ไชยาเปิดเหตุผลย้ายจากเพื่อไทยเข้ากล้าธรรม ไม่ลืมบุญคุณพรรค แต่ยอมรับยังคาใจถูกปลด รมช. เกษตรฯ
วานนี้ (4 มกราคม) ไชยา พรหมา ผู้สมัคร สส. หนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม ชี้แจงสาเหตุที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทย ตามที่ประชาชนสอบถามมา โดยระบุว่า ถามว่าตนเองทรยศต่อพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ โดยขอยืนยันว่า ตนเองสำนึกบุญคุณและมีความกตัญญูรู้คุณกับพรรคเพื่อไทย และอยู่กับพรรคเพื่อไทยมา 24 ปี ช่วงที่พรรครุ่งโรจน์ตนเองก็ไม่ได้หายไปไหน ช่วงที่พรรคเจอวิกฤตทางการเมืองตนเองก็อยู่และไม่ได้หนีไปไหน
“โดยเฉพาะช่วงที่โดนรัฐประหาร หลายคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กระโดดหนีพรรคเพื่อไทยไปอยู่ที่อื่น และไปมีอำนาจอยู่ที่อื่น ไปซูฮกกับเผด็จการ ก็ยังกลับมาพรรคเพื่อไทยได้ แต่ผมไม่เคยหนีไปไหน แม้ถูกบีบคั้นจากผู้มีอำนาจในยุคนั้นเพื่อให้ย้ายพรรค ซึ่งตอบปฏิเสธไปว่าไม่สามารถที่จะทิ้งพรรคได้” ไชยากล่าว
ไชยาระบุว่า ตลอดระยะเวลา 24 ปีตนเองอยู่ที่พรรคเพื่อไทยเปรียบเสมือนบ้านอันอบอุ่น โดยพรรคให้โอกาส จึงไม่เคยลืมบุญคุณของ ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้โอกาสทางการเมือง ซึ่งตนเองคิดว่าการได้รับการสนับสนุนจากพรรคให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในชีวิต
“แต่ผมคิดว่าระยะเวลาสั้นๆ ที่ได้ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 7 เดือน ก็มีคำถามอยู่ในใจเสมอ และประชาชนในพื้นที่ถามตลอดเวลาว่า ผมโดนปรับออกไปเพื่ออะไรหรือผมไม่มีความสามารถ หรือผมทำอะไรผิด ซึ่งผทก็หาคำตอบจากพรรคไม่ได้” ไชยากล่าว
ไชยายังระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม คิดว่าก็เป็นเหตุผลหนึ่งหรือความจำเป็นที่พรรคอาจจะมีเหตุผลที่ปรับตนเองออก แต่ส่วนตัวคิดว่า ศักยภาพของตนเองยังสามารถทำงานรับใช้ประชาชนได้ และอยู่ที่ไหน เป้าหมายสำคัญคือการทำงานเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลำภู และพี่น้องชาวภาคอีสาน นี่คือเป้าหมายหลัก
ดังนั้น จึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ โดยไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ และเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ได้ ยินดีที่จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนว่า ชีวิตของเราต้องเดินไปข้างหน้า จากที่ตนเองเคยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ ก็ได้แสดงบทบาทให้เห็นแล้วว่า ได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ และเป็นหน้าตาของพรรค ดังนั้นในวันนี้ก้าวออกมา ถ้าเปรียบเสมือนครอบครัวแล้ว การมีลูก ก็ลูกโตเป็นหนุ่ม 24 ปีแล้ว
ไชยาชี้แจงอีกว่า ตนเองออกมาจากพรรคในตอนที่ยุบสภา หากจะเป็นงูเห่าต้องออกไปตั้งแต่ตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วดังนั้นขอปฏิเสธ และยังสำนึกบุญคุณต่อ ต่อผู้มีพระคุณของตนเอง และเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอโอกาสในการทำงาน เพราะคิดว่าวันนี้การที่ตัดสินใจทางการเมืองร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม เนื่องจากพรรคกล้าธรรมเห็นความสามารถและศักยภาพในตัว จึงอยากให้เข้ามาช่วยงาน ดังนั้น จึงตอบรับ สิ่งไหนที่สามารถที่ช่วยเหลือและดูแลประชาชนในพื้นที่ได้ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ก็อยากจะแสดงฝีมือเพื่อจะขอโอกาสจากประชาชนชาวหนองบัวลำภูให้กลับเข้าไปทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรอีกครั้ง