ช็อกโลก! เปิดโปงธุรกิจ “ค้าศพ” แยกอวัยวะผู้เสียชีวิตขาย เผยราคาแต่ละส่วน สูงลิ้วเฉียดครึ่งล้าน
เปิดโปงธุรกิจ “นายหน้าขายศพ” แยกร่างขายทั่วโลก ญาติผู้เสียชีวิต ช็อก บริจาคร่าง เจอชิ้นส่วนโผล่ที่อื่น
อุตสาหกรรมค้าร่างผู้เสียชีวิตเพื่อแสวงหากำไร กำลังกลายเป็นประเด็นฉาวสะเทือนสังคมในสหรัฐอเมริกา หลังมีการเปิดโปงว่ามีบริษัทนายหน้ากว่า 25 แห่ง นำร่างที่ได้รับบริจาคเพื่อการกุศลมาแยกชิ้นส่วนขาย สร้างรายได้รวมกว่า 392 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 3 ปี โดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายที่ยังไม่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
รายงานระบุว่า ร่างและอวัยวะมนุษย์จากสหรัฐฯ ถูกส่งออกไปยังมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหราชอาณาจักร ภายใต้ชื่อว่า “ธนาคารเนื้อเยื่อเพื่อการศึกษา” ทั้งที่ในความเป็นจริงคือธุรกิจที่แปรสภาพศพมนุษย์ให้กลายเป็นสินค้า
ครอบครัวช็อก บริจาคศพเพื่อกุศล แต่ถูกนำไปขาย
หนึ่งในกรณีที่สร้างความสะเทือนใจคือ ฟาร์ราห์ ฟาโซลด์ ซึ่งตั้งใจบริจาคร่างของพ่อที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพื่อใช้ในการศึกษา แต่ภายหลังกลับพบว่า “แขน” ของพ่อเธอถูกทิ้งรวมอยู่ในถังขยะ พร้อมเศษซากมนุษย์อื่น ๆ อย่างไร้ศักดิ์ศรี
อีกกรณีคือ คิม เอริก แม่ผู้สูญเสียลูกชายจากการฆ่าตัวตาย เธอได้รับแจ้งว่าศพลูกถูกนำไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น แต่ต่อมากลับพบว่าร่างของลูกชายถูกนำไปจัดแสดงในท่า “The Thinker” หรือคนนั่งใช้ความคิด ในนิทรรศการที่ลาสเวกัส โดยไม่เคยได้รับความยินยอมจากครอบครัว
ช่องโหว่กฎหมาย เปิดทางธุรกิจศพเติบโต
แม้กฎหมายสหรัฐฯ จะห้ามการ “ขาย” เนื้อเยื่อมนุษย์โดยตรง แต่กลับอนุญาตให้เรียกเก็บ “ค่าดำเนินการ” ในจำนวนที่เหมาะสมได้ ส่งผลให้บริษัทนายหน้าใช้ช่องว่างดังกล่าวนำร่างผู้เสียชีวิตมาแยกส่วนและตั้งราคาในเชิงพาณิชย์
มีการประเมินราคาซื้อขายอวัยวะต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน เช่น ร่างกายทั้งร่าง ราคาสูงถึง 10,000 ปอนด์ ขณะที่ชิ้นส่วนอื่น ๆ อย่างศีรษะ ตับ หรือกระดูกสันหลัง ต่างถูกกำหนดราคาแยกย่อยราวกับเป็นสินค้าในตลาด
เปิดราคาซื้อขายอวัยวะมนุษย์
ร่างกายทั้งร่าง ประมาณ 422,000 บาท
ลำตัว ประมาณ 100,000 บาท
ตับ ประมาณ 19,000 บาท
ศีรษะ ประมาณ 15,600 บาท
เท้า / ขาท่อนล่าง ประมาณ 11,000 บาท
กระดูกสันหลัง ประมาณ 9,300 บาท
เส้นเลือดแดง ประมาณ 2,000 บาท
เล็บมือ ประมาณ 200 บาท
ใครคือผู้ซื้อศพมนุษย์
กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทนายหน้าเหล่านี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนแพทย์ ที่ใช้สอนกายวิภาคศาสตร์ บริษัทวิศวกรรมการแพทย์ ที่นำร่างมนุษย์ไปทดสอบอุปกรณ์ฝังตัวและเครื่องมือผ่าตัด รวมถึงกองทัพสหรัฐฯ ที่ใช้ในโครงการวิจัยด้านการทหาร
อย่างไรก็ตาม ในสหราชอาณาจักร การค้าชิ้นส่วนศพเพื่อแสวงหากำไรถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติเนื้อเยื่อมนุษย์ แต่ในสหรัฐฯ ธุรกิจลักษณะนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากขาดการกำกับดูแลที่ชัดเจน ส่งผลให้บุคคลที่ไม่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์หรือจริยธรรม สามารถตั้งบริษัทค้าศพเพื่อโกยกำไรได้อย่างถูกกฎหมาย
ประเด็นดังกล่าวกำลังจุดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิต และป้องกันไม่ให้ความตั้งใจดีของครอบครัวผู้บริจาค กลายเป็นเครื่องมือของธุรกิจสีเทาในอนาคต