นักวิเคราะห์ประเมินราคาเป้าหมายปตท.ปี 2569
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2568 เวลา 06.29 น. • The Bangkok Insightแกะงบปตท. ไตรมาส 3/68 กำไรเฉียด 2 หมื่นล้าน มีอะไรที่ต้องรู้ ? ผู้บริหาร PTT ยันฐานะการเงินแข็งแกร่ง เดินหน้า Asset Monetization นักวิเคราะห์ประเมินราคาเป้าหมายปี 2569
กลุ่มบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 มีรายได้จากการขาย 646,689 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 19,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขาย จำนวน 2,023,666 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 64,632 ล้านบาท ลดลง 20.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องด้วยการโดนกระทบจากธุรกิจสำรวจ-ผลิตปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และการกลั่น ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ถูกกดดันหนักจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่อ่อนตัวลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ด้านสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ประกอบกับความไม่แน่นอนทาง การค้าโลก จากนโยบายการขึ้นนภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ของสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการเติบโต ของเศรษฐกิจและราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ บล. เคจีไอ ได้สรุป 5 ปัจจัยสําคัญที่น่าสนใจจากผลประกอบการงวดล่าสุดของหุ้น PTT มาฝาก
1. กําไรจากการดําเนินงานของ PTT ที่ไม่รวมบริษัทลูกใน SET เพิ่มขึ้น QoQ ในไตรมาส 3/2568 เพราะกําไรจากทั้งหน่วยธุรกิจ Trading และก๊าซธรรมชาตินั้นสูงขึ้น โดยเฉพาะมาร์จินของหน่วยธุรกิจ Trading พุ่งสูงขึ้นถึง 325% QoQ เป็น 0.17 บาทต่อลิตร เพราะพลิกมาบันทึกกําไร Mark-to-Market (MTM) ในไตรมาสล่าสุด
2. ส่วนแบ่งกําไรจากธุรกิจสำรวจและขุดเจาะ PTTEP ลดลง QoQ เพราะต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นเป็น $31.5 เหรียญต่อบาร์เรล แพงขึ้นประมาณ 1%
3. ส่วนแบ่งกําไรรวมจากบริษัทย่อยโรงกลั่นและปิโตรเคมี ได้แก่ PTTGC, TOP และ IRPC ปรับลดลง QoQ เพราะ TOP ปิดซ่อมบํารุงตามแผนนาน 30 วัน และไม่มีการบันทึกกําไร 7.1 พันล้านบาทจากการซื้อสินทรัพย์ในราคาถูกเหมือนกับในไตรมาส 2/2568
4. ส่วนแบ่งกําไรจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก OR ปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ เพราะค่าการตลาดน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 1.02 บาทต่อลิตร โตถึง 20% QoQ
5. ส่วนแบ่งกําไรจากธุรกิจพลังงานไฟฟ้า GPSC ลดลง เพราะมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม 363 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ บล. เคจีไอ ยังคงคําแนะนํา “ถือ” PTT ประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 35 บาทต่อหุ้น โดยเชื่อว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2568-2569F ที่คาดว่าจะน่าสนใจที่ 6.9% จากราคาปิดล่าสุด
บทวิเคราะห์ บล. ทรินิตี้ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” PTT ราคาเป้าหมาย 34 บาทต่อหุ้น เทียบเท่า PBV ที่ 0.8 เท่า แม้ว่าตลอดช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมาราคาหุ้นจะปรับตัวลง 6% ทว่า PTT ยังเป็นหุ้นที่ให้ปันผลสม่ำเสมอ Yield อยู่ที่ช่วง 5-6%
โดยคงประมาณการกำไรทั้งปี 2568 ของ PTT ไว้ที่ระดับ 8.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2568 น่าจะดีขึ้น ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวชัดเจนจาก ปริมาณการผลิตของ GSP และหน่วยผลิตอื่นๆ ที่สูงขึ้น เพราะไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุงเหมือนไตรมาสก่อน ในขณะที่ต้นทุนก๊าซคาดว่าจะลดลงต่อเนื่อง
ด้านมุมมองของผู้บริหาร PTT ยืนยันฐานะการเงินแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้า Asset Monetization มุ่งมั่นสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นและดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการบริหารจัดการตามทิศทางและแผนกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับฐานะการเงิน ณ 30 ก.ย. 2568 กลุ่ม ปตท. ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น อยู่ในระดับสูงที่ 413,718 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 6.5% หรือ 115,059 ล้านบาท จากสิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ 1,666,848 ล้านบาท โดยหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทในกลุ่ม ส่วนอันดับความน่าเชื่อถือ ปตท. ได้รับการจัดอันดับในระดับที่แข็งแกร่งเทียบเท่าระดับประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อพื้นฐานของบริษัท
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ปตท.' กางกำไรไตรมาส 3 แกร่ง เดินหน้าเพิ่มกระแสเงินสดอีก 1 แสนล้าน!!
- PTT กวาดกำไรไตรมาส 3 พุ่ง 19,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2%
- PTT แจ้งยกเลิกกิจการ Swap&Go สิ้นสภาพภายในปี 2569
ติดตามเราได้ที่