โปรแกรมเชียร์ไทย ในเดือน มกราคม
ผ่านเข้าศักราชใหม่ที่ใครหลายคนขอให้เป็นการเริ่มต้นปีที่ดี พร้อมกันนี้ StadiumTH ขอกราบสวัสดีปีใหม่ 2569 แฟนกีฬาทุกท่านขอให้สุขสมหวังดังใจปราถนา
สำหรับวงการกีฬาแน่นอนว่ายังคงความคึกคัก มาสำรวจกันว่า มกราคม เดือนแรกของปี มีอะไรแข่งขันกันบ้าง
กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13
เมืองย่าโม โคราช จังหวัดนครราชสีมา มีโอกาสจัดมหกรรมกีฬาอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการแข่งขัน “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569
สำหรับ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 กำหนดแข่งขัน 19 ชนิดกีฬา และ 2 กีฬาเป็นสาธิต โดยสนามแข่งขันแทบทั้งหมดจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีเพียง 1 ชนิดกีฬาที่กรุงเทพมหานคร คือ โบว์ลิ่ง แข่งขันที่เอสพานาด รัชดาฯ
การแข่งขันในจังหวัดนครราชสีมา โดยสนามหลัก คือ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แข่งขัน 9 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอล 5 คน (ตาบอด), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน(Track), ยิงปืน และ แบดมินตัน
สนามเดอะ มอลล์ โคราช แข่งขัน 2 ชนิดกีฬา เป็น ยูโด และ วีลแชร์ฟันดาบ
สนามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี แข่งขัน 2 ชนิดกีฬา คือ โกลบอล และ จักรยาน (ถนน)
สนาม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา แข่งขันกีฬา 2 ประเภท คือ CP ฟุตบอล 7 คน (ผู้พิการทางสมอง) และ หมากรุก
สนามเซ็นทรัล โคราช แข่งขัน เทเบิลเทนนิส
สนามเทอร์มินอล 21 โคราช จัดการแข่งขันวีลแชร์บาสเกตบอล
สนาม โรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช จัดการแข่งขันยกน้ำหนัก
สนาม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล แข่งขันยิงธนู
เรียกได้ว่ากระจัดกระจายหลายแห่ง แต่ทั้งหมดอยู่ในเขตเมืองนครราชสีมา ใครอยู่ใกล้จุดไหนไปร่วมให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทยกันได้
กีฬาหลายชนิดมีนักกีฬาระดับโลกไม่ว่าจะเป็น ฟันดาบ ที่มี“แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ ราชินีเหรียญทองฟันดาบโอลิมปิก กีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง “กร” พงศกร แปยอ ผู้เป็นแชมป์โอลิมปิกและแชมป์โลก รวมถึง“โปเต้” ณัฐพงศ์ มีชัย แชมป์แบดมินตัน และอีกหลายคน
ทั้งหมดพร้อมแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ อย่าลืมกองเชียร์ชาวไทยไปให้กำลังใจนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ แข่งขันระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569
แบดมินตัน
ศึกลูกขนไก่ในเดือน มกราคม ถือว่าคึกคักมีการแข่งขันต่อเนื่องทุกสัปดาห์ นักกีฬาหลายคนอยู่ในฟอร์มที่ดีโดยเฉพาะ “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ที่กลับมาฟิตสมบูรณ์ในวัย 30 หลังคว้า 2 เหรียญทองจากทีมและหญิงเดี่ยวปิดฉากซีเกมส์อย่างสมบูรณ์แบบ และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ “เวิลด์ทัวร์ ไฟนอล” จนขึ้นมาเป็นมืออันดับ 7 ของโลก รวมถึง“วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ มือ 2 ของโลก ที่เข้าไปถึงรอบนี้เช่นกัน
ในขณะที่ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ“เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน คู่ผสมมืออันดับ 3 ของโลก เจ้าของรางวัลคู่ผสมยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากสหพันธ์แบดมินตันโลก ยังเป็นความหวังในทุกรายการ
น่าเสียดายที่ “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ เกิดอาการบาดเจ็บซ้ำอีกครั้งในศึก “เวิลด์ทัวร์ ไฟนอล” ทำให้อันดับร่วงจากมือ 6 โลก มาอยู่ในอันดับ 8
สำหรับเวิลด์ทัวร์แรกเปิดศักราชด้วย “ปิโตรนาส มาเลเซีย โอเพ่น 2026” รายการระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ชิงเงินรางวัลสูงถึง 1,450,000 เหรียญสหรัฐหรือกว่า 45 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 6-11 มกราคม ณ เคแอล สปอร์ต ซิตี้, บูกิต จารีล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ศึกรายการนี้ “บาส”เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ“เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน เป็นแชมป์เก่าในประเภทคู่ผสม ต้องลุ้นเชียร์ให้ทั้งคู่รักษาแชมป์อีกสมัย
ต่อด้วย ศึกแบดมินตัน เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ซูเปอร์ 750 ชิงเงินรางวัล 950,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 30 ล้านบาทรายการ“โยแน็กซ์-ซันไรส์ อินเดีย โอเพ่น 2026” แข่งขันระหว่างวันที่ 13-18 มกราคม ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ศึกนี้ปีที่แล้ว“หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ไม่ได้แชมป์เพราะไปพ่าย“อัน เซ ยอง” มือ 1 โลก
มาถึงแบดมินตัน“ไดฮัทสุ อินโดนีเซีย มาสเตอร์ 2026” รายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ ซูเปอร์ 500 ชิงเงินรางวัล 500,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 18 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 20-25 มกราคม ณ กรุงจาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย
รายการนี้ถือว่าถูกโฉลกกับนักแบดมินตันไทย โดยเฉพาะ “เมย์” รัชนก อินทนนท์ ที่มาคว้าแชมป์หญิงเดียวในปีที่แล้ว ส่วนชายเดี่ยวเป็น“วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์
ปิดท้ายด้วยศึกแบดมินตันในบ้านเรา“ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ 2026” รายการ เวิลด์ ทัวร์ ซูเปอร์ 300 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมเงินรางวัล 250,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 9 ล้านบาท แข่งขันระหว่าง 27 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร
ศึกรายการนี้นักแบดมินตันคว้ามาสองแชมป์ในปีที่แล้วจากคู่ผสม"บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ"เฟม" ศุภิสรา เพียวสามพราน ที่เอาชนะคู่ชิงจาก อินโดนีเซีย 2-1 เกม
อีกแชมป์จากประเภทหญิงเดี่ยว"หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ ชนะ โกมัง อายู จาห์ยา เดวี จากอินโดนีเซีย ไปได้หวุดหวิด 2-1 เกมเช่นกัน
ทำให้"หมิว" พรปวีณ์ คว้าแชมป์ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เป็นแชมป์หญิงเดี่ยวคนที่ 4 ต่อจาก"เมย์" รัชนก อินทนนท์ 2016, "ครีม" บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ 2017 และ "แน็ต" ณิชชาอร จินดาพล 2018 เป็นการครองแชมป์หญิงเดี่ยวของไทย 3 ปีติด ก่อนจะห่างหายไปนานถึง 6 ปี ก่อนที่“หมิว-พรปวีณ์” จะทำสำเร็จ
และในปีนี้ “หมิว-พรปวีณ์” หวังกลับมารักษาแชมป์อีกสมัย แต่ต้องดูสภาพร่างกายอีกครั้งหลังจากบาดเจ็บในศึก “เวิลด์ทัวร์ ไฟนอล” จนต้องถอนตัวเมื่อเดือนที่ผ่านมา
แต่ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาไทยคนไหนเรียกได้ว่าแฟนแบดมินตันพร้อมเชียร์ การเดินทางที่สะดวกบวกกับสนามที่พร้อมจุคนหลายพัน อย่าลืมไปให้กำลังใจนักแบดมินตันไทยให้ทำผลงานให้ดีที่สุด อีกครั้ง !!
เทนนิส ออสเตรเลียน โอเพ่น 2026
สำหรับการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมแรกของปี รายการออสเตรเลียน โอเพ่น 2026 ชิงเงินรางวัลรวม 96.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 2,088 ล้านบาท ที่เมลเบิร์นพาร์ค ในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 12 ม.ค. - 1 ก.พ. ในปีที่ผ่านมา"บูม" กษิดิศ สำเร็จ นักหวดหนุ่มวัย 23 ปี มือ 414 ของโลกเวลานั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสชายเดี่ยวไทยคนแรกรอบ 13 ปี ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในรอบเมนดรอว์เทนนิสแกรนด์สแลม ต่อจาก ภราดร ศรีชาพันธุ์ และดนัย อุดมโชค ในศึกออสเตรเลียน โอเพ่น 2025
แต่สุดท้ายจอดแค่รอบแรกหลังต้องไปดวล ดานิล เมดเวเดฟ มือ 5 ของโลกจากรัสเซีย อดีตแชมป์ยูเอส โอเพ่น 2021 และเข้าชิงในออสเตรเลียน โอเพ่น ถึง 3 สมัย
นอกจากนี้ยังมี"เอิร์ธ" เพียงธาร ผลิพืช ที่ได้ไวลการ์ดร่วมแข่งขันในประเภทหญิงคู่ ร่วมกับเพื่อนนักกีฬาชาวไต้หวัน อย่าง เส้า เซี๊ยะ ยี่ แต่ก็ไม่ผ่านรอบแรกเช่นกัน
สำหรับในศึกเทนนิส ออสเตรเลียน โอเพ่น 2026 กองเชียร์จะได้เชียร์นักหวดลูกสักหลาดชาวไทยอย่างน้อย 2 คนลงทำการแข่งขันหลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเทนนิส รายการ"2026 เอโอ เอเชีย-แปซิฟิก ไวลด์การ์ด เพลย์ออฟ" ชิงสิทธิ์ไวลด์การ์ดเข้าร่วมการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการแรกของปี "ออสเตรเลียน โอเพ่น 2026" จัดขึ้นที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน
โดยในประเภทชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ"ปรัชญา อิสโร" นักหวดหนุ่มไทย และ "นิกิ กาลียันดา ปูนาชา" คู่หูชาวอินเดีย ร่วมกันหวดเอาชนะคู่ญี่ปุ่นคว้าแชมป์ไปครอง
อีกรายรายประเภทหญิงเดี่ยว"รวงข้าว ลัลนา ธาราฤดี" นักหวดไทย วัย 21 ปี ที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ อย่างไรก็ตามต้องรอยืนยันจากฝ่ายจัดการแข่งขันอีกครั้ง
สนุกเกอร์
ในเดือนมกราคม ยังอยู่ในฤดูกาลของ เวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์ จนกว่าจะถึงเดือนพฤษภาคม ในรายการชิงแชมป์โลก โดยในเดือนแรกของปี ไฮไลท์อยู่ที่รายการ “เยอรมัน โอเพ่น” ระหว่างวันที่ 5-7 มกราคม เป็นการแข่งขันรอบคัดเลือก โดยรอบสุดท้ายจะแข่งขัน 26 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์
รายการนี้นักสอยคิวอาชีพของไทยลงสนามอย่างครบครัน นำโดย “เอฟ นครนายก”เทพไชยา อุ่นหนู, “หมู ปากน้ำ” นพพล แสงคำ, “มิ้งค์ สระบุรี” ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย, “ซันนี่ สายล่อฟ้า” อรรคนิธิ์ ส่งเสริมสวัสดิ์และ“ติม กาญจน์” ชัชพงศ์ นาสา
โดยโปรแกรมการแข่งขันในรอบคัดเลือกรอบแรก วันที่ 5 มกราคม เวลา 21.30 น.มิ้งค์ สระบุรี พบ ร็อบบี้ แม็คกุยแกน, เวลา 02.00 น. ชัชพงศ์ นาสา พบ ลูอิศ อีทโคล วันที่ 6 มกราคม เวลา 21.30 น. ซันนี่ อรรคนิธิ์ พบ ซาฮิล เนย์ยาร์ เวลา 02.00 น.“หมู ปากน้ำ” นพพล แสงคำ เล่นในรอบคัดเลือกรอบสองรอผู้ชนะจากรอบแรก วันที่ 7 มกราคม เวลา 17.00 น. “เอฟ นครนายก” เทพไชยา อุ่นหนู เล่นในรอบคัดเลือกรอบสอง รอผู้ชนะจากรอบแรก
อย่าลืมให้กำลังใจนักสอยคิวไทย และในกีฬาในอีกหลากหลายประเภท โดยเฉพาะในกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ระหว่าง 20-26 มกราคม ที่จังหวัดนครราชสีมา และติดตามทุกความเคลื่อนไหวทาง StadiumTH