“3 คำ” การเมืองปีม้าไฟ 2569
“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย : “พรรค เพื่อ ไทย”
มุมมองของ “พรรคเพื่อไทย” ต่อการเมืองในปีม้า 2569 คือ “พรรค เพื่อ ไทย” เพราะปีนี้เป็นปีที่ “พรรคเพื่อไทย” จะมาแน่นอน เรามีการปรับเปลี่ยนภายใน ยกเครื่องพรรคฯ ให้ทันต่อเหตุการณ์ในการที่เราจะยกเครื่องประเทศต่อไปในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ประสบปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ความแตกแยกของประชาชน เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เรื่องสังคม อาทิ เรื่องยาเสพติด คอลเซ็นเตอร์ เราพร้อมนำเสนอนโยบาย และนำเสนอตัวบุคคลที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน เรายืนยันและมั่นใจว่าปี 2569 เป็นปีของพรรคเพื่อไทย
“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ : เสี่ยง – สู้ - สร้าง
การเมืองปี 2569 ให้คำนิยาม 3 คำว่า “เสี่ยง-สู้-สร้าง” คำว่า “เสี่ยง” เนื่องจากประเทศไทยกำลังมีการเลือกตั้งใหญ่ และมีการทำประชามติ ส่วน “สู้” คือต้องเป็นการต่อสู้กันระหว่างความคิดว่าพวกเราจะนำพาประเทศไทยไปทางไหน หลังจากต่อสู้เสร็จแล้ว พวกเราก็จะ “สร้าง” สร้างเศรษฐกิจและสร้างบ้านเมืองที่ดี หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้ง แม้การเมืองในปี 2569 จะเสี่ยง-สู้-สร้าง ประชาชนยังต้องมีความหวัง เพราะประชาชนจะมีส่วนสำคัญในทั้ง 3 คำนี้ คือประชาชนเข้าสู่กระบวนการของความเสี่ยง โดยกระบวนการของการเลือกตั้ง และประชาชนจะเป็นคนให้กำลังในการต่อสู้ว่าฝ่ายใดจะสามารถนำพาประเทศไปได้ และประชาชนต้องร่วม “สร้าง” กับรัฐบาลชุดใหม่หลังจบการเลือกตั้ง
“ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน : “เลือกตั้ง-ครั้ง-สำคัญ”
การเมืองปีม้าคึกคัก 2569 สำหรับ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน แม่ทัพใหญ่คนสำคัญที่พาพรรคส้มสู้ในสมรภูมิการเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ จนชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ในการเลือกตั้งปี 2566 ในสมัยพรรคก้าวไกล และถูกวางตัวให้นั่งในเก้าอี้รมว.คลัง หากพรรคก้าวไกลสามารถจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จในรอบนั้น จนมาสู่การเป็นหนึ่งใน “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” พรรคประชาชนในวันนี้
“ศิริกัญญา” ให้นิยาม 3 คำ สำหรับการเมืองปี 2569 ว่าเป็นปีแห่งการ “เลือกตั้ง-ครั้ง-สำคัญ” จะเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่เสียงของเราจะเป็นตัวกำหนดว่าจะให้ใครเป็นรัฐบาล จะไม่มีใครเข้ามาวุ่นวาย ไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเลือกแทนเราอีก ดังนั้น วันที่ 8 ก.พ.2569 จะเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ และประชาชนต้องออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันให้เยอะๆ
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม : “ทำ ให้ ดี”
พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มองว่า การเมืองในปี 2569 นั้น ช่วงต้นปีจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว ก่อนที่จะให้ประชาชนทั่วประเทศได้ลงคะแนนตัดสินใจเลือก “คนที่รัก พรรคที่ชอบ” ในวันที่ 8 ก.พ.2569 ซึ่งระหว่างนี้ แต่ละพรรคการเมืองจะต้องทุ่มเทเวลาในการรณรงค์ขอเสียงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อให้ได้ชัยชนะและกวาดสส.ให้มากที่สุดซึ่งมีเป้าหมายคือการเป็น“รัฐบาล”
“ร.อ.ธรรมนัส” สะท้อนมุมมองต่อการเมืองและการเลือกตั้งในปี 2569 โดยให้คำจำกัดความ 3 คำ คือ“ทำ ให้ ดี” ซึ่งหมายความว่า เราเป็นคนที่“กล้าคิด กล้าทำ” แต่ก็จะ“ทำ ให้ ดี” และคำเหล่านี้สอดคล้องกับสโลแกนของพรรคกล้าธรรมด้วย คือ คำว่า “กล้าคิด กล้าทำ” ซึ่งเรา “ทำ”มากกว่า“พูด”
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย : “เทา ดำ มืด”
การเมืองปี 2569 ถือเป็นปีอันตรายและน่ากังวลอย่างยิ่ง จึงขอเตือนให้ประชาชนรู้เท่าทันการซื้อเสียงที่ทวีความรุนแรง โดยผ่าน 3 คำนี้ คือ “เทา-ดำ-มืด” คำว่า “เทา” หมายถึงเงินซื้อเสียงจากแบงก์พันสีเทาที่คาดว่าจะกระจายทั่วประเทศ ไม่ต่ำกว่าหัวละ 3,000 บาท และอาจเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากที่สุด คำว่า “ดำ” คือเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย และทุนสีดำที่นักการเมืองเลวร่วมมือกันหวังยึดอำนาจบริหารประเทศ ส่วน “มืด” คืออนาคตประเทศและลูกหลานที่จะถูกตัดโอกาส หากปล่อยให้เงินสกปรกครองการเมือง เต็มไปด้วยการโกงกินและนโยบายเอื้อคนทุจริต ดังนั้นประชาชนต้องไม่เลือกผู้ซื้อเสียง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยอยู่ใต้เงากลุ่มสแกมเมอร์ทางการเมือง
“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ : “ปีม้าศึก”
“ปีม้าศึก” เพราะปี 2569 เป็นปีม้า ขณะเดียวกัน สถานการณ์บ้านเมืองยังต้องเผชิญวิกฤติหลายเรื่อง โดยศึกแรกและใหญ่ที่สุด คือ ศึกสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งเราต้องร่วมมือร่วมใจกัน ศึกที่ 2 คือ ศึกภาวะเศรษฐกิจ ตอนนี้เศรษฐกิจฐานรากหรือคนรากหญ้ามีผลมากมายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และศึกที่ 3 คือ ศึกในเรื่องของค่าครองชีพ ต้องลดภาระเรื่องของราคาพลังงานต่างๆให้ลดลงมา ซึ่งสามารถทำให้ลดลงมาได้อีก รวมถึงเรื่องการสร้างสังคมให้น่าอยู่ โดยจะต้องดูแลคนพิการ คนสูงอายุและผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อยู่ในภาวะยากลำบาก ถือเป็นศึกที่ต้องแก้ไข
“จตุพร บุรุษพัฒน์” หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ : “โอ-กาส-ใหม่”
ปี 2569 เป็นปีที่มีความสำคัญ เพราะเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง จึงขอเสนอคำว่า “โอ-กาส-ใหม่” เป็นโอกาสใหม่ของคนไทยทุกคน เพราะเราอยากจะเห็นบ้านเมืองอยู่ในสิ่งที่ดีๆ จึงตั้งพรรคโอกาสใหม่เพื่อนำเสนอเรื่องการบริหารนำการเมือง เราอยากเสนอตัวเองเป็นโอกาสให้ประชาชน โดยเรามีนโยบายในเรื่องรัฐสวัสดิการ การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และการยกระดับการทำงานของระบบราชการ ที่ต้องเพิ่มสวัสดิการต่างๆ ให้เพื่อนข้าราชการ ให้มีศักดิ์ศรีอย่างเต็มที่สุด รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านต้องให้เข้ามาช่วยในการทำงานอย่างเต็มที่ที่สุดเช่นกัน
“สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” หัวหน้าไทยก้าวใหม่ : ไทยก้าวใหม่
3 คำสำหรับการเมืองไทยในปี 2569 คือ “ไทยก้าวใหม่” เพราะประเทศไทยต้องก้าวใหม่จริงๆ ทุกคนคงเห็นแล้วว่าการบริหารโดยคนเดิม พรรคการเมืองเดิม หรือรูปแบบเดิมๆ ทำให้ไทยประสบปัญหาต่างๆ อย่างไรบ้าง ดังนั้น 3 คำที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ คือ “ไทยก้าวใหม่” ประเทศไทยจะดีขึ้น ประชาชนจะมีความรู้ มีรายได้สูงขึ้น สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น และการจัดการคอร์รัปชันจะทำได้อย่างเด็ดขาด เมื่อเราได้เห็นประเทศในรูปแบบใหม่ ลูกหลานจะได้เรียนหนังสือที่ดีใกล้บ้าน เรียนจบออกมาแล้วก็จะมีงานทำที่มีคุณภาพ และลูกหลานไม่ต้องสูดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 รวมถึงประชาชนไม่ต้องกลับไปสู่ความยากจนเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และไม่ยอมให้ทุนดำหรือทุนเทามาทำร้ายประเทศอีกต่อไป และที่สำคัญ ประเทศไทยจะเดินหน้าสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในรุ่นเราให้ได้