โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคส้มเปิดตัว เพียงพนอ บุญกล่ำ อดีตผู้บริหาร ปตท. เป็นว่าที่รัฐมนตรีด้านปฏิรูปภาครัฐ

The Momentum

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (9 มกราคม 2569) พรรคประชาชนเปิดตัวคลิป The Professionals ตอนที่ 5 เปิดตัว เพียงพนอ บุญกล่ำ อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้านกฎหมาย เป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชน คนที่ 5 โดยระบุตอนหนึ่งว่า เพียงพนอจะดูแลเรื่องการการปฏิรูปภาครัฐ จัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน แก้ปัญหารัฐที่อุ้ยอ้าย เต็มไปด้วยกฎหมายรุงรัง เพื่อคืนความเชื่อมั่นไว้วางใจให้กับประเทศไทยอีกครั้ง

สำหรับประวัติของเพียงพนอ จบการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทอีกใบจาก Columbia University School of Law (LL.M) สหรัฐอเมริกา เคยทำงานเป็นทนายความบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด, ทนายความและทนายความหุ้นส่วน บริษัท ไวท์ แอนด์ เคส (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และเป็นกรรมการบริษัทเอกชนรายใหญ่อีกหลายแห่ง

เพียงพนอให้สัมภาษณ์ในรายการ The Professionals กับ สุทธิชัย หยุ่น ตอนหนึ่งว่า เพิ่งเกษียณอายุล่วงหน้าจาก ปตท. และตั้งใจร่วมงานกับพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเห็นว่า การปฏิรูปภาครัฐที่ผ่านมามักไม่สำเร็จ เพราะขาดเจตจำนงทางการเมือง (Political Will) อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามเห็นว่า พรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นให้เธอนำเจตจำนงทางวิชาชีพ (Professional Will) หรือความเป็นมืออาชีพที่มีอิสระเข้ามาช่วยขับเคลื่อนงาน โดยไม่ต้องถูกบีบจากกลุ่มผลประโยชน์หรือระบบอุปถัมภ์ ซึ่งหากมี 2 สิ่งนี้ประกอบเข้าด้วยกัน จะสามารถแก้ปัญหาให้กับประเทศได้

นอกจากนี้จากประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้นักลงทุนต่างชาติ เพียงพนอพบว่า ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ไทยเสียโอกาสการลงทุนคือ คำที่นักลงทุนต่างชาติมักพูดว่า “Your country is too complicated” (ประเทศของคุณซับซ้อนเกินไป) ซึ่งความไม่แน่นอนและความซับซ้อนของกฎหมายทำลายความเชื่อมั่น จึงต้องการเข้ามาผลักดันเรื่อง ‘กิโยตินกฎหมาย’ หรือ Regulatory Guillotine เพื่อตัดกฎระเบียบที่ล้าสมัย สร้างความโปร่งใส และดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา

เพียงพนอยังระบุด้วยว่า เธอมองเห็นว่า ครั้งนี้คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้ใช้พลัง ใช้ประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานกว่า 38 ปี เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างระดับประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้หากยังอยู่ในภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...