โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ความสะอาด-เป็นระเบียบ-ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น” ของคนญี่ปุ่น มีที่มาจากไหน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 09.44 น.
จุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ญี่ปุ่น ภูเขาไฟฟูจิ และ Lawson ภาพจาก : pexels

ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เสน่ห์ของชาวญี่ปุ่น มาจากไหน

ถ้าหากพูดถึง “คนญี่ปุ่น” แล้ว สิ่งที่อยู่ในความคิดของคนไทยก็อาจจะเป็นความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่สร้างความเดือนร้อนให้คนอื่น ไม่เสียงดังในที่สาธารณะ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะในหนังสือ “Likable Japan เมืองที่ใช่ยังไงก็ชอบ”(สำนักพิมพ์ broccoli ในเครือมติชน) ของ ปริพนธ์ นำพบสันติ ได้แชร์เรื่องเหล่านี้ไว้ในหนังสือของเขา พร้อมบอกที่มาของนิสัยดังกล่าวที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นกันอีกด้วย

เรื่องความสะอาดนี้ เจ้าของหนังสือเล่มข้างต้นบอกว่า คนญี่ปุ่นน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาตั้งแต่โบราณ ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะอาดสะอ้าน รวมถึงความเป็นระเบียบ ความบริสุทธิ์ จนปัจจุบันสิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็น “มรดกตกทอดทางอุปนิสัย”

ทั้งนี้คนญี่ปุ่นยังมีทัศนคติว่า การรักษาความสะอาดล้วนเป็นหน้าที่พลเมือง

ขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนการไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหนึ่งของญี่ปุ่น นั่นคือ“มาจิซึคุริ” เป็นแนวคิดเรื่องการสร้าง อนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมคุณค่าของชุมชนภายใต้ความเหมาะสมและสอดคล้องกับชุมชน

อธิบายเพิ่มได้ คือ ผู้คนในชุมชนที่อยู่บริเวณนั้นจะมีสิทธิ์เสียงของตนเองไปพร้อมกับการเติบโตของเมืองหรือการพัฒนาอะไรบางอย่าง เช่น ระยะถอยร่นของร้านค้าควรเป็นเท่าไหร่ การรักษาสถานที่เก่าแก่ของเมืองควรทำเช่นไร ฯลฯ

เรื่องพวกนี้มักมีการถามคนในชุมชน เรียกได้ว่าเป็นความคิดจากล่างขึ้นบน แทนที่จะเป็นคนกลุ่มบนสั่งการมาแทน หรือเรียกง่าย ๆ คือเป็นการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่ก็รับฟัง และไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่มากจนเกินไปนั่นเอง

คนญี่ปุ่นที่เกิดมา โต และใช้ชีวิตที่นี่ จึงได้รับการคาดหวังว่าจะต้องมีมาตรฐานเรื่องความสะอาด สุขอนามัย รวมถึงความพยายามในการไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นที่สูงกว่าปกติทั่วไป

เมื่อผู้คนตระหนักถึงเรื่องนี้ บ้านเมืองจึงสะอาด ไม่มีขยะตามทาง หากมีพื้นที่ที่จะสร้างมลพิษทางเสียงหรือสกปรกให้กับสังคมก็ต้องป้องกันอีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้กระทบกับคนที่อยู่ร่วมกัน เช่น สร้างตึกอาคาร ปูผิวทางเท้า ก็ต้องมีที่บังฝุ่นไม่ให้ฟุ้ง

นอกจากนี้ ปริพนธ์ยังบอกเอาไว้อีกว่า อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือความเงียบสงบในที่สาธารณะบางแห่งและบางบริบท

“คนเมืองญี่ปุ่นจะดูเคารพความเป็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ (บางแห่ง)”นี่คือข้อความที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ Likable Japan เมืองที่ใช่ยังไงก็ชอบ

อะไรคือเคารพความเป็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะบางแห่ง?

เรื่องนี้เห็นได้จากชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น ในขนส่งสาธารณะคนญี่ปุ่นจะเงียบ นอนบ้าง ก้มหน้าก้มตาทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือบางคนก็มองวิวไปเรื่อย ไม่รบกวนคนอื่น ทว่าในพื้นที่ที่สามารถเสียงดังได้อย่างร้านอิซากายะ ที่เป็นเหมือนสถานที่สังสรรค์ของคนญี่ปุ่น พวกเขาก็จะเสียงดัง

นี่คือการเคารพความเป็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ ทำให้เห็นถึงเสน่ห์ของคนญี่ปุ่นที่รู้ถึงกาลเทศะว่าตรงไหนควรเสียงดัง โหวกเหวกโวยวาย หรือตรงไหนที่ควรเงียบและเคารพผู้ที่อยู่ร่วมด้วย

ความมีเสน่ห์ของคนญี่ปุ่นที่เจ้าของหนังสือกล่าวไว้ไม่ได้มีแค่นั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องของทางเท้า การต่อคิวที่มีระเบียบและไม่รบกวนคนที่เดินผ่านไปมา

ถือเป็นแบบอย่างที่ดี ที่น่านำมาปรับใช้ในบ้านเรา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปริพนธ์ นำพบสันติ. LOVABLE JAPAN เมืองนี้ที่(คน)รัก. กรุงเทพฯ: broccoli, 2566.

ปริพนธ์ นำพบสันติ. LIKABLE JAPAN เมืองที่ใช่ยังไงก็ชอบ. กรุงเทพฯ: broccoli, 2568.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ความสะอาด-เป็นระเบียบ-ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น” ของคนญี่ปุ่น มีที่มาจากไหน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...