เดลล์ เทคโนโลยีส์ ชู Dell AI Factory รับความต้องการองค์กร ใช้ AI แบบ on-premises
เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขยายขีดจำกัด Dell AI Factory ผสานนวัตกรรมระบบอัตโนมัติเข้ากับประสิทธิภาพระดับสูง ช่วยองค์กรธุรกิจใช้ AI อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และมั่นคงในระบบ On-Premises ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร ที่วางแผนย้ายเวิร์กโหลด AI เข้ามาประมวลผลภายในองค์กรในอีก 24 เดือนข้างหน้า
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เดลล์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้เผยถึงการขยายขีดความสามารถของ Dell AI Factory เพื่อลดความซับซ้อนและเร่งการนำ AI ไปใช้ในองค์กร ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นแบบบูรณาการที่ผ่านการตรวจสอบและปรับแต่งอย่างเหมาะสม (Validated Solutions) ภายใต้กรอบการทำงานที่ปลอดภัยและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ทำซ้ำได้ (Repeatable Success)
เนื่องจากในยุคดิจิทัลปัจจุบัน องค์กรต่างหันมาใช้ AI มากขึ้นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนนวัตกรรม ซึ่งสัญญาณที่ชัดเจนคือการที่มีองค์กรจำนวนสูงถึง 85% วางแผนย้ายการประมวลผล AI มาไว้ในองค์กร (on-premises) ภายใน 24 เดือนข้างหน้า ขณะที่ 77% ขององค์กรเหล่านี้ กำลังมองหาผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรรายเดียว ที่สามารถรองรับความต้องการได้ตลอดเส้นทางการใช้ AI
การขยายพอร์ตโฟลิโอของเดลล์ ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้องค์กรนำ AI มาใช้งานได้ง่ายขึ้น และมอบผลลัพธ์ที่ทรงประสิทธิภาพ
อาร์เธอร์ ลูอิส (Arthur Lewis) ประธานกลุ่มธุรกิจโซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า องค์กรต้องการความสามารถด้าน AI บนระบบโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง แต่ความซับซ้อนเป็นอุปสรรคสำคัญ Dell AI Factory ได้ขจัดอุปสรรคนี้ ด้วยการผสานรวมระบบอัตโนมัติและประสิทธิภาพเข้าด้วยกัน ทำให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้ในระดับสเกลใหญ่และเห็นผลตอบแทนที่จับต้องได้จริง
สก็อตต์ ซินแคลร์ (Scott Sinclair) ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ Omdia ชี้ว่า "การพัฒนาล่าสุดของ Dell AI Factory ช่วยให้การติดตั้งใช้งาน AI เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมมอบเครื่องมือแบบบูรณาการบนรากฐานความปลอดภัย ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการทดลองใช้สู่การใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ"
ดังนั้น เดลล์ เทคโนโลยีส์ จึงได้พัฒนา Dell Automation Platform ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Dell AI Factory ได้รับการพัฒนาให้มอบประสบการณ์ที่ชาญฉลาดและเป็นอัตโนมัติยิ่งขึ้น โดยมีจุดมุ่งเน้นที่การทำให้การนำเวิร์กโหลด AI ไปใช้งานจริง (Deployment) เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีจุดเด่นคือ
- เครื่องมือขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์: นวัตกรรมอย่าง AI Code Assistant ที่ขับเคลื่อนโดย Tabnine และแพลตฟอร์ม Agentic AI ที่ขับเคลื่อนโดย Cohere North ถูกนำมาทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการปรับขยายระบบ (Scalability)
- Dell Professional Services: นำเสนอโครงการทดลองใช้ AI (AI use case pilots) แบบครบวงจร โดยใช้ข้อมูลจริงของลูกค้า เพื่อประเมินมูลค่าทางธุรกิจที่ชัดเจนก่อนการลงทุนขยายระบบ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่จับต้องได้
นอกจากนี้ การขยายพอร์ตโฟลิโอของเดลล์ครอบคลุมถึงการจัดการข้อมูล, ประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์, และเครือข่าย เพื่อให้องค์กรสามารถควบคุมและเพิ่มศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ ทั้งการอัปเดตระบบจัดเก็บข้อมูล Dell PowerScale และ Dell ObjectScale ใน Dell AI Data Platform ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ, ความสามารถในการขยายระบบ, และความรวดเร็วในการค้นหาข้อมูล (Data Discovery) ได้แก่
- Dell PowerScale Software-Defined: จะพร้อมให้บริการในรูปแบบสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์อิสระบนเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge ที่ผ่านการรับรอง เช่น Dell PowerEdge R7725xd มอบความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ AI ที่สูงขึ้นสำหรับผู้ให้บริการคลาวด์และองค์กรขนาดใหญ่
- Parallel NFS (pNFS) Support: Dell PowerScale รองรับ pNFS พร้อม Flexible File Layout ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการส่งผ่านข้อมูล (Throughput) ที่สูงขึ้น และรองรับการขยายประสิทธิภาพเชิงเส้น (Linear Scalability) สำหรับเวิร์กโหลด AI ที่ใช้ข้อมูลปริมาณมหาศาล
- Dell ObjectScale AI-Optimized Search: นำเสนอความสามารถในการค้นหาที่เหมาะสำหรับ AI สองรูปแบบ (S3 Tables และ S3 Vector) เพื่อให้สามารถเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนบน ObjectScale ได้อย่างรวดเร็ว รองรับการวิเคราะห์และการอนุมานผลลัพธ์ (Inference) รวมถึงเทคนิค RAG (Retrieval-Augmented Generation)
ในด้านเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge ได้รับการออกแบบมาเพื่อการฝึกฝนโมเดล (Model Training) ที่รวดเร็ว และการอนุมานผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Inference) พร้อมตัวเลือกการระบายความร้อนที่ยืดหยุ่น
- PowerEdge XE9785 และ XE9785L: ออกแบบมาสำหรับเวิร์กโหลด AI และ HPC เจเนอเรชันถัดไป โดยรุ่น XE9785 (ระบายความร้อนด้วยอากาศ) และ XE9785L (ระบายความร้อนด้วยของเหลว) มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ และ GPU AMD Instinct™ MI355X จำนวน 8 ตัวต่อโหนด เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุน (TCO) และลดต้นทุนการดำเนินงาน
- PowerEdge R770AP: รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Intel Xeon 6 P-core ซีรีส์ 6900 มอบประสิทธิภาพการประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) ที่สูงขึ้น รองรับการขยายหน่วยความจำแบบ CXL และมีจำนวน PCle lanes มากขึ้น ซึ่งช่วยเร่งอัลกอริทึมการเทรดและประสิทธิภาพเครือข่าย
เดลล์ยังพัฒนาเครือข่ายแบบเปิด (Open Networking) เพื่อเร่งการติดตั้ง AI fabric และรองรับการขยายระบบอย่างมหาศาล
- Dell PowerSwitch Z9964F-ON และ Z9964FL-ON: ขับเคลื่อนโดยชิป Broadcom Tomahawk-6 มอบความสามารถในการสวิตช์ข้อมูลสูงสุด 102.4 เทราไบต์ต่อวินาที รองรับการติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลวโดยตรง (DLC) สำหรับคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่
- SmartFabric Manager: ทำงานร่วมกับ Enterprise SONiC Distribution ช่วยให้การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่เป็นไปโดยง่ายและเป็นอัตโนมัติด้วยแผนงานอัตโนมัติ (Automated Blueprints) ลดข้อผิดพลาดและเร่งระยะเวลาในการติดตั้งอย่างมาก
การเพิ่มโปรแกรม Integrated Rack Scalable Solutions (IRSS) ใหม่ ช่วยให้องค์กรมีการอัปเดตโครงสร้างพื้นฐานที่น่าเชื่อถือและชาญฉลาด เพื่อการขยายระบบและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- OpenManage Enterprise (OME): มอบการจัดการแบบรวมศูนย์ (Unified Management) ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ไปจนถึงสภาพแวดล้อมระดับแร็ค พร้อมระบบอัตโนมัติที่รองรับอุปกรณ์ได้สูงสุด 25,000 ตัว
- Integrated Rack Controller (IRC): โซลูชันที่ผสานรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับ OME และ iDRAC เพื่อการตรวจจับการรั่วไหลและการตอบสนองอัตโนมัติในระดับแร็ค (Rack-level)
- Dell PowerCool Rack-mounted Coolant Distribution Unit (RCDU): โซลูชันระบายความร้อนด้วยของเหลวขนาดกะทัดรัด (4U) ที่รองรับความหนาแน่นแร็คสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ (kW) สำหรับการใช้งาน AI ที่เน้นการประหยัดพลังงาน
ความพร้อมในการวางจำหน่าย (โดยประมาณ)
- Dell PowerEdge XE9785 และ R770AP: พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในเดือนธันวาคม 2025
- Dell PowerEdge XE9785L และ Dell Integrated Rack Controller: พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน 2025
- Software-defined PowerScale และ Dell SmartFabric Manager: พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในครึ่งปีแรก 2026