บึ้มเขย่าเป้า 31 สส.น้ำเงินใต้
บึ้มเขย่าเป้า 31 สส.น้ำเงินใต้
“เขย่าขวัญรัฐบาลอนุทิน” อย่างรุนแรงท่ามกลางสมรภูมิเลือกตั้งที่กำลังระอุก่อนวันลงคะแนน 8 ก.พ. 69 เพียงไม่ถึงเดือน เมื่อไฟใต้ปะทุเดือดที่นราธิวาส จนกองทัพงัด “มาตรการกำปั้นเหล็ก” ทุบโต๊ะประกาศเคอร์ฟิว
แม้ผลนิด้าโพลทั่วประเทศ คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย และ “นายกฯหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รั้งอันสองทั้งตัวแคนดิเดตนายกฯและตัวผู้สมัครสส.ส.
แต่เหตุการณ์นี้เสี่ยงเป็นบาดแผลฉกรรจ์ ที่จะสูบฉีดคะแนนในปลายด้ามขวานให้ไหลออกทันที กระทบต่อเป้ากวาดที่นั่ง สส.31 ที่นั่่งได้ หากรัฐบาลไม่มีคำตอบทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและทรงพลัง ไปกว่าแค่ทางกองทัพประกาศเคอร์ฟิวกระชับอำนาจ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งล้อมวงถกความมั่นคง ย้ำสโลแกนหนักแน่นเรื่องความปลอดภัยและอธิปไตยชาติ พร้อมกำชับฝ่ายมั่นคง ฝ่ายปกครองให้บูรณาการงานเพื่อสันติสุข
แต่ซากปรักหักพังจากเหตุการณ์บึ้มปั้มน้ำมัน คือ หลักฐานที่ฟ้องถึง “รอยร้าว-จุดโหว่” เชิงโครงสร้างที่ฟอนเฟะ ระหว่าง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ส่งผลให้รัฐตกเป็นฝ่ายตั้งรับ ปล่อยให้กลุ่มก่อการขย่มพื้นที่ตามอำเภอใจได้อย่างประสิทธิภาพ
ขณะที่วิกฤติงานข่าว ประจานเอกภาพที่ล่มสลายของกลไกรัฐต่างๆในด้านการข่าว ข้อมูลที่ “นายกฯ ย้ำ ว่า “ไร้รอยต่อ” กลับมีปัญหา จนป่านนี้รัฐยังแยกไม่ออกว่ากำลังสู่กับ “อุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน” หรือ “อาชญากรรมสีเทา” ทั้งน้ำมันเถื่อน ยาเสพติด
หากต้นตอเงินทุนมาจากกลุ่มทุนเทาและธุรกิจผิดกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มบางคนรู้เห็นเป็นใจ นั่นเท่ากับว่ารัฐบาลกำลัง “แก้ปัญหาผิดจุด” อย่างแรง รวมถึงการปิดจุดยุทธศาสตร์ชายแดนที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงยุทธศาสตร์ “การเมืองนำการทหาร” วันนี้กลายเป็นเพียงวาทกรรมลวงโลก แม้อ้าง 4 เสาหลักเข้ามาช่วยทั้ง ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำธรรมชาติ มาเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลับตบหน้าความพยายามนั้นอย่างจัง
เช่นเดียวกับ “กระบวนการสันติสุข” ภายใต้การนำของ “บิ๊กอั๋น” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ที่รัฐบาลวาดฝันจะสร้างอนาคตใหม่ให้ชายแดนใต้นั้น กลับกลายเป็นความหวังที่ริบหรี่
ผลลัพธ์ของการเจรจาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า “ประสิทธิภาพต่ำ” ไร้ผลในทางปฏิบัติ เพราะในขณะที่รัฐมีการคุยกับขบวนการ แต่ BNR กลับสั่งการก่อเหตุใหญ่ในวันสำคัญเชิงสัญลักษณ์ใกล้ครบรอบปล้นปืนได้ตามอำเภอใจ
สถานการณ์ยังคงวนลูปอยู่ในวงจรนองเลือด จนรัฐบาลถูกตั้งคำถามว่าเทน้ำหนักไปที่แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จนละเลยภาคใต้ในเชิงนโยบายเชิงรุก
สิ่งนี้สะท้อนชัดว่า ตัวแทนที่คุยกับรัฐอาจไม่มีอำนาจควบคุมหน้างาน และรัฐบาลยังคงเดินตามรอยความล้มเหลวเดิมๆ ที่เกาไม่ถูกที่คัน ไม่กล้าลงมือแก้ปัญหาที่ “รากเหง้า”อย่างแท้จริง
#มะม่วงแปดริ้ว