โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“รักชนก” ลั่นพรรคประชาชนยืนเคียงข้างทหารที่ถูกกระทำ โยนถามวันที่ทหารถูกทำร้ายพรรคอื่นไปอยู่ไหน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 02.25 น.

“รักชนก” ลั่นพรรคประชาชนยืนเคียงข้างทหารที่ถูกกระทำ โยนถามวันที่ทหารถูกทำร้ายพรรคอื่นไปอยู่ไหน บอกหากดูความจริงใน พรรคการเมืองให้ดูตอนโหวตกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 69 ที่เขตสายไหม นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี เหตุการณ์ประชาชนเริ่มต่อต้านพรรคประชาชน ในการหาเสียง มีความกังวลหรือไม่ ว่า เหตุการณ์แบบเมื่อวานทุกคนที่ไปลงพื้นที่มีโอกาสเจอได้หมดซึ่งคนที่แสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตรหรือคำถามที่ตอบยากนั้น ตนบอกเป็นเรื่องปกติของการหาเสียงตนคิดว่าไม่ใช่พรรคประชาชนแต่ทุกพรรคก็น่าจะเจอแต่ความรุนแรงน่าจะมากน้อยแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดชัดเจนคือคำถามที่ว่าในสภาตนทำงานหรือไม่ทำไมจ้องแก้แต่ 112 ซึ่งตนยืนยันว่าเรื่องนี้แทบไม่มีใครพูดถึงกันเลยในการเลือกตั้งแต่มีแค่คนอื่นเอาป้ายนี้มาแปะพรรคประชาชน ซึ่งในสภาพรรคประชาชนก็พยายามผลักดันตั้งแต่พรบ.คุ้มครองแรงงาน

นางสาวรักชนก กล่าวอีกว่าพรรคประชาชนผลักดันเยอะมากแต่สิ่งที่โดนโจมตีนั้น ต้องบอกว่าเป็นขบวนการข้อมูลข่าวสารที่ทำสำเร็จจริงๆที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าตนมุ่งแก้แต่ ม.112 และด้อยค่าทหาร ทั้งที่พรรคประชาชนตนคิดว่าเป็นพรรคเดียวในตลอดหลายปีที่เวลามีทหารชั้นผู้น้อยโดนทำร้ายในแบบที่ลงโทษศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในค่ายทหารแล้วเราออกมายืนเคียงข้างคนที่ถูกกระทำ มีพรรคการเมืองไหนบ้างที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อมและออกมายืนเคียงข้างจนเห็นว่ามีวันนี้ ที่แต่ละพรรคโจมตีพรรคประชาชน ตนอยากย้อนถามกลับไปว่าในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนกระทืบแก่ชีวิตนั้นอยู่ที่ไหน กรรมาธิการทหารก็มีสมาชิกของพรรคประชาชนและตามล่าหาความจริงกับเรื่องเหล่านี้

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตและข้อสงสัยว่าทหารหรือกองทัพจะลงมาเล่นในสนามเลือกตั้งด้วยมองว่ากองทัพจะกลายเป็นคนที่ทำร้ายพรรคประชาชนหรือไม่ น.ท. กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อประชาชน กล่าวว่าก่อนหน้านี้ตนทำงานในสภาในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร ซึ่งในฐานะที่ปรึกษาตนได้มีโอกาสเข้าไปรับรู้รับทราบข้อมูลและช่วยเหลือทหารในหลายเรื่อง อย่างเรื่องที่ทหารโดยเฉพาะพลทหารถูกทำร้ายร่างกายถูกทารุณกรรมได้ติดตามหลายกรณี ซึ่งในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายทหารตนก็บอกได้ว่าทหารส่วนมากให้การสนับสนุนพรรคประชาชน เพราะเราดูแลมาตลอดซึ่งเรื่องนี้เห็นได้จากผลการเลือกตั้ง ในพื้นที่ทหารส่วนมากทหารก็ลงคะแนนให้ความไว้วางใจกับพรรคก้าวไกล มีเพียงทหารบางส่วนที่จะพยายามสร้างกระแส

ส่วนคำถามที่ว่ามีทหารไว้ทำไมนั้นตอบได้ชัดเจนว่าที่ผ่านมามีการสนับสนุนกองทัพมาโดยตลอดและเห็นว่ากองทัพมีความจำเป็นในการปกป้องรักษาอธิปไตยของไทย ในนโยบายของพรรคประชาชนสนับสนุนเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยที่ยังไม่เห็นพรรคอื่นเสนออย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนางสาวรักชนกกล่าวย้ำว่า หากจะดูความจริงใจของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองให้ดูตอน โหวตกฎหมาย พรรคประชาชนเรายื่นกฎหมายที่จะทำให้การทุจริตคอรัปชั่นในกองทัพหรือการทำทารุณกรรมในกองทัพต้องมาขึ้นศาลพลเรือน เพราะเวลาขึ้นศาลทหารก็เอาพวกพ้องมาตัดสินโทษหรือสิ่งที่ควรจะลงโทษ ไม่ได้เป็นไปตามบรรทัดฐาน ตน ยืนยันว่าตนรักทหารหรือไม่นั้นตนจะยืนอยู่เคียงข้างทหารที่ถูกกระทำและเป็นทหารชั้นผู้น้อยมาโดยตลอดมันไม่จำเป็นต้องรักกันหรือไม่รักกันตนยืนอยู่ข้างความเป็นธรรมและใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็พร้อมยืนเคียงข้างแม้ว่าพวกเขาจะรักหรือไม่รักตนก็ตาม

“ ให้ไปดูว่านักการเมืองที่ออกมาโจมตีพวกเรา ว่าพวกเราด้อยค่ากองทัพด้อยค่าทหารนั้นโหวตอย่างไร คดีน้องเมยที่ผ่านมาตนเชื่อว่าทุกคนกดแชร์และเห็นก็เศร้าไปด้วย ให้ไปดูได้ว่าใครที่ออกมาเรียกร้องให้ทหารชั้นผู้น้อยหรือคนที่โดนกระทำอะไรแบบนี้บ้าง ความจริงใจของนักการเมืองดูได้ผ่านการโหวตกฎหมาย ”นางสาวรักชนกกล่าว

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าทหารลงมาเพ่งแต่พรรคนี้มองว่าเป็นการ ถูกทำร้ายโดยผู้มีอำนาจหรือไม่ นางสาวรักชนกกล่าวว่า ก่อนการรัฐประหารในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีได้ส่งสัญญาณและกองทัพมีการสื่อสารกับประชาชนเพิ่มมากขึ้น สื่อมวลชนเคยถามพลเอกประยุทธ์ว่าทำรัฐประหารหรือไม่ ก็ยืนยันว่าจะไม่ทำแต่สุดท้ายก็ตระบัตสัตย์ และทำให้ประเทศไทยถูกแช่แข็งมา 10 ปีจนทุกวันนี้สิ่งที่ทำไว้ยังอยู่ถึงแม้ว่าตัวจะไม่อยู่อยู่แล้ว และดัชนีการทุจริตของไทยก็ตกลงเรื่อยๆ ทิ้งมรดกไว้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ 60

“ไอซ์ รักชนก” เผย “เท้ง ณัฐพงษ์” ยันไม่โหวต “อนุทิน” อีก

ส่วนกรณีหากพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นางสาวรักชนก เผยว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันชัดเจนว่าต่อจากนี้จะไม่มี สมาชิกจากพรรคประชาชนคนไหนไปขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้อีก ส่วน กรณีเงื่อนไขมาตรา 112 ที่ที่พักก้าวไกลในอดีตเคยผลักดันจะกลับมาทิ่มแทง พรรคประชาชนในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ตนมองว่านโยบายนี้ศาลได้มีคำพิพากษาออกมาแล้วว่าไม่ให้เอาหาเสียงหรือพูดในการรณรงค์หาเสียง จึงต้องขอความร่วมมือว่าเรื่องนี้จะทำให้ตนผิดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและอาจจะโดนยุบพรรคอีกรอบหนึ่งหากตอบเรื่องนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...