“ฉลาดช้อป ฉลาดผ่อน” เปิดสูตรให้รางวัลตัวเองรับปีใหม่ แบบไม่เจ็บตัวทีหลัง
เข้าสู่ช่วงสิ้นปี กลิ่นอายความสุขและป้าย Sale มักทำให้ใจสั่น หลายคนมองหา “ของขวัญ” ให้ตัวเองเพื่อปลอบประโลมความเหนื่อยล้ามาตลอดปี แต่ความจริงที่น่ากลัวกว่าคือ “รางวัลของปีนี้ อาจกลายเป็นหนี้ก้อนโตของปีหน้า” หากเราช้อปแบบไร้สติ
Thairath Money รวบรวม 5 เทคนิคเปลี่ยนการช้อปแบบ “วู่วาม” มาเป็นการวางแผนแบบ “ชาญฉลาด” ให้เราได้ทั้งของที่อยากได้ และกระเป๋าเงินยังแข็งแรง
1. รางวัลในวันนี้ = ภาระในอนาคต?
ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตมารูดปรื๊ด ลองถามตัวเองว่าจะซื้อไปทำไม? เพราะหลายคนอาจตกหลุมพราง Diderot Effect หรืออาการ ของมันต้องมีเพิ่ม แม้จะไม่อยากได้จริงๆ เช่น หลังซื้อไอโฟนเครื่องใหม่มาแทนเครื่องเดิม แต่เราก็ต้องมีเคสใหม่ที่สมมง หูฟังก็ต้องรุ่นใหม่เหมือนกัน และอีกบลาๆ นี่อาจทำให้งบบานปลายกว่าที่คิด หรือปีหน้าทั้งปีอาจต้องจ่ายค่าของใหม่ที่งอกขึ้นมา
ดังนั้น เราต้องแยกให้ออกระหว่าง ของจำเป็น กับ ของอยากได้ มีอีกเคล็ดลับที่ปรับใช้กันได้คือ
“กฎ 48 ชั่วโมง” ถ้าผ่านไป 2 วันยังอยากได้อยู่ค่อยพิจารณา แต่ต้องมั่นใจว่าจ่ายไหวทั้งตอนนี้และในอนาคต (ถ้าของชิ้นใหญ่อย่างบ้าน หรือ รถก็ต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก)
2. โปร 0% ไม่ได้แปลว่าฟรีเสมอ
ถึงเราจะได้โปรโมชันผ่อน 0% ต่อเดือน แต่ต้องติดเสมอว่า นี่คือเงินของเราที่สามารถนำไปลงทุน ไปฝากธนาคารให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น มือถือเดิมยังใช้ได้ดี แต่อยากได้มือถือใหม่ 50,000 บาท ผ่อนดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 10 เดือน ฟังดูคุ้มมากๆ แต่ถ้าเราเอาเงินก้อนนี้ไปฝากธนาคาร หรือ ลงทุน แม้จะได้เงินกลับมาไม่มาก แต่กระเป๋าเงินของเราก็ยังเป็น “บวก” ไม่ใช่ “ลบ”
ข้อนี้ไม่ได้บอกว่าการผ่อน 0% ไม่ดี แต่เราต้องมั่นใจให้ได้ว่า เงินที่เราหามา ควรใช้จ่ายให้ชีวิตเราดีขึ้นทั้งวันนี้และในอนาคต
3. วิธีเปรียบเทียบให้ “ผ่อนแบบคุ้มๆ”
ถ้าจะช้อปทั้งที เราต้องคุ้มที่สุด มี 2 - 3 เรื่องที่ต้องคิดก่อนเปย์
ผ่อน 0% vs จ่ายสด: ถ้าจ่ายสดแล้วได้ส่วนลดเพิ่ม (On-top) มากกว่า 3 - 5% การจ่ายสดอาจคุ้มกว่า แต่ถ้าไม่มีส่วนลด การผ่อน 0% แล้วนำเงินก้อนไปพักในบัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง (เช่น 1.5% - 1.8% ต่อปี) จะทำให้เราได้ “กำไร” จากส่วนต่างดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยคงที่ vs ลดต้นลดดอก: อย่าดูแค่ค่างวด หรือดอกเบี้ยรายเดือน ถ้าเกิดเราต้องผ่อนแบบจ่ายดอกเบี้ย (เช่น สินค้าบางกลุ่มหรือบัตรกดเงินสด) ต้องคำนวณให้ดี เพราะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตปกติจะสูงสุดอยู่ที่ 16% ต่อปี ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลอาจสูงถึง 25% ต่อปี
ถ้าไม่เช็กให้ดี เราอาจจ่ายดอกเบี้ยในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นก่อนช้อป เราอาจเช็กรายละเอียดของสินเชื่อแต่ละแบบได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือถ้าเปย์ของใหญ่ หาโปรโมชันคุ้มๆ ตามเว็บไซต์ของร้านค้าหรือ แบรนด์บัตรเครดิตก่อนก็ได้
4. ก่อนช้อป มีเงินสำรองพร้อมจ่ายไหม
อยากได้ของ 20,000 บาท ผ่อนเดือนละ 2,000 บาท นาน 10 เดือน แน่นอนว่าสิ้นเดือนนี้มีจ่ายแน่ แต่อีก 9 เดือนล่ะมีไหม? นี่เป็นคำถามที่เราต้องคิดก่อนช้อปเสมอ เพราะเราไม่รู้ว่า เรื่องไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นไหม ดังนั้นก่อนช้อป อาจเตรียมเงินสำรองอีก 3 - 6 เท่าของค่างวดไว้ก่อน
เช่น เกิดผ่อนของไป 3 เดือนแต่หลังจากนั้น รายได้สะดุด งานมีปัญหา จ่ายค่างวดไม่ได้จากของที่ทำให้เราแฮปปี้อาจสร้างภาระให้เราแทน
5. กฎเหล็ก: ผ่อนเท่าที่ไหว ค่างวดรวมไม่เกิน 30 - 40% ของรายได้
การมีหนี้ หรือสินเชื่อไม่ใช่ปัญหาของชีวิต ถ้าหนี้นั้นเราวางแผนให้รอบด้านและจ่ายไหว อย่างของชิ้นใหญ่ๆ เช่น รถ หรือ บ้าน เราไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินเป็นล้านก่อนค่อยซื้อ ถ้าคิดไว้แล้วว่า “จำเป็น” ราคานี้โอเคกับกระเป๋าเงินของเรา ก็อาจเลือกการผ่อนแทน
แต่ถ้าเรามีภาระผ่อนอย่างอื่นอีกล่ะ ไม่ว่าจะมือถือ ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ ถ้ามีรายได้ 20,000 บาท/เดือน จะใช้เงินทั้งหมดมาจ่ายค่างวดก็คงไม่ได้ เพราะชีวิตต้องกิน ต้องใช้ ดังนั้นตามทฤษฎีแล้ว การผ่อนภาระหนี้ไม่ควรเกิน 30 - 40% ของรายได้ในแต่ละเดือน จากตัวอย่างนี้ ค่างวด ค่าผ่อนต่างๆ ไม่ควรเกิน 6,000 - 8,000 บาทต่อเดือน
ทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ได้สรุปว่า ชีวิตเราต้อง “งด” ซื้อของไม่จำเป็น เพียงแต่เราต้อง “จัดระเบียบ” การเงินให้ดี เข้าใจเลยว่าการให้รางวัลตัวเอง ให้มีแรงทำงานต่อไป แต่ของเหล่านี้ต้องไม่กระทบกับ แผนชีวิตดีที่เราวางไว้ในระยะยาว
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย, บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฉลาดช้อป ฉลาดผ่อน” เปิดสูตรให้รางวัลตัวเองรับปีใหม่ แบบไม่เจ็บตัวทีหลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ราคาทองวันนี้ 1 มกราคม 2569 ล่าสุดปรับลด 400 บาทราคาทองรูปพรรณ บาทละ 65,350 บาท
- เจาะลึกมุมมอง “ท๊อป-จิรายุทธ” เมื่อ Bitcoin เปลี่ยนมือสู่รายใหญ่ ราคารอบนี้ อาจเป็น “Super Cycle”
- ราคาทองวันนี้ 31 ธันวาคม 2568 ล่าสุดปรับลด 100 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 65,900 บาท
- ราคาทองวันนี้ 2 มกราคม 2569 ล่าสุดปรับเพิ่ม 500 บาทราคาทองรูปพรรณ บาทละ 65,850 บาท
- New Year Reality Check ทำไม “แผนการเงิน” คือของขวัญปีใหม่ที่สำคัญที่สุดของชีวิต
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath