โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สืบ ตม. แจงปมห้องกักสวนพลู ปล่อย ‘พงส.’ เบิกจีนเทา อ้างหมายจับโรงพัก

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มกราคม 2569 เวลา 18.21 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้การสืบ ตม. สั่งสอบข้อเท็จจริง ปมห้องกักสวนพลู ปล่อยพนักงานสอบสวนเบิกตัวจีนเทา อ้างหมายจับโรงพัก หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริตดำเนินการทางวินัย อาญา ขั้นเด็ดขาด

สืบเนื่องจากกรณีปรากฏการเผยแพร่ข่าวผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้มีการนำเสนอว่ากระบวนการในการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับคนต่างด้าวที่รอการส่งกลับในสถานกักตัวคนต่างด้าว โดยพนักงานสอบสวนในสังกัดตำรวจนครบาล มีการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อไม่ให้คนต่างด้าวกลุ่มนี้ถูกส่งกลับไปยังประเทศจีน โดยมีการร่วมมือกันหลายหน่วยงานทั้งกระบวนการยุติธรรม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และเป็นเครื่องมือของกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน มีผู้เกี่ยวข้องได้แก่ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ ตม. และศาล นั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ได้ทราบเรื่อง และสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ต้องกักสัญชาติจีน รายที่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดหน่วยงานอื่นที่มิใช่ สตม. ได้นำหมายจับของศาล มาดำเนินการจับกุมคนต่างด้าวที่อยู่ระหว่างถูกกักรอการส่งกลับ และพาออกไปดำเนินคดีก่อนการส่งกลับ

จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้ต้องกักชาวจีน ที่รอการถูกส่งกลับ ซึ่งถูกพนักงานสอบสวนจากหน่วยงานต่างๆ ขอรับตัวไปดำเนินคดีตามหมาย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2564-2568 จำนวนทั้งสิ้น 131 ราย โดยทางกองบัญชาการที่ขอรับตัวไปดำเนินคดี ยังไม่ได้นำตัวกลับมาส่งห้องกัก เพื่อผลักดันส่งกลับแต่อย่างใด ซึ่งเป็นรายละเอียดในส่วนของพนักงานสอบสวนตามกระบวนการแต่ละคดี ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2568 มีคนต้องกักสัญชาติจีน ที่ถูกพนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจ นำหมายศาลขอเบิกตัวไปดำเนินคดี จำนวน 8 ราย โดยถือว่า คนต่างด้าวดังกล่าว ต้องอยู่ในความรับผิดชอบในการควบคุมตาม ป.วิ อาญา ของพนักงานสอบสวนที่รับตัวจากห้องกัก ตม. ไปทุกราย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการดำเนินคดีจนผู้ต้องหาต่างชาติดังกล่าว ถูกตัดสินและลงโทษจนคดีสิ้นสุดลงแล้ว พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จะต้องนำตัวคนต่างด้าวนั้น ส่งกลับมาห้องกัก เพื่อเตรียมผลักดันส่งกลับต่อไป

โดยการขอรับตัวไปดังกล่าว ทางกองกำกับการ 3 บก.สส.สตม. ได้ตรวจสอบแล้วทุกราย ล้วนมีหนังสือจากหน่วยตำรวจ โดยเฉพาะสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการต่างๆ พร้อมหมายจับศาลยืนยันตัว ซึ่งกองกำกับการ 3 บก.สส.สตม. มีหน้าที่ต้องส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตามคำขอทุกราย ตาม ป.วิ.อาญา ซึ่งหากปฏิเสธ ย่อมขัดหมายศาล และอาจถูกดำเนินคดีฐานละเว้นได้

ส่วนผู้ต้องกักคนจีน 2 ราย ที่มีการระบุชื่อไว้ คือ นาย Ma Guangxue และ นายเสี่ยวหลง (Xiao Long) ผลการตรวจสอบพบว่า นาย Ma Guangxue ทางสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ได้นำตัวส่งมอบคืน และ บก.สส.สตม. ได้ดำเนินการผลักดันส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 68 โดยสถานทูตจีน ได้มีหนังสือ ที่ DLO015/25 ลงวันที่ 30 ม.ค. 68 แสดงความขอบคุณมายัง ผบช.สตม. ในการติดตามและผลักดันคนต่างด้าวรายดังกล่าวกลับประเทศจีน โดย สตม. ได้ให้ความร่วมมือในการประสานงานเป็นอย่างดี

อีกทั้ง บก.สส.สตม. ยังได้มีหนังสือไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองบัญชาการอื่นๆ เพื่อเร่งรัดติดตามผล โดยย้ำว่าเมื่อคดีเสร็จสิ้นให้นำตัวส่งคืนยังสถานกักตัวคนต่างด้าว บก.สส.สตม. หากหน่วยนั้นไม่สามารถนำส่งคืนได้ หรือไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถส่งคืนได้ ทาง บก.สส.สตม. ต้องรายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย และทางวินัยต่อผู้รับผิดชอบในหน่วยนั้นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของพนักงานสอบสวนในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนมาตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2568 แล้ว และได้มีการประสานขอข้อมูลจาก บก.สส.สตม. ไปประกอบการสืบสวนสอบสวน ซึ่งทาง บก.สส.สตม. ได้ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาลไปแล้วตั้งแต่เมื่อกลางปี พ.ศ.2568 โดยทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ สตม. หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเข้าไปเกี่ยวข้องโดยทุจริต ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัย และทางอาญาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...