“Baidu” ยอดขายตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ พลิกขาดทุนหนัก ท่ามกลางศึก AI
“Baidu” เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งธุรกิจโฆษณาที่ร่วงแรงและการแข่งขัน AI กับ ByteDance–Alibaba แม้เปิดตัว Ernie 5.0 แต่ยังสู้กระแสตลาดไม่ได้ พลิกเป็นขาดทุนกว่า 1.1 หมื่นล้านหยวน
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Baidu Inc. รายงานรายได้รายไตรมาสที่ร่วงลงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงธุรกิจโฆษณาที่กำลังอ่อนแรงในช่วงที่บริษัทต้องเร่งแข่งขันในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ (AI)
รายได้ลดลง 7% เหลือ 3.12 หมื่นล้านหยวน หรือราว 4.4 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนกันยายน ต่ำกว่าคาดการณ์เฉลี่ยที่ 3.09 หมื่นล้านหยวนเล็กน้อย ขณะเดียวกันบริษัทพลิกเป็นขาดทุนสุทธิราว 1.12 หมื่นล้านหยวน จากการบันทึกด้อยค่าของสินทรัพย์หลายรายการ
ผลประกอบการสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของผู้นำตลาดเสิร์ชของจีนที่กำลังเผชิญแรงกดดันสองด้าน ได้แก่ ธุรกิจโฆษณาซึ่งเป็นรายได้หลักกำลังสูญเสียฐานผู้ใช้งานและงบการตลาดให้กับแพลตฟอร์มโซเชียลอย่าง ByteDance และ Xiaohongshu และในเวลาเดียวกัน Baiduยังต้องแข่งขันอย่างดุเดือดกับบริษัทใหญ่อย่าง Alibaba ในตลาด AI ที่หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
สัปดาห์ที่แล้ว โรบิน ลี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Baidu เปิดตัวโมเดล AI รุ่นล่าสุด Ernie 5.0 โดยสาธิตความสามารถด้านข้อความ เสียง และวิดีโอ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ DeepSeek, Gemini ของ Alphabet และ GPT-5 ของ OpenAI ผู้บริหารยังเปิดเผยแผนรุกตลาดต่างประเทศด้วยผลิตภัณฑ์ AI เช่น สตรีมเมอร์ดิจิทัล (digital avatar) และเครื่องมือสร้างแอปแบบไม่ต้องเขียนโค้ด แม้หุ้นBaidu จะร่วงลงต่อเนื่องหลังการเปิดตัวสะท้อนความคาดหวังมหาศาลในยุค AI แต่ตลอดปีนี้มูลค่าหุ้นยังเพิ่มขึ้นราว 35%
Baidu เคยมีความได้เปรียบในสมรภูมิ AI ของจีน และในบางช่วงดูเหมือนจะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของ OpenAI แต่ต่อมากลับสูญเสียจังหวะให้กับ ByteDance และ Alibaba
ก่อนหน้านี้ ลีเคยเชื่อว่าโมเดลปิด (proprietary models) เช่นของBaidu จะเป็นผู้ชนะในที่สุด แต่การมาถึงของ DeepSeek ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนท่าทีและตัดสินใจเปิดซอร์สโมเดล Ernie ในเวลาต่อมา เขายังเคยมองข้ามเทคโนโลยีสร้างวิดีโอด้วย AI แต่ตอนนี้ Baidu กำลังเร่งไล่ตาม Kuaishou หลังจากคู่แข่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำรายได้จริง
ส่วนที่มีแนวโน้มดีคือธุรกิจคลาวด์ของ Baidu ซึ่งเติบโตแซงหน่วยธุรกิจอื่นในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา อานิสงส์จากความต้องการบริการ AI ในภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามธุรกิจนี้อาจถูกจำกัดจากการเข้าถึงชิปเร่งความเร็ว AI ระดับสูงของ Nvidia ที่มีจำกัด เพื่อลดความเสี่ยง Baiduจึงเร่งพัฒนาชิปของตนเองผ่านบริษัทลูก Kunlun ซึ่งได้ออกแบบชิปใหม่ 2 รุ่นสำหรับงาน inference และ training โดยคาดว่าจะวางขายภายใน 2 ปีข้างหน้า
ในอีกด้านหนึ่ง Baiduกำลังเร่งขยายบริการหุ่นยนต์แท็กซี่ Apollo Go ไปต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับ Uber และ Lyft โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริการนี้มีจำนวนการให้บริการเฉลี่ยมากกว่า 250,000 เที่ยวต่อสัปดาห์
อ้างอิง : www.bloomberg.com