โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลิเวอร์พูลแยกทางโค้ชลูกตั้งเตะ หลังเสียประตูเยอะสุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 ธ.ค. 2568 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2568 เวลา 13.21 น.
Reuters

ลิเวอร์พูลแยกทางโค้ชลูกตั้งเตะ หลังเสียประตูเยอะสุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม สโมสรลิเวอร์พูลออกแถลงการณ์ว่าได้ตัดสินใจแยกทางกับอารอน บริกส์ โค้ชลูกตั้งเตะแล้ว หลังจากทีมทำผลงานย่ำแย่ในฤดูกาลนี้ โดยเป็นทีมที่เสียประตูจากลูกเซตพีซ (ไม่รวมลูกโทษที่จุดโทษ) มากที่สุดในบรรดาสโมสร 5 ลีกใหญ่ยุโรป โดยบริกส์ร่วมงานกับหงส์แดงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2024 ในตำแหน่งโค้ชที่ดูแลพัฒนาการส่วนบุคคล ก่อนมาทำหน้าที่รับผิดชอบด้านลูกตั้งเตะเต็มตัวในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เกมล่าสุดที่หงส์แดงชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมเสียประตูจากลูกเซตพีซเป็นลูกที่ 12 ของฤดูกาลนี้ สูงสุดในพรีเมียร์ลีกเท่ากับบอร์นมัธและน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ขณะเดียวกัน ทีมก็ขาดประสิทธิภาพในการลุ้นประตูจากลูกตั้งเตะ โดยยิงประตูจากลูกเซตพีซที่ไม่รวมลูกโทษได้เพียง 3 ประตูตลอดฤดูกาลนี้ ห่างไกลจากอาร์เซน่อล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ที่ทำได้ถึง 12 ประตู

เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ยอมรับก่อนหน้านี้ว่า เราเสียประตูจากลูกเซตพีซมากเกินไป ขณะเดียวกันก็ทำประตูจากลูกแบบนี้ได้น้อยมาก เป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไขปรับปรุงให้ได้ ถ้าให้พูดตามตรง จากประตูที่เสียๆ ไป อย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จังหวะสัมผัสบอลแรกด้วยซ้ำ แต่เป็นจังหวะต่อเนื่องที่กลายเป็นตัวชี้เป็นชี้ตาย ปัญหาอยู่ที่เรื่องใจหรือเปล่า? หวังว่าจะไม่ใช่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลิเวอร์พูลแยกทางโค้ชลูกตั้งเตะ หลังเสียประตูเยอะสุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...