โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ส่องนโยบายด้าน ‘สุขภาพ-สาธารณสุข’ ในศึกเลือกตั้งปี 2569

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับในศึกเลือกตั้งปี 2569 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สถานการณ์ปัจจุบันบรรยากาศการหาเสียงเริ่มคึกคักขึ้นมาก โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่พรรคการเมืองต้องยื่นนโยบายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57

วันนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพามาส่องนโยบายด้าน ‘สุขภาพ-สาธารณสุข’ ของ 6 พรรคการเมืองที่น่าจับตามอง ซึ่งนโยบายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อประชาชน และงบประมาณที่เกี่ยวข้อง เชื่อโยงไปถึงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่

1. พรรคเพื่อไทย

เน้นต่อยอด "บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่" ด้วยเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัล เพื่อให้มีบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทั่วไทย พร้อมนัดคิวออนไลน์, Telemedicine และการฉีดวัคซีนฟรีสำหรับมะเร็งปากมดลูก รวมถึงยกระดับสุขภาพจิตและสร้างสถานชีวาภิบาล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายและครอบคลุมมากขึ้น

เช่น 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วย AI โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียวผ่านการพัฒนาระบบดิจิทัล, นัดคิวออนไลน์, และการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อลดรอคิวและภาระผู้ป่วย ยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิ เน้น AI และข้อมูลสุขภาพ ให้สามารถวินิจฉัยและจ่ายยาออนไลน์ได้

ทั้งมีเรื่องสุขภาพจิตครบวงจรผ่าน Telemedicine การป้องกันโรคสำคัญ อาทิ ฉีดวัคซีน HPV ฟรีสำหรับเด็กหญิง 9-11 ปี และตรวจคัดกรองมะเร็งตับ-พยาธิใบไม้ในตับ ฟรี สถานชีวาภิบาล (Palliative Care) สนับสนุนสถานดูแลระยะสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยติดเตียง โดยรัฐและเอกชนร่วมมือกัน

2. พรรคภูมิใจไทย

ชูนโยบาย “สูงวัยพลัส” เป็นแนวคิดด้านสุขภาพ–สาธารณสุขที่มุ่งรองรับโครงสร้างสังคมสูงวัยของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับ การดูแลผู้สูงอายุแบบใกล้บ้าน ใกล้ชุมชน และต่อเนื่องตลอดช่วงวัย ลดภาระการเดินทาง ลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในระยะยาว

ให้บริการสุขภาพใกล้บ้าน (Community-based Care) ขยายบทบาทหน่วยบริการปฐมภูมิ ดูแลโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยติดบ้าน–ติดเตียง โดยไม่ต้องพึ่งโรงพยาบาลศูนย์เป็นหลัก มีระบบ “พยาบาลอาสา / ผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ประจำชุมชน ลดภาระลูกหลาน เชื่อมโยงการทำงานกับ อสม. และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

มีสวัสดิการสุขภาพผู้สูงอายุแบบรอบด้าน โดยไม่จำกัดเฉพาะการรักษาโรค แต่ครอบคลุม การป้องกันโรค ดูแลสุขภาพจิต ฟื้นฟูสมรรถภาพ ดูแลระยะยาว รองรับสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ลดภาระงบประมาณด้านการรักษาในโรงพยาบาลระยะยาว เพิ่มคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ

3. พรรคประชาชน

มีนโยบาย “ปฏิรูประบบทั้งโครงสร้าง เน้นคุณค่าและความเท่าเทียม” ในมิติด้านสุขภาพ–สาธารณสุขอย่างเป็นระบบ มุ่งเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีจัดการระบบสาธารณสุขทั้งระบบ ไม่ใช่ปรับเฉพาะบริการรายจุด โดยเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน เช่น ความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนสุขภาพ ภาระงานบุคลากร การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า และคุณภาพบริการไม่สม่ำเสมอ

เปลี่ยนจากระบบที่วัด “ปริมาณบริการ” ไปสู่ระบบที่วัด “คุณค่า” ที่ประชาชนได้รับจริง พร้อมยืนยันหลักความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเน้น “คุณค่า” (Value-based Health Care) เปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณจากการจ่ายตามจำนวนครั้งการรักษา ไปสู่การจ่ายตาม ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ ลดแรงจูงใจในการรักษาเกินความจำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินภาครัฐ

ปฏิรูปโครงสร้างกองทุนและระบบบริการ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ปรับโครงสร้างการบริหารงบประมาณให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ไม่ว่าฐานะ รายได้ หรือพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท

รวมทั้งปรับโครงสร้างบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเหลื่อมล้ำค่าตอบแทน ให้บุคลากรทำงานสอดคล้องกับศักยภาพ ไม่ถูกกดดันจากตัวชี้วัดเชิงปริมาณ

4. พรรคประชาธิปัตย์

มีนโยบาย ปฐมภูมิ–ท้องถิ่น–สิ่งแวดล้อมสุขภาพ เป็นแนวทางพัฒนาระบบสาธารณสุขที่มองสุขภาพแบบองค์รวม โดยยึด การป้องกันก่อนการรักษา ใช้ ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นฐานหลัก และจัดการ ปัจจัยแวดล้อมที่กระทบสุขภาพ ควบคู่กัน ไม่แยกสุขภาพออกจากวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

โดยมีระบบสุขภาพปฐมภูมิเป็นด่านหน้า ยกระดับหน่วยบริการปฐมภูมิ เช่น รพ.สต. คลินิกชุมชน และทีมหมอครอบครัว ดูแลโรคเรื้อรัง การคัดกรอง ป้องกัน และติดตามต่อเนื่อง ลดภาระโรงพยาบาลศูนย์ เพิ่มการดูแลใกล้บ้าน ใกล้ชุมชน

ให้ท้องถิ่นเป็นแกนขับเคลื่อนสุขภาพ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทกำหนดแผนสุขภาพพื้นที่ เชื่อมการทำงานกับ อสม. เครือข่ายชุมชน โรงเรียน วัด และภาคประชาชน จัดงบประมาณสุขภาพเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องปัญหาจริงของชุมชน และสิ่งแวดล้อมสุขภาพ (Healthy Environment) จัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่กระทบสุขภาพโดยตรง เช่น อากาศ น้ำ ขยะ สารเคมี เสียง และพื้นที่สีเขียว เชื่อมโยงนโยบายสุขภาพกับผังเมือง การคมนาคม และสภาพแวดล้อมชุมชน

5. พรรคพลังประชารัฐ

นำเสนอกรอบนโยบายใหญ่ 3 เสาหลัก ได้แก่ “มั่นคง – ฟื้นฟู – ดูแล” มีโครงการด้านสุขภาพและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพประชาชน อยู่ในข้อ “ดูแล” ด้วยการเชื่อมโยงกับโครงการสวัสดิการหลักหลายด้าน เช่น สิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก และมารดา ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลผู้มีความต้องการบริการทางสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องโดยเป็นระบบ ตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัย

ครอบคลุมสุขภาพแม่และเด็กกลุ่มเปราะบาง แม่ตั้งครรภ์ได้รับเงินช่วยเหลือรายเดือนช่วงตั้งครรภ์ (เช่น เดือนที่ 4–9) เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีได้รับเงินช่วยเหลือรายเดือนเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงดู พัฒนาการ และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขพื้นฐานอย่างเหมาะสม

มีนโยบายของพรรคมีโครงการ “สูงวัยประชารัฐ” ซึ่งเป็นมาตรการสวัสดิการที่มุ่งช่วยเหลือผู้สูงอายุ โดยระบุถึงการให้เงินช่วยเหลือแบบ ขั้นบันไดตามช่วงอายุ ตั้งดต่ 60–90 ปีขึ้นไป รวมถึง “บัตรประชารัฐ Extra”รวมสวัสดิการด้านสุขภาพและการดำรงชีวิต ช่วยลดภาระค่าครองชีพซึ่งมีผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เชื่อมโยงระหว่างนโยบายสวัสดิการกับระบบสาธารณสุข

6. พรรคไทยสร้างไทย

มีสาระนโยบายด้านสุขภาพ–สาธารณสุขในการดูแลสุขภาพแบบ “เชิงรุก ตั้งแต่ก่อนเกิดจนสูงวัย” นำเสนอแนวคิดการดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิด (ก่อนตั้งครรภ์–คลอด) ถึงวัยสูงอายุ โดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะชีวิตและการจ้างงาน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดช่วงวัย ไม่ใช่จำกัดเฉพาะการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น

พร้อมนโยบาย “คนไทยหายเหนื่อย หายจน” ที่รองรับด้านสวัสดิการสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในแคมเปญหลักของพรรคไทยสร้างไทยคือ “คนไทยหายเหนื่อย หายจน” โดยหัวหน้าพรรคได้ชูแนวคิดการจัดสรรงบประมาณอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งรวมถึงการจัดสรรทรัพยากรเพื่อระบบสาธารณสุขให้มีความพร้อมและตอบโจทย์การดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง โดยครอบคลุมการดูแลตั้งแต่ครรภ์–วัยเรียน–สูงวัย (องค์รวมช่วงชีวิต)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...