โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บล.เอเซีย พลัส แนะลงทุนหุ้นได้ประโยชน์เลือกตั้ง-Fund Flow

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น #2026 #SET บล.เอเซีย พลัส แนะลงทุนหุ้นได้ประโยชน์เลือกตั้ง-Fund Flow

จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษีสหรัฐฯ หนุนเม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ ด้านหุ้นไทยลุ้น “Election Rally” รับศึกเลือกตั้งปี 69

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ภาวะการลงทุนในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งจากคำตัดสินทางกฎหมายที่สำคัญในสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม สถิติชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยมักได้รับอานิสงส์เชิงบวกในช่วงที่มีการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งอาจเป็นแรงส่งสำคัญให้ตลาดหุ้นไทยกลับมามีความคึกคักอีกครั้ง

วิกฤตอิหร่านและงบกลาโหมโลกพุ่งสูง กระทบอุปทานน้ำมัน จากแหล่งข้อมูล ความไม่สงบในตะวันออกกลางกำลังเป็นประเด็นหลักที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการประท้วงที่รุนแรงในอิหร่านซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 จากวิกฤตค่าเงินและเศรษฐกิจที่ทรุดหนัก สถานการณ์นี้สร้างความกังวลต่อการผลิตน้ำมันดิบ เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของกลุ่ม OPEC ด้วยกำลังการผลิต 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ สถิติในอดีตระบุว่าราคาน้ำมันดิบมักดีดตัวขึ้นแรงในช่วงเกิดสงคราม โดยมีส่วนต่างตั้งแต่ +7% ถึง +27% นอกจากนี้ ทั่วโลกยังมีการเพิ่มงบประมาณกลาโหมอย่างหนักเพื่อรับมือภัยคุกคามระหว่างประเทศ โดยสหรัฐฯ ได้เรียกร้องขอเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศในปี 2570 เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 58% ขณะที่หลายประเทศในเอเชียอย่าง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ต่างก็เพิ่มงบประมาณด้านนี้เช่นกัน มาตรการภาษีของทรัมป์และการเติบโตในภูมิภาค ในฝั่งสหรัฐฯ นักลงทุนต่างรอคอยคำตัดสินจากศาลฎีกาเกี่ยวกับมาตรการเก็บภาษีศุลกากร (Tariff) ภายใต้กฎหมาย IEEPA ซึ่งคาดว่าจะมีคำตัดสินออกมาในวันที่ 14 ม.ค. 69 หรืออย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 31 ม.ค. 69 ตามการคาดการณ์ของ Polymarket ขณะที่ภาพรวมภูมิภาคเอเชียมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้:

• มาเก๊า: รายได้จากการเล่นเกม (GGR) ในเดือน ธ.ค. เติบโตแข็งแกร่งที่ 2.08 หมื่นล้านเหรียญมาเก๊า หรือเพิ่มขึ้น 15% YoY โดยมี Galaxy Entertainment เป็นบริษัทที่โดดเด่นในการชิงส่วนแบ่งการตลาด

• Intel (INTC US): ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 10.8% หลังจาก CEO เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหารือเกี่ยวกับโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “National Semiconductor Revitalization” ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้นอยู่ประมาณ 5.5%

สถิติชี้หุ้นไทยมักพุ่งก่อนและหลังเลือกตั้ง สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในสถานะLaggard (-0.4% YTD) เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้น +9.7%YTD แต่การเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้งปี 2569 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ตามแหล่งข้อมูล งบประมาณจัดการเลือกตั้งปี 2569 คาดไว้สูงถึง 8,978 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2566 เนื่องจากมีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการใช้ระบบบัตร 2 ใบ สถิติย้อนหลังจากการเลือกตั้ง 6 ครั้งล่าสุดระบุว่า:

• ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง: SET Index มักปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +2.1%

• ช่วง 1 เดือนหลังรู้ผลเลือกตั้ง: ตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยสะสมถึง +2.6%

กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นแนะนำ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน แหล่งข้อมูลแนะนำกลยุทธ์เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินหมุนเวียนในช่วงเลือกตั้งและหุ้นขนาดใหญ่ที่รองรับ Fund Flow

• กลุ่มค้าปลีก: CPALL, CPAXT ได้อานิสงส์จากการหาเสียงและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

• กลุ่มเช่าซื้อ: MTC, TIDLOR รับผลบวกจากนโยบายแก้หนี้และกำลังซื้อรากหญ้า

• หุ้นขนาดใหญ่และกลุ่มพลังงาน: PTT, PTTEP, GULF, DELTA รวมถึงหุ้นที่น่าสนใจในต่างประเทศอย่าง GOLD19 และ HKEX23

ในภาพรวม ตลาดหุ้นไทยกำลังเปลี่ยนผ่านการลงทุนจากกลุ่มบริการเข้าสู่กลุ่มการผลิตตามกระแสโลก ซึ่งเห็นได้ชัดจากกลุ่มอุตสาหกรรม INDUS ที่ขยายตัว +3.6%YTD สวนทางกับกลุ่ม SERVICE และ TECH ที่หดตัวลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...