมนุม เพียงเพื่อต้องการให้ยุติการชุมนุมและจับตัวแกนนำ

ผลที่ตามมาคือความตายและการเจ็บของประชาชนจำนวนมาก

[4]“เหตุการณ์ 6 ศพ วัดปทุมวราราม”

ในการสลายชุมปี53 ดีเอสไอ ได้ส่งสำนวนคดีพิเศษ ที่ศาลมีคำสั่ง ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษแล้วหลายคดีซึ่งรวมถึงการตั้งรูปคดี เป็นสำนวนการวิสามัญฯ ที่ 6 ศพวัดปทุมฯ ที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนชันสูตร 6 ศพ วัดปทุมฯ เเล้วได้เคยถูกส่งมาเป็นสำนวนประกอบท้ายสำนวนในคดีที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เเละนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในความผิดฐานร่วมกันก่อ หรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เเต่การส่งมาในขณะนั้นเป็นเพียงสำนวนประกอบเพื่อเอาผิด นายอภิสิทธิ์ เเละนายสุเทพ ซึ่งเป็นสำนวนหลัก

โดยขณะนั้นทางดีเอสไอเเจ้งกับทางอัยการว่า “ ยังไม่สามารถหาตัวผู้ยิงได้ว่าเป็นใคร” เเต่ส่งมาเพื่อประกอบสำนวนของอภิสิทธิ์ เเละนายสุเทพ

อัยการก็ยื่นฟ้องไปโดยเเนบคำสั่งศาลคดี 6 ศพ วัดปทุมฯเเละสำนวนไต่สวนการตายอื่นๆ ไปท้ายฟ้อง โดยที่ยังไม่ได้พูดในเนื้อหาว่าคดีที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายมาเเล้วว่าใครเป็นผู้กระทำเนื่องจากทางพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ยังไม่ทำสำนวนมา เป็นเพียงเเต่การเเนบสำนวนไปให้ศาลเห็นว่าอภิสิทธิ์ เเละนายสุเทพเป็นผู้สั่งการเเละใช้ให้มีการกระทำเกิดขึ้น เเต่ต่อมาภายศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าเป็นอำนาจ ปปช.

"จึงมีมติให้ส่งเรื่องการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ทหารที่เป็นผู้กระทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว รวมทั้งนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ซึ่งมิใช่บุคคลตามมาตรา 66 (ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป.."

นั่นคือ ถ้อยแถลงบางส่วนของข่าวสำนักงานป.ป.ช. ที่เผยแพร่อออกมา (ดูภาพประกอบ)

[5] ป.ป.ช.ในยุค คสช. ยอมรับในตัวว่า ทหารเป็นผู้ทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บขึ้นกับประชาชนจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมทั้งเดือนเมษายน- พฤษภาคม 2553 เพราะหลักฐานมันชัดแจ้งจนยากที่จะไม่ยอมรับ

แต่คนที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งให้ใช้กำลัง ให้ใช้อาวุธปืนกระสุนจริง ทั้งซุ่มยิงทั้งยิงโจ่งแจ้ง ก็เป็นไปตามทางไต่สวนฯ คือ พ้นผิดจากข้อกล่าวหา

จากการไต่สวนคดีนี้ ส่งผลในทางกฎหมายทันทีว่า

*ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 รายกับพวก ได้ทำตามหน้าที่โดยมีมาตรการจากเบาไปหาหนักแล้ว ส่วนเรื่องที่มีมติส่งไปให้ดีเอสไอสอบสวนต่อนั้น คือกรณีที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในที่เกิดเหตุ เพื่อให้ดีเอสไอ สอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดกรณีที่ทำให้มีการตายเกิดขึ้น หรือการฆ่าคนตายที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ยิงถือเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับผู้สั่งการแต่อย่างใด

[6] บทละครแบบนี้ คือ การโยนให้ดีเอสไอก็เพื่อเอาไว้ตอบสังคมว่าให้หาคนฆ่าประชาชนมาให้ได้สิ ทั้งๆที่ได้รับรองโดยการสอบสวนของป.ป.ช. ว่าทำโดยชอบ พอสมควรแก่เหตุ และโดยสุจริต ตามนัย ม.17 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไว้แล้ว ฉะนั้น การจะเอาผิดกับผู้ปฏิบัติย่อมไม่ได้ เพราะได้ประโยชน์จากผลการไต่สวนฯและข้อยกเว้นความรับผิดนั้นแล้ว (จบไหม?)

ข้อกล่าวหาว่า ”การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารระงับเหตุไม่เป็นไปตามหลักสากล และไม่อยู่ในเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด การกระทำของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจึงเข้าข่ายความผิดการใช้อำนาจโดยมิชอบนั้น เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม ป.อ. ม.157“ คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง และไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญา

[7] มันไม่ใช่คดีฆาตกรรม(ป.ป.ช.และศาลยุติธรรม เห็นสอดคล้องกัน) ทั้งๆ ที่การฟ้องคดีต่อศาลอาญา เจ้าพนักงานใช้อาวุธสงครามยิงผู้ตาย ย่อมเป็นการกระทำนอกเหนือตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยทั้งสอง ทั้งการ มีคำสั่งอนุมัติใช้อาวุธและกระสุนจริง รวมทั้งพลแม่นปืนปฏิบัติหน้าที่ จำเลยทั้งสองมีเจตนาเล็งเห็นผลว่าเจ้าพนักงานจะใช้อาวุธสงครามยิงประชาชนได้ เป็นเรื่องการกระทำนอกเหนือตำแหน่งราชการ เป็นการก่อหรือใช้ให้เจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น เป็นความผิดฐานก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่าคนตายตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 84

* สรุป คดีทั้งหมดเกี่ยวกับการชุมนุม 2553 จึงกลับมาอยู่ในมือของป.ป.ช.

สุดท้ายส่งท้ายปี (29 ธ.ค.58) ป.ป.ช. มีมติให้ทั้งสองคดีตกไป เพราะเห็นว่าการ คำสั่งที่มีหลักฐานลงนามโดย ผอ.ศอฉ. ที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำอาวุธติดตัวเพื่อป้องกันตนเองได้จะเป็นไปตามหลักสากล คือ ความตายที่เกิดจากอาวุธทหารเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ

[8] ที่อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อธิบายกับน้องนักศึกษาคนนั้น ตอบได้ถูกต้องในผลของคดีที่กล่าวหาเขา เพราะ…

ศาลยุติธรรมไม่มีอำนาจพิจารณาสำนวนสอบสวนความผิดที่อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. แต่ ป.ป.ช. ปิดจบ(ไง)

แต่ความรับผิดชอบทางมนุษยธรรมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อเหตุโศกนาฏกรรมที่ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย จากการชุมนุมทางการเมือง มันยากที่จบลงด้วยการเดินหนีไป.

ที่มา : วิญญัติ ชาติมนตรี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...