ศิษย์เก่านิด้า ‘ขอโทษ’ ปมอาจารย์ดังด้อยค่า ‘ไอซ์ รักชนก’
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • The Bangkok Insightศิษย์เก่านิด้า"ขอโทษ"ปมอาจารย์ดังด้อยค่า"ไอซ์รักชนก"ย้ำความสำเร็จของ สส. คือ“แรงบันดาลใจ” ไม่ใช่ปมด้อย อัดตำแหน่งวิชาการไม่ควรถูกใช้เป็นเกราะบูลลี่คนอื่น
วันนี้ (30 ธ.ค.) นายวรา จันทร์มณี นักวิชาการอิสระด้านสังคมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในฐานะศิษย์เก่า NIDA แม้จะจบการศึกษามานานแล้ว แต่เมื่อทราบว่ามีอาจารย์คนหนึ่งได้ด้อยค่าดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของ คุณรักชนก ศรีนอก ผมก็ยากจะนิ่งเฉยอยู่ได้ การกระทำนี้ ทำให้ผมรู้สึกหดหู่และละอายใจแทนสถาบัน ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษาระดับหลังปริญญาตรี ผมต้องขอโทษคุณรักชนก และขอประณามการกระทำของอาจารย์ดังกล่าว อีกทั้งขอเรียกร้องให้ผู้บริหารสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้
ในสังคมที่เจริญแล้ว เราวัดคุณค่าของบุคคลจากความสามารถ ความเสียสละ ความรับผิดชอบ และสิ่งที่เขาทำให้กับส่วนรวม เป็นเรื่องน่าสลดใจที่เห็นบุคคลซึ่งเป็นนักวิชาการ ไปดูหมิ่นชาติกำเนิดและปูมหลังครอบครัวซึ่งมนุษย์ทุกคนเลือกไม่ได้ มาเป็นอาวุธในการเชือดเฉือนด้อยค่าเพื่อนมนุษย์อย่างโหดร้ายไร้จริยธรรม
โพสต์ของนักวิชาการระดับ ผศ.ดร. ได้กล่าวถึงคุณรักชนก ด้วยถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ การระบุถึงอาชีพของบิดามารดาหรือสภาพแวดล้อมในวัยเด็กด้วยถ้อยคำลดทอนคุณค่า ไม่ได้สะท้อนถึงความฉลาดทางสติปัญญา แต่มันกลับเปลือยให้เห็นถึงความไร้จริยธรรม และการไร้วุฒิภาวะทางอารมณ์ของผู้ที่มีคำนำหน้าชื่อว่าอาจารย์
การหยิบยกเรื่องครอบครัวหรือบาดแผลในอดีตมาโจมตีผู้อื่น (Ad Hominem) คือเครื่องยืนยันความพ่ายแพ้ในการถกเถียงด้วยเหตุผล เมื่อไม่สามารถหักล้างอุดมการณ์หรือผลงานของนักการเมืองรุ่นใหม่ด้วยตรรกะได้ จึงต้องหันไปพึ่งพาอคติทางชนชั้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางลบ การใช้คำอย่าง “แมงดา” หรือ “ซ่อง” ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ Hate Speech แต่เป็นการแสดงออกถึงจิตใจที่หยาบกระด้าง แทนที่จะเป็นแบบอย่างในสิ่งที่ดีงาม กลับกระทำต่ำช้าเป็นตัวแบบที่ไร้มนุษยธรรม ส่งเสริมให้สังคมเสื่อมทรามลงไปอีก
ในทางกลับกัน ชีวิตของคุณรักชนกคือภาพสะท้อนของความเข้มแข็ง ความแกร่ง และการต่อสู้ภายใต้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ประเทศมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง การที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่อัตคัตจำกัด แต่สามารถอดทนต่อสู้ดิ้นรนผลักดันตัวเอง จนสำเร็จการศึกษา และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวัยเพียง 30 ปี คือสิ่งที่สังคมควรยกย่องชื่นชมและโอบกอดเธอ
เราควรภูมิใจในคุณรักชนก เธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่าต้นทุนชีวิตที่น้อยไม่ได้ทำให้ระดับของจิตใจต่ำลงไปด้วย เธอเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจว่ามนุษย์ไม่ควรยอมจำนนหรือพ่ายแพ้ต่ออุปสรรค อุปสรรคเป็นเครื่องเจียระไนชีวิต “น้ำเน่าขังท่อข้างถนน มันย่อมเป็นฝนแห่งฟ้า” อุดมการณ์ ความมุ่งมั่นของเธอที่กล้าเผชิญหน้ากับความไม่ถูกต้อง การคุกคามทางเพศ และกลุ่มการเมืองสีเทา ได้พิสูจน์ถึงศักดิ์ศรีเกียรติภูมิในตัวเธอเอง การทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ คือความเป็นมนุษย์ที่สูงส่งกว่าคนที่เกิดมาเพียบพร้อมในตระกูลสูงศักดิ์ แต่ใช้ชีวิตเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่น
ในโพสต์ของอาจารย์คนดังกล่าว ได้มีการแสดงความสงสารหรือเวทนาในตอนท้าย คือรูปแบบหนึ่งของความใจแคบที่พยายามแสดงอำนาจเหนือ (Superiority Complex) มันคือความปรารถนาดีที่จอมปลอม เพราะหากมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์จริง ย่อมจะไม่หยิบปมด้อยหรือความทุกข์ยากของใครมาประจานในที่สาธารณะเพื่อความสะใจทางการเมือง
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าฐานะหน้าที่ตำแหน่งทางวิชาการและวุฒิการศึกษาไม่ได้บ่งบอกความสูงส่งทางจิตใจเสมอไป อีกทั้งตำแหน่งทางวิชาการและวุฒิการศึกษา ไม่ควรถูกใช้เป็นเกราะบังหน้าเพื่อบูลลี่ใคร สังคมไทยทั้งประชาชนและสื่อมวลชน ต้องไม่ยอมรับมาตรฐานที่ต่ำทรามเช่นนี้ ต้องไม่เปิดพื้นที่ให้บุคคลดังกล่าวมาเหยียบย่ำใครอีก การด้อยค่าผู้อื่นเพียงเพราะเขาเริ่มต้นชีวิตยากลำบากไร้โอกาสกว่าเรา คือความเสื่อมทรุดถดถอยหลังทางศีลธรรมที่ร้ายแรงที่สุด
ความเป็นมนุษย์ไม่ได้จัดอันดับกันที่นามสกุลของพ่อแม่หรือฐานะฐานันดร แต่วัดกันที่จริยวัตร สิ่งที่เขาทำเพื่อสังคมในปัจจุบัน และวันนี้เราเห็นชัดแล้วว่าใครกันแน่ที่มีจิตใจที่พัฒนาแล้ว และใครกันแน่ที่ยังจมปลักอยู่ในโคลนตมของความเกลียดชังที่ไร้รากเหง้าไร้พื้นฐานทางมนุษยธรรม
ดังที่คุณรักชนกกล่าว “คนเรามีข้อจำกัดในชีวิตที่แตกต่างกัน ถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน แน่นอนคนที่เกิดในครอบครัวอบอุ่น กินอิ่มนอนหลับทุกวัน มีคนที่รักอยู่ใกล้ๆ ในช่วงเวลายากลำบาก อาจจะไม่เข้าใจเด็กๆ ที่ต้องเติบโตในชุมชนแออัดที่มองไปทางไหนก็มีแต่ปัญหาสังคมเต็มไปหมด… ไม่มีใครผิดที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ดีพร้อม ชาติกำเนิดอยู่ในสลัม เติบโตท่ามกลางปัญหาสังคม กว่าจะรอดได้แต่ละวัน ยากลำบาก คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะส่งต่อ สังคมแบบไหนให้คนรุ่นถัดไป เราเลือกได้ว่าจะส่งต่อทัศนคติค่านิยมที่ตัดสินคนจากชาติกำเนิด ส่งต่อคำดูถูกเหยียดหยามให้กับเด็กๆ ที่เป็นกำพร้าหรือเด็กๆ ที่พ่อแม่มีปัญหาชีวิตรุมเร้า แล้วก็ต้องรับส่งต่อปัญหามาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งๆ ที่เด็กๆ ไม่ได้เลือก”
ขอให้เราเลือกเป็นสังคมที่เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ ให้กำลังใจคนไร้โอกาส คนสู้ชีวิต และร่วมกันประณามการด้อยค่าใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง เพื่อส่งต่อโลกที่ให้เกียรติในความเป็นคนอย่างเท่าเทียมกันให้คนรุ่นถัดไป
สุดท้าย ขอขอบคุณในทุกสิ่งที่คุณรักชนกได้ยืนหยัดทำประโยชน์เพื่อสังคม และขอให้กำลังใจ ขอให้คุณความดีที่ทำส่งผลให้ประสบความสำเร็จมีความเจริญงอกงามในชีวิตยิ่งๆ ขึ้นไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'นิด้า' ร่อนแถลงการณ์ ยันจุดยืนกรณี 'ไอซ์-รักชนก'ไม่สนับสนุนการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ลดทอนความเป็นมนุษย์
- ‘ไอซ์ รักชนก’ ฟาด ‘แพทองธาร’ สำนึกช้าไป 2 เดือน ปมยุบสภา
- 'ไผ่ ลิกค์' โต้ 'ไอซ์ รักชนก' ปมงบฯ เกษตรปี 69
ติดตามเราได้ที่