เปิดตัว อธิบดีกรมศุลฯ คนใหม่ “พันธ์ทอง” ชูบทบาท “Trade Enabler” เก็บอากรสินค้าราคาต่ำ-เลิกรางวัลนำจับ
ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง ด้วยอายุ 47 ปี ถือว่าน้อยที่สุด สำหรับ “พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์” อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ และนับได้ว่าเป็นการเติบโตในเส้นทางรับราชการแบบ “ก้าวกระโดด” อย่างมาก ซึ่งหลังจากดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังได้ไม่กี่วัน เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ก็ถูกโปรโมตเป็นอธิบดีกรมศุลกากรทันที ล่าสุดได้แถลงนโยบายการทำงานไปเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
“บทบาทหน้าที่ของกรมศุลกากรมีอยู่ 2 ด้านหลัก คือ ด้านเศรษฐกิจ มีหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ และอีกหน้าที่หนึ่งคือการจัดเก็บรายได้ให้กับรัฐ และด้านสังคม ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน เราทำหน้าที่ในการปกป้องสังคมจากสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการสกัดกั้นยาเสพติด สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ของที่ไม่มีใบอนุญาต หรือของต้องห้ามต่าง ๆ ทั้งสองด้านนี้จะต้องทำไปควบคู่กันและสร้างสมดุลให้ได้”
กางแผน Quick Big Win
“พันธ์ทอง” กล่าวว่า กรมศุลฯจะมุ่งสร้างผลลัพธ์ให้เห็นเป็นรูปธรรม ภายใน 4 เดือน สอดรับกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ทั้งการกระตุ้นให้เกิดการค้าควบคู่กับการปกป้องสังคม และยกระดับประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยในด้านเศรษฐกิจ จะทำหน้าที่เป็น Trade Enabler หรือผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดการค้า ไม่ใช่แค่ Regulator ที่ควบคุมอย่างเดียวเหมือนในอดีต
ขณะที่บทบาทการเป็น Revenue Collector หรือหน่วยงานจัดเก็บรายได้ของรัฐ ซึ่งกรมศุลฯจัดเก็บรายได้เข้ารัฐประมาณปีละ 600,000 ล้านบาท คิดเป็นราว 20% ของรายได้ประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้า (เก็บแทนสรรพากร) ประมาณ 370,000 ล้านบาท อากรขาเข้าของกรมศุลฯเองราว 120,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทย
“ถ้าเทียบกับ VAT ที่จัดเก็บทั้งประเทศ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท จะเห็นว่ากรมศุลฯจัดเก็บถึง 1 ใน 3 สะท้อนว่ากรมศุลฯมีบทบาทสำคัญต่อรายได้โดยรวมของรัฐ โดยผมมองว่าเราต้องดูรายได้ภาพรวม ไม่ใช่แค่ส่วนของกรมสรรพากร เพราะแม้สินค้าหลายรายการจะมีอัตราภาษี 0% จาก FTA หรือสิทธิพิเศษตามกฎหมายต่าง ๆ แต่การค้าเหล่านั้นก็ยังสร้างรายได้ผ่าน VAT ที่เติบโตตามมูลค่าการค้าโลก”
หนุนการค้าเสรี-เร่งคืนภาษี
โดยการทำงานในระยะเร่งด่วน 4 เดือน ได้กำหนดแนวทาง Quick Big Win เพื่อทำให้การค้าเกิดขึ้นจริง โดยไม่ต้องแก้กฎหมายใหญ่หรือใช้งบประมาณมาก แต่ใช้อำนาจตามระเบียบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเร่งปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า-ส่งออก ปรับกระบวนการตรวจสินค้าสู่มาตรฐานสากล เพื่อลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการที่สุจริต เร่งคืนภาษี เงินวางประกัน และเงินชดเชย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ โดยจะจัดลำดับความสำคัญในการพิจารณาจากยอดเงินที่ขอคืนที่สูง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เร็วขึ้น
“จะมีการเร่งรัดการพิจารณาอุทธรณ์กว่า 1,000 เรื่อง ให้เพิ่มความถี่ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว”
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) เพื่อขยายตลาดส่งออกของประเทศ เพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ AEO (Authorized Economic Operator) ส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ปรับปรุงพิธีการถ่ายลำและผ่านแดน ลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า รวมถึงเปิดโอกาสให้ ICD (Inland Container Depot) สามารถตรวจปล่อยสินค้าขาออกได้โดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชน
ขณะเดียวกันจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเปลี่ยนรูปแบบใบขนสินค้าสำหรับการถ่ายลำอัตโนมัติแทนการใช้ใบขนสินค้าแบบปกติที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งผู้ประกอบการที่ดำเนินการถ่ายลำจะไม่ต้องยื่นเอกสารใด ๆ เพิ่มเติม ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความสะดวกมากขึ้น จากเดิมที่จะต้องมีการขออนุญาตถึง 17 หน่วยงาน คาดว่าระบบจะแล้วเสร็จและสามารถใช้งานได้ ในเดือน ธ.ค.นี้
“การดำเนินการนี้ใช้เพียงอำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรในการแก้ไขกฎระเบียบ ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว”
เก็บอากรอีคอมเมิร์ซ
“อธิบดีกรมศุลฯ” กล่าวอีกว่า ขณะที่ด้านสังคม จะเป็น Social Protector หรือการปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย โดยกรมศุลกากรต้องทำหน้าที่ทั้งป้องกัน ควบคุม และปราบปราม ซึ่งแต่ละคำมีความหมายต่างกัน ปราบปราม เช่น การจัดการกับยาเสพติด, ป้องกันคือการไม่ให้ของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ ส่วนควบคุม หมายถึง การดูแลสินค้าที่ต้องใช้ใบอนุญาตให้อยู่ในกรอบกฎหมาย
“ปัจจุบันสิ่งที่เราต้องดูแลไม่ได้มีแค่ของผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าที่ทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้าไม่เป็นธรรมด้วย เช่น สินค้าที่นำเข้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ไทย ซึ่งกรมศุลกากรได้เตรียมมาตรการใหม่มาใช้ คือ จะจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ซึ่งจะเก็บสินค้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 โดยจะไม่ต่ออายุการยกเว้นภาษีตามประกาศเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2568”
นอกจากนี้ในระยะยาว ควรแก้กฎหมายเพื่อให้สามารถจัดเก็บ “ภาษีเหมา” ได้ เช่น การกำหนดอัตราภาษีนำเข้าทุกกล่องที่มาจากต่างประเทศในอัตราเดียวกัน 20-30% เพื่อความเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ตรงนี้ต้องใช้เวลาแก้ไขกฎหมาย ก่อนดำเนินการจริง
ชูเก็บรายได้เป็นธรรม-ครบถ้วน
ด้านการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ กรมศุลฯจะเดินหน้า “Revenue Collector” ปรับมุมมองในการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรม จากเดิมที่มุ่งเน้นเฉพาะการจัดเก็บอากร ไปสู่การจัดเก็บภาษีทุกประเภทอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย หรือภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่ได้รับยกเว้นอากร แต่ยังต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการพิจารณายกเลิกการกำหนด De minimis value เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการและเพิ่มรายได้ของรัฐอย่างมั่นคง
ยกเลิกรางวัลนำจับอธิบดีถึงซี 8
“อธิบดีกรมศุลฯ” กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กรมศุลกากรยังได้เตรียมยกเลิกเงินรางวัลนำจับ สำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากร โดยเห็นว่าเป็นสิ่งจูงใจที่ไม่เหมาะสม ซึ่งระบบเงินรางวัลดังกล่าวมีใช้มาตั้งแต่ปี 2469 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลฯ เช่น อธิบดี รองอธิบดี และผู้อำนวยการสำนัก มีหน้าที่ในการพิจารณาอุทธรณ์และสั่งคดี การที่บุคคลเหล่านี้ได้รับส่วนแบ่งจากเงินรางวัลนำจับอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยจากสาธารณชนในเรื่องความเป็นธรรมและความโปร่งใส
อย่างไรก็ดี การยกเลิกเงินรางวัลนำจับอย่างถาวรจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งต้องใช้เวลา ดังนั้น กรมศุลฯจึงจะดำเนินมาตรการเร่งด่วน โดยออกระเบียบให้ผู้บริหารตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไป ไม่มีสิทธิได้รับเงินรางวัลนำจับ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้ เป็นต้นไป
“มาตรการนี้เป็นการยกเลิกเฉพาะเงินรางวัลนำจับของเจ้าหน้าที่ภายในกรม ไม่ได้ยกเลิกเงินรางวัลของประชาชนที่แจ้งเบาะแส เราเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยลดข้อครหาด้านผลประโยชน์ทับซ้อน และทำให้ผู้บริหารสามารถพิจารณาคดีได้อย่างโปร่งใสยิ่งขึ้น”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดตัว อธิบดีกรมศุลฯ คนใหม่ “พันธ์ทอง” ชูบทบาท “Trade Enabler” เก็บอากรสินค้าราคาต่ำ-เลิกรางวัลนำจับ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net