ม็อบพรึบวันนี้ราชประสงค์ บิ๊กปั๊ดส่ง3หมื่นตร.คฝ.ติวเข้ม กสม.จี้รัฐทบทวนใช้กระสุนยางยิงสลาย
ม็อบพรึบวันนี้ราชประสงค์ บิ๊กปั๊ดส่ง3หมื่นตร.คฝ.ติวเข้ม กสม.จี้รัฐทบทวนใช้กระสุนยางยิงสลาย
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีการออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ล่าสุดพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีหนังสือเรื่องการฝึกทบทวนข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ใจความว่า เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎหมายกำหนด จึงให้ดำเนินการ ดังนี้
1.ให้หน่วยระดับ บก./ภ.จว. จัดการฝึกทบทวนกองร้อย คฝ. ทุกกองร้อยจำนวน 1 วัน (7 ชั่วโมง) โดยดำเนินการให้เสร็จภายใน เมษายน 2564 ดังนี้1.1การฝึกให้เน้นแบบ UN 1.2ฝึกการจับกุมที่มีประสิทธิภาพ1.3ฝึกการเคลื่อนที่ให้อ่อนตัวตามสถานการณ์ 1.4 ให้สรุปรายงานการฝึกทบทวนเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวให้ ตร. ทราบ ภายใน 7 วัน
สำหรับกำลังพลที่ต้องเข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้น 211 กองร้อย 32,705 นาย ที่กองบัญชาการตำรวนครบาล พล.ต.อ.สุวัฒน์ เดินทางมาประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา ผบช.น. พร้อมคณะทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและการจราจร กรณีกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองนัดชุมนุมที่ราชประสงค์ในวันที่ 24 มีนาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 25 มีนาคม พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ พร้อมพวกรวม 13 คน ซึ่งถูกกล่าวหาความผิดมาตรา 112 และมาตรา 116 กรณีชุมนุมอ่านเเถลงการณ์หน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563
โดยนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเปิดเผยว่าวันที่ 25 มีนาคม ทางผู้ต้องหาทุกคนจะไปรายงานตัวตามนัดฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ จากการประสานทราบว่าทางพนักงานอัยการยังพิจารณาสำนวนไม่เเล้วเสร็จ จึงให้เลื่อนการนัดฟังคำสั่งในวันดังกล่าวออกไปก่อน ส่วนจะนัดอีกครั้งเมื่อไหร่นั้นทางพนักงานอัยการจะเเจ้งให้ทราบในวันนัดฟังคำสั่งครั้งเเรกวันที่ 25 มีนาคม
รายงานข่าวแจ้งว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงการณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมาว่า กสม.ได้ติดตามสถานการณ์โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และมีความห่วงกังวลต่อการชุมนุมที่มีแนวโน้มการใช้ความรุนแรงมากขึ้น ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาถึงเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
ทั้งนี้ การควบคุมสถานการณ์การชุมนุมและมีการใช้อุปกรณ์ที่เป็นอันตราย มีผลกระทบต่อความปลอดภัยและชีวิตเช่น กระสุนยาง เจ้าหน้าที่รัฐต้องยึดแนวปฏิบัติขององค์การสหประชาชาติ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและใช้เพื่อระงับอันตรายที่ชัดเจนเท่านั้น รัฐจึงควรทบทวนการใช้กระสุนยางเท่าที่จำเป็น ส่วนกรณีการจับกุมเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้กระทำความผิด รัฐควรคำนึงถึงสิทธิเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น เปิดให้มีการพูดคุยเจรจา สร้างความเข้าใจต่อกัน เพื่อหาทางแก้ไขความแตกต่างด้วย สันติวิธี