โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุตฯ หนังสือดิ้นปรับตัวหนัก PUBAT เร่งจัดบุ๊กแฟร์ออนกราวน์ควบออนไลน์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. 2564 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 04.09 น.

อุตฯ หนังสือไทยยังหนัก โควิด-เทคโนโลยี ดิสรัปต์ทุบยอดขายปี 63 เหลือ 271 ล้านบาท PUBAT เร่งปรับตัวจัดงานออนกราวน์ควบออนไลน์ หวังเพิ่มยอดขาย ดันเงินสะพัดทั้งปี 600 ล้าน พร้อมปักธงจัดงานเมืองรองเพิ่ม

โควิด-เทคโนโลยี ดิสรัปต์อุตฯหนังสือร่วง

นางสาวโชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย หรือ PUBAT เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแม้ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจะประมวลว่าในทุก ๆ ปีคนไทยมีแนวโน้มอ่านสูงขึ้น อาทิ ปี 56 อ่านนาน 37 นาที, ปี 58 อ่านนาน 66 นาที และปี 61 อ่านนาน 80 นาที

อย่างไรก็ดี มูลค่าอุตสาหกรรมหนังสือไทยกลับลดลงมาก เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนที่มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 25,000 ล้านบาท แต่ในปี 63 เกิดการแพร่ระบาดโควิด กระทบกับการจัดงานบุ๊กแฟร์ และร้านหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในห้างต้องถูกล็อกดาวน์ไร้ยอดขายนานกว่า 3 เดือน ส่งผลให้ภาพรวมตลาดหนังสือในปีก่อนเหลือเพียง 12,000 ล้านบาท จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 18,000 ล้านบาท

“แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมหนังสือจะลดลงทุกปีอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการดิสรัปต์จากเทคโนโลยีและโควิด แต่ในปี 64 มีแนวโน้มดีขึ้น จากปัจจัยบวกสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดมีแนวโน้มดีขึ้น ผนวกกับการปรับตัวของสำนักพิมพ์กับนักเขียนต่าง ๆ รวมไปถึงการกลับมาจัดงานหนังสือเพื่อจำหน่ายหนังสือได้ จะทำให้ปีนี้อุตสาหกรรมหนังสือไทยมีมูลค่าราว 15,000 ล้านบาท”

เดินหน้าลุยขายหน้างานควบออนไลน์

นางสาวโชนรังสี กล่าวต่อไปว่า ในปี 63 มีรายได้รวมจากงานบุ๊กแฟร์เหลือเพียง 271 ล้านบาท จากในปี 62 มีรายได้รวมราว 788 ล้านบาท

ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ จากการงดการชุมนุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด ทำให้สเกลงานบุ๊กแฟร์ต้องเปลี่ยนไปจัดในรูปแบบออนไลน์ และไฮบริดจำกัดจำนวนคน ส่วนบางงานต้องยกเลิกไปอย่างน่าเสียดาย ส่งผลให้ยอดขายหายไปกว่า 80%

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจผู้เข้าร่วมงานหนังสือในปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมการซื้อหนังสือเปลี่ยนไปมีหลายช่องทางขึ้น ทั้งการซื้อจากร้านหนังสือ 81%, การซื้อจากงานหนังสือ 61%, การสั่งซื้อออนไลน์รูปแบบเล่ม 51% และการซื้ออีบุ๊ก 20%

“ดังนั้นในปีนี้เราจึงตั้งใจจะจัดงานรูปแบบออนกราวน์ควบคู่กับออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ThaiBookFaie.com เพื่อรองรับความนิยมซื้อออนไลน์ของผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เราหารายได้เพิ่มเป็น 2 ช่องทาง”

และด้วยตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่และมีการเติบโตสูงถึง 300-500% ในปีที่ผ่านมา ทำให้สมาคมฯ ตัดสินใจจับมือกับลาซาด้า ช็อปปี้ และเจดีเซ็นทรัล เพื่อขายหนังสือผ่านทางช่องทางดังกล่าวเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนขายผ่านช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซราว 25-30% ส่วนที่เหลือจะเป็นช่องทางออนกราวน์

ปักธงเมืองรอง

นอกจากนี้ จากการเก็บดาต้าผู้ร่วมงานในปี 63 ทางออนไลน์พบว่า มีผู้บริโภคในเมืองรอง อาทิ อยุธยา สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมงานและมีมู้ดการจับจ่ายค่อนข้างสูง

ดังนั้น สมาคมผู้จัดฯ จึงเล็งเห็นโอกาสการจัดงานหนังสือในจังหวัดเหล่านี้ โดยในปีนี้นอกจากจะจัดตามหัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ยังปักธงเตรียมจัดในเมืองรองอื่น ๆ เช่น สุราษฎร์ธานี โคราช แต่สเกลงานจะเล็กกว่าในกรุงเทพฯ เนื่องจากจำนวนประชากรน้อยกว่า

ดึงอินฟลูเอนเซอร์-อัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอด

ส่วนทิศทางการทำการตลาดเพื่อดึงคนให้เข้างานภายในปีนี้จะชูคอนเซ็ปต์ “อ่านเท่” สร้างค่านิยมให้คนไทยมองการอ่านในทิศทางบวก โดยดึงกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์จำนวน 49 คนในหลายอาชีพที่ประสบความสำเร็จเพราะการอ่านมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ อาทิ ตัน-ภาสกรนที, อุ๋ย บุดดาเบลส, กรณ์ จาติวกณิช

ควบคู่กับการจัดทำโปรโมชั่นเมื่อซื้อหนังสือล่วงหน้าจำนวน 400 บาท รับฟรีอีคูปองจำนวน 500 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดการซื้อหนังสือทั้งหน้างานและออนไลน์ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ เพื่อดักการใช้เงินของผู้บริโภคในช่วงก่อนวันสงกรานต์ เนื่องจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ 49 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 19 จัดอยู่ระหว่างวันที่ 17-25 เมษายน 2564

แม้กลยุทธ์ทางการตลาดจะคิดมาอย่างรอบด้าน แต่ทว่าในแง่ของกำลังซื้อของผู้บริโภคและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังเกิดไม่เต็มที่ จะเห็นได้จากบูธในงานมีสำนักพิมพ์ร่วม 223 สำนักพิมพ์ จากปีก่อน ๆ ที่มีราว 320-280 สำนักพิมพ์ จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 400 สำนักพิมพ์

ทั้งนี้ ในปี 64 คาดว่าจะทำรายได้จากการจัดงานหนังสือราว 200 ล้านบาท/งาน หากรวมทุกงานทั้งปีจะมีรายได้ตกอยู่ที่ 600 ล้านบาท แบ่งเป็น งานสัปดาห์หนังสือในกรุงเทพฯ และในภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ หัวเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ ขอนแก่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...