โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คกก. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีมติ "ปลดนกปรอดหัวโขน" ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หนุนเพาะเลี้ยงสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น ย้ำห้ามล่าจากป่าเด็ดขาด

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 08.45 น.

12 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีมติเห็นชอบ ถอด "นกปรอดหัวโขน" หรือ "นกกรงหัวจุก" (ชื่อสามัญ: Red-whiskered Bulbul, ชื่อวิทยาศาสตร์: Pycnonotus jocosus) ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โดยให้เหตุผลว่าประชากรในธรรมชาติมีเพียงพอ และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาไปสู่สัตว์เศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ

การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2568 จัดขึ้นที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายนิพนธ์ จำนงค์สิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธาน และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเลขานุการฯ

ที่ประชุมได้พิจารณารายงานจากคณะทำงาน 4 คณะ ซึ่งประเมินสถานภาพนกปรอดหัวโขนอย่างรอบด้าน พบว่ามีนกกระจายตัวในป่าธรรมชาติทั่วประเทศ มากกว่า 44,000 ตัว โดยเกินครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวน ขณะเดียวกันแนวโน้มคดีลักลอบล่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเพิ่มขึ้น

นกปรอดหัวโขน เป็นที่นิยมเลี้ยงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ซึ่งมีการแข่งขันเสียงนกอย่างแพร่หลาย การปลดจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองจะช่วยลดแรงจูงใจในการจับจากป่า และเปิดทางให้การเพาะเลี้ยงเข้าสู่ระบบที่โปร่งใส เป็นมิตรกับธรรมชาติ และสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน แม้จะถอดจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่การล่าหรือจับนกจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติยังคงผิดกฎหมาย โดยกรมอุทยานฯ จะเพิ่มกำลังลาดตระเวน และหากพบว่าสถานภาพประชากรในธรรมชาติลดลง จะพิจารณานำกลับเข้าบัญชีอีกครั้ง

พร้อมกันนี้มีการกำหนดแนวทางควบคุมการเพาะเลี้ยงและการค้าขายอย่างชัดเจน ได้แก่ กำหนดมาตรฐานกรงเลี้ยง ให้ปลอดภัยและเหมาะสม, สนับสนุนการ ขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์แบบสมัครใจ และจัดทำเครื่องหมายประจำตัวนก เพื่อแยกแยะจากนกธรรมชาติได้ชัดเจน

กรมอุทยานฯ จะร่วมกับเครือข่ายผู้เลี้ยงนกจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์เชิงสร้างสรรค์ และรณรงค์ไม่ส่งเสริมการจับนกจากธรรมชาติ

ขณะที่นายอรรถพล ย้ำว่ากรมอุทยานฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการฯ อย่างเต็มที่ โดยการตัดสินใจครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลวิชาการ และเจตนารมณ์ในการสงวนทรัพยากรอย่างสมดุล โปร่งใส และยั่งยืน

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีมติด้านพื้นที่คุ้มครองเพิ่มเติม ได้แก่ เห็นชอบกำหนด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าโคกสูงและเขาสามสิบ จ.สระแก้ว, เห็นชอบเพิกถอนบางส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้ในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และเพิกถอนบางส่วนของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล จ.กระบี่ เพื่อดำเนินโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา

Photo : คลังสารสนเทศนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...