รู้จัก ‘เนอดา เมียะ’ นายพลกะเหรี่ยง ชนักปักหลังสังหารหมู่ เร่ขายฝัน ‘สาธารณรัฐกอทูเล’
‘สาธารณรัฐกอทูเล’ แค่เร่ขายฝัน?
รู้จักนายพล ‘เนอดา เมียะ’
เบื้องหลังสังหารหมู่ สู่หัวหน้ากองกำลังหลักร้อย
ข่าวการประกาศจัดตั้ง ‘สาธารณรัฐกอทูเล’ กลายเป็นข่าวฮือฮาในโลกออนไลน์ ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เพราะถูกมองว่า นี่อาจเป็นการก่อกำเนิดรัฐใหม่ติดชายแดนไทย ที่แยกออกมาจากเมียนมาหรือไม่
แต่ถ้าเจาะลึกลงไป โดยเฉพาะการไปดูปูมหลังของนายพล ‘เนอดา เมียะ’ ที่ประกาศเป็นประธานาธิบดีคนแรก นี่อาจเป็นเพียงคำโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อแย่งพื้นที่สื่อ และหวังผลเงินบริจาคมากกว่าการสร้างรัฐใหม่จริงๆ
วันนี้สำนักข่าวทูเดย์ จะชวนไปจับความเคลื่อนไหว รวมทั้งทำความรู้จักกับนายพลกะเหรี่ยงคนนี้ ที่จริงๆ แล้ว เขาคือคนที่มีประวัติด่างพร้อยจากข้อกล่าวหาสังหารหมู่ประชาชน จนต้องออกมาจากกองกำลังกะเหรี่ยงเดิม และตั้งกองกำลังใหม่ของตัวเอง
[รู้จัก ‘เนอดา เมียะ’ อดีตนายพลฉาว สู่หัวหน้ากองกำลังหลักร้อย]
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา มีการประกาศจัดตั้งสาธารณัฐกอทูเล พร้อมระบุว่านี่จะเป็นรัฐอิสระที่แยกจากเมียนมาอย่างเป็นทางการ
การประกาศครั้งนี้อ้างว่า กะเหรี่ยงต่อสู้กับเมียนมาอย่างยาวนาน ต้องเผชิญกับการกดขี่ การเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำว่า สาธารณรัฐกอทูเล จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เคารพเจตจำนงของประชาชน ยึดหลักนิติรัฐ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกกลุ่ม
การประกาศครั้งนี้ มาพร้อมกับการประกาศชื่อนายพล ‘เนอดา เมียะ’ ซึ่งเดิมทีเป็นผู้นำกองทัพกอทูเล (KTLA) จะเป็นประธานาธิบดีคนแรก
นายพลเนอดา เมียะ เคยร่วมต่อสู้เป็นทหารระดับผู้บัญชาการขององค์การป้องกันชาติกะเหรี่ยง (KNDO) ซึ่งเป็นปีกทางการทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และเป็นบุตรชายของนายพลโบ เมียะ ซึ่งชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากเชิดชูในฐานะผู้นำต่อสู้เพื่อเอกราชของกะเหรี่ยง
แต่ปัจจุบัน เนอดา เมียะ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) แล้ว หลังจากที่เขาถูกสั่งระงับปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุสังหารหมู่อื้อฉาวเมื่อปี 2021 และประกาศแยกตัวออกมา
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2021 กองกำลัง KNDO ของ KNU ภายใต้การนำของนายพลเนอดา เมียะ จับกุมประชาชน 47 คน เป็นผู้ชาย 31 คน ผู้หญิง 6 คน และเด็กอีก 10 คน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้ชายแดนไทย
นายพลเนอดา เมียะ อธิบายว่า คนกลุ่มนี้เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของกองทัพเมียนมา
วันต่อมา คือ 1 มิ.ย. 2021 กองกำลังของนายพลเนอดา เมียะ ก่อเหตุสังหารหมู่ผู้ถูกจับกุมชายที่จับมา 25 คน และปล่อยตัวคนที่เหลือเป็นอิสระ
การสังหารหมู่ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาทันที เพราะในอีกสัปดาห์ต่อมา หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar รายงานว่า พบร่างของผู้ถูกสังหารหมู่ทั้ง 25 คน ในสภาพถูกมัดมือไพล่หลัง สื่อทางการเมียนมาระบุว่า ผู้ที่ถูกสังหารเหล่านี้เป็นวิศวกรและคนงานก่อสร้างถนน
เหตุการณ์นี้ถูกขยายความเป็นเรื่องใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ มีความพยายามเข้าไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดย Fortify Rights หน่วยงานสิทธิมนุษยชนที่เกาะติดประเด็นเมียนมามาตลอด ได้เผยแพร่รายงานการสอบสวน โดยช่วงหนึ่ง เป็นการสอบถามโดยตรงจากนายพลเนอดา เมียะ
นายพลเนอดา เมียะ ยอมรับว่า คนเหล่านี้ไม่มีอาวุธ แต่ก็ย้ำว่าคนพวกนี้ติดต่อกับฝ่ายทหารเมียนมาตลอด และเป็นเขาเอง ที่บอกผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมกับคนที่ถูกจับมา
นายพลเนอดา เมียะ ยืนยันกับ Fortify Rights ว่า นี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง ก่อนอ้างว่า ต้องเข้าใจว่านี่คือพื้นที่สงคราม
การกระทำของนายพลเนอดา เมียะ กลายเป็นจุดอ่อนต่อความเคลื่อนไหวของ KNU เพราะนี่อาจกลายเป็นข้อวิจารณ์ถึงการที่กะเหรี่ยง KNU ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง
ส่งผลให้วันที่ 8 ก.ค. 2021 หรือราว 1 เดือนหลังเกิดเหตุ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ประกาศระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายพลเนอดา เมียะ อย่างไม่มีกำหนด
พะโด่ ซอ แคว ตู วิน รองประธาน KNU ในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์กับสื่อกะเหรี่ยงย้ำว่า คำสั่งระงับปฏิบัติหน้าที่เนอดา เมียะ เป็นไปตามข้อบังคับของ KNU พร้อมย้ำถึงการทำตามหลักสิทธิมนุษยชน และจะมีการสอบสวนตามแนวทางขององค์กร
แต่ปรากฎว่านายพลเนอดา เมียะ ไม่ยอมรับคำสั่ง และตัดสินใจออกจากการอยู่กับกองกำลัง KNDO ภายใต้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) มาตั้งกองกำลังใหม่ชื่อ ‘กองทัพกอทูเล’ (KTLA) เมื่อปี 2022
นั่นหมายความว่า กองทัพกอทูเลของเนอดา เมียะ เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาในช่วงเวลาไม่กี่ปี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) อีกทั้งมีข้อมูลว่า ปัจจุบันกองทัพกอทูเลของเนอดา เมียะ มีกำลังพลในระดับหลักร้อยคนเท่านั้น
สำนักข่าวชายขอบ ซึ่งติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา มาโดยตลอด สัมภาษณ์พะโด่ซอตอนี โฆษกสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) ยืนยันว่า นายพลเนอดา เมียะ ไม่ใช่ตัวแทนของ KNU และมองว่าท่าทีล่าสุดของเนอดา เมียะ เป็นเรื่องที่น่าอับอายและไม่อยากจะพูดถึงด้วยซ้ำ
“ที่มาประกาศอะไรนี่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรเลย ไม่ได้ช่วยในเรื่องของการต่อสู้เพื่อประชาชนและรัฐกะเหรี่ยงเลย เขาบอกว่าตั้งรัฐและคณะรัฐมนตรี แต่กลับไม่มีระบบราชการหรือการบริหารใดๆ KNU เราคุมพื้นที่ชายแดนมากกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่ชัดเจนว่าเขาไม่เกี่ยวด้วย” โฆษก KNU กล่าวกับสำนักข่าวชายขอบ
[‘สาธารณรัฐกอทูเล’ โฆษณาชวนเชื่อหวังเงินบริจาค?]
ความเคลื่อนไหวของเนอดา เมียะ เรื่องการประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐกอทูเล ถูกกังขาว่า นี่อาจเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ หวังผลทั้งการสร้างกระแสในหน้าสื่อ โดยมีข้อสังเกตว่า นี่เป็นความพยายามเพื่อหวังผลเงินบริจาคจากชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่น ที่อยู่ทั่วโลกหรือไม่ เพราะอย่างน้อยที่สุดชื่อของเนอดา เมียะ ก็เป็นที่รู้จักในฐานะลูกของนายพลโบ เมียะ ที่ชาวกะเหรี่ยงนับถือ
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งข้อสันนิษฐาน คือการประกาศจัดตั้งรัฐโดยใช้คำว่า ‘สาธารณรัฐกอทูเล’ อาจจงใจตัดหน้าความพยายามของกลุ่มการเมืองกะเหรี่ยงอื่นๆ ที่กำลังเดินหน้าสร้างระบบการปกครองเหมือนกันหรือไม่
โดยเฉพาะการตัดหน้าสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งเนอดา เมียะ เคยร่วมด้วย
ก่อนหน้านี้เมื่อกลางปีที่แล้ว Myanmar Peace Monitor รายงานอ้างโฆษก KNU ระบุว่า การเตรียมการเพื่อจัดตั้งรัฐกอทูเลของ KNU คืบหน้าไปแล้วกว่า 80% คาดว่าจะมีคำประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการในปีที่แล้วหรือต้นปีนี้
รายงานของ Myanmar Peace Monitor ให้ข้อมูลว่า KNU จัดวางโครงสร้างทั้งสภาที่ปรึกษากอทูเล (KCC) โดยใช้โมเดลระบบรัฐสภา มีผู้แทนระดับเขตจากทั้งของ KNU และจากกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่ใช้กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ก็จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารรัฐด้วย
สอดคล้องกับความเห็นจากผู้สังเกตการณ์การเมืองชาติพันธุ์กะเหรี่ยงคนหนึ่ง ให้มุมมองกับสำนักข่าวทูเดย์ว่า ความพยายามจัดตั้งรัฐกอทูเลของ KNU จะไม่เจาะจงเฉพาะชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เหมือนแนวคิดการจัดตั้งรัฐกอทูเลดั้งเดิม แต่จะคำนึงถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นในพื้นที่ เช่น มอญด้วย
ขณะที่อีกหนึ่งความท้าทายของการจัดตั้งรัฐกะเหรี่ยง คือกองกำลังกะเหรี่ยงด้วยกันเองที่แตกออกเป็นหลายก๊ก และแต่ละก๊กก็ไม่ได้สัมพันธ์ที่ดีต่อกันเท่าไหร่นัก
[ถึงเวลาไทยให้ความสำคัญ วางแผนปฏิสัมพันธ์กะเหรี่ยง]
เมื่อสถานการณ์ชายแดนฝั่งตะวันตก ในพื้นที่อิทธิพลกะเหรี่ยง ซับซ้อนจนยากที่จะเข้าใจ นั่นไม่ได้หมายถึงแค่การจัดตั้ง ‘สาธารณรัฐกอทูเล’ ของนายพลเนอดา เมียะ อาจเป็นแค่คำโฆษณาเร่ขายฝันเท่านั้น
แต่นี่ยังหมายถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างกะเหรี่ยงและรัฐไทย ที่ต้องให้ความสำคัญ ต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและรัดกุม
ผศ.ดร.ลลิตา หาญวงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นกับสำนักข่าวทูเดย์ว่า แม้การประกาศตั้งสาธารณรัฐกอทูเลของเนอดา เมียะ ไม่น่าเป็นเรื่องที่ไทยต้องกังวล แต่สิ่งที่ไทยต้องเตรียมพร้อม คือ แนวนโยบายที่ไทยอาจต้องประสานประโยชน์กับกะเหรี่ยงมากกว่านี้
อ.ลลิตา ขยายความว่า คำว่าประสานประโยชน์มากกว่านี้ หมายถึง ไทยต้องประสานประโยชน์กับกะเหรี่ยงทุกกลุ่ม เนื่องจากอย่างที่ได้เห็นว่า ภายใต้ความเป็นกะเหรี่ยงเอง ก็มีกลุ่มเคลื่อนไหวที่แตกออกจากกัน และไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่
นักวิชาการที่ศึกษาสถานการณ์เมียนมามองว่า ถ้าไทยมีนโยบายชายแดนที่บูรณาการ ประสานกับทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะรัฐบาลทหารเมียนมา หรือแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็จะมีส่วนช่วยให้ชายแดนสงบ และจะสามารถจัดการกับปัญหาใหญ่ๆ เช่น ยาเสพติด หรือสแกมเมอร์ได้