โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์เตือนเช็กด่วน พฤติกรรมทำลายไต พบมากในหมู่หนุ่มสาว รีบปรับก่อนสาย

Khaosod

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 11.47 น.

แพทย์เตือนเช็กด่วน พฤติกรรมทำลายไต หลายคนทำจนติดเป็นนิสัย พบมากในหมู่วัยรุ่นหนุ่มสาว ยิ่งทำสะสม ส่งผลเสียในระยะยาว รีบปรับด่วนก่อนสาย

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ โรคไต เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันกลับพบมากขึ้นในคนวัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะกลุ่มที่คุ้นชินกับอาหารจานด่วนซึ่งมีปริมาณโซเดียมและสารกันเสียสูง

แพทย์ ระบุว่าไตสามารถเสื่อมลงได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในแต่ละวัน ทว่าในคนรุ่นใหม่ มักตรวจพบความผิดปกติเมื่อโรคดำเนินมาถึงระยะรุนแรงแล้ว

1.รับประทานอาหารแปรรูป-อาหารฟาสต์ฟู้ด

หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ การรับประทานอาหารโดยขาดการควบคุม ทั้งอาหารแปรรูปและฟาสต์ฟู้ดที่มีโซเดียมและสารกันเสียในระดับสูง ทำให้ไตต้องทำงานหนักในการขับของเสียหากสะสมในระยะยาว เซลล์ไตอาจถูกทำลาย เกิดการอักเสบและพังผืดตามมา

2.ดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมดื่มน้ำอัดลม ชานมหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งถือเป็น “ประตูสู่” ภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง ขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์ยังก่อให้เกิดภาระต่อการทำงานของไตจากกระบวนการเผาผลาญ

3.พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยยังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่นดื่มน้ำน้อยหรือกลั้นปัสสาวะระหว่างทำงาน ปัสสาวะที่มีความเข้มข้นสูงเสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว ส่วนการกลั้นปัสสาวะบ่อยครั้งเปิดโอกาสให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตจนเกิดการอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะ และอาจลุกลามเป็นการติดเชื้อย้อนขึ้นสู่ไตได้

แพทย์แนะ “ผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำวันละประมาณ 2-2.5 ลิตร และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ รวมถึงสารกระตุ้นที่ทำให้เส้นเลือดหดตัวและลดการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไต”

4.พฤติกรรมการใช้ยาด้วยตนเอง

ทั้งยังเตือนว่า พฤติกรรมการใช้ยาด้วยตนเองยังเป็นอีกพฤติกรรมเสี่ยงที่พบได้มากในคนรุ่นใหม่ ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดหรือยาปฏิชีวนะ หากใช้ผิดขนาดหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจก่อพิษต่อไตได้

ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน อาจปนเปื้อนโลหะหนักซึ่งทำลายท่อไตอีกด้วย

5.นอนดึก-ไม่ออกกำลังกาย

วิถีชีวิตที่ขาดการออกกำลังกายและการนอนดึกต่อเนื่องยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตล้า การไม่ขยับร่างกายทำให้เสี่ยงโรคอ้วนและความดันโลหิตสูง ส่วนการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้จังหวะชีวภาพแปรปรวน ส่งผลให้กระบวนการฟื้นฟูของไตลดลง

ระยะเริ่มต้นของภาวะไตเสื่อมมักไม่มีอาการเด่นชัด สัญญาณบางอย่างที่อาจถูกมองข้าม เช่น ปัสสาวะกลางคืนบ่อย ปัสสาวะมีฟอง อาการบวมเล็กน้อยบริเวณใบหน้าหรือมือเท้า เหนื่อยล้าเรื้อรัง ผิวหมองคล้ำหรือคัน

หลายคนคิดว่าเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความกดดันจากงาน “ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่ออ่อนเพลียมาก น้ำหนักลดเร็ว หรือมีความดันโลหิตสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นช่วงที่การทำงานของไตเสื่อมลงมากแล้ว” แพทย์กล่าว

เมื่อโรคเข้าสู่ระยะรุนแรง ผู้ป่วยอาจต้องพึ่งการฟอกไตเป็นประจำหรือเสี่ยงต้องปลูกถ่ายไต ภาวะนี้ยังนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ภาวะโลหิตจางเรื้อรัง และความผิดปกติของกระดูก

แพทย์ เน้นย้ำว่า การป้องกันไตต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ได้แก่การรับประทานอาหารอย่างพอเหมาะ การนอนหลับให้เป็นเวลา ลดการใช้สารกระตุ้น ไม่ซื้อยาใช้เอง และออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที ที่สำคัญคือการตรวจสุขภาพเป็นประจำ แม้ไม่มีอาการผิดปกติก็ตาม เพื่อให้สามารถค้นพบสัญญาณเตือนได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ที่มา SOHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือนเช็กด่วน พฤติกรรมทำลายไต พบมากในหมู่หนุ่มสาว รีบปรับก่อนสาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...