โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพ็ญสุภา สุขคตะ : ผลงานครูบาเจ้าศรีวิชัย ค้นพบใหม่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มี.ค. 2563 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 04.21 น.

ทฤษฎีที่เคยกล่าวกันว่า ครูบาเจ้าศรีวิชัย ตนบุญแห่งล้านนา สร้างและปฏิสังขรณ์วัดวาอารามจำนวนมากถึงพันหลังนั้น ตอนแรกดิฉันก็ไม่ค่อยเชื่อข้อมูลนี้เท่าใดนัก เนื่องจากครูบาเจ้าศรีวิชัยเริ่มเดินสาย “ซ่อม-สร้าง” เสนาสนะทั่วล้านนาเมื่ออายุ 40 ปีแล้ว และท่านมรณภาพด้วยอายุเพียง 60 ย่าง 61 ปีเท่านั้น

ในห้วงเวลาเพียง 20 ปี กับจำนวนวัดที่มากถึง 1,000 แห่ง บวกลบคูณหารแล้ว ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้

แต่ครั้นเมื่อต้องมารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการสืบค้นและเรียบเรียงหนังสือชุด 3 เล่มเรื่อง “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ซึ่งจัดทำโดยสมาคมชาวลำพูน (กรุงเทพฯ) ระหว่างปี 2557-2561 เป็นเวลา 4 ปีเต็มแล้ว กลับพบว่า วัดที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยไป “ซ่อม-สร้าง” นั้นมีมากเกินคณานับอย่างแท้จริง

ทั้งซ่อมเล็ก ซ่อมใหญ่ บางครั้งสร้างขึ้นใหม่ทั้งหลัง บางวัดสร้างแต่พระประธาน โดยมากเป็นพระเจ้าทันใจ บางวัดท่านช่วยแนะนำเจ้าอาวาสให้เปลี่ยนโครงสร้างหลังคาใหม่ บางวัดช่วยสร้างบ่อน้ำ บางวัดเปลี่ยนช่อฟ้า บางวัดเอาต้นโพธิ์ไปปลูก

หลายแห่งที่ท่านออกแบบวางรากฐาน กำกับดูแลการก่อสร้าง 1-2 สัปดาห์ จากนั้นมอบหมายให้ศิษยานุศิษย์ที่เป็นสล่าผู้ช่ำชองดำเนินการสานต่อ เพราะท่านต้องเดินสายรับนิมนต์ไปโปรดญาติโยมที่วัดอื่น

แม้จะปิดต้นฉบับหนังสือเล่มดังกล่าวไปแล้วเกือบ 2 ปี ซึ่งดิฉันเคยคิดว่าน่าจะเก็บข้อมูลวัดของครูบาเจ้าศรีวิชัยอย่างรอบด้านครบถ้วนมากที่สุดแล้วก็ตาม แต่จนแล้วจนรอดก็ยังค้นพบวัดที่เป็นผลงานของท่านเพิ่มขึ้นใหม่เรื่อยๆ อีกจนได้

 

หลักฐานจากรูปปั้นเสือ
พร้อมคำบอกเล่าของชาวบ้าน

กลุ่มแรกที่ทำให้เชื่อว่าเป็นผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยก็คือ เป็นวัดที่พบรูปปั้นเสือ นักษัตรประจำปีเกิดของครูบาเจ้าศรีวิชัย ประดับอยู่ตามส่วนต่างๆ

อาทิ บนหน้าแหนบ (หน้าบันวิหาร) พบรูปเสือทำด้วยไม้แกะสลักปิดทองบนกระจกจีน ปรากฏอยู่ท่ามกลางลายกระหนกก้านขดและดอกสับปะรด ได้แก่ ที่วัดศรีเกิด อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ และวัดสันหนองบง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เป็นต้น

ที่วัดศรีเกิดนี้ยังมีรูปปั้น (สารูป) ครูบาเจ้าศรีวิชัยรุ่นแรกสุดอีกด้วย สร้างขึ้นโดยลูกศิษย์ที่เคยรับใช้ใกล้ชิดครูบาเจ้าศรีวิชัย นาม “สล่าทอง สุวรรณสิงห์”

ส่วนวัดสันหนองบง ยังพบรูปเสือใช้รองรับฐานสัตตภัณฑ์ (เชิงเทียน) อีกแห่ง

รูปปั้นเสือแบบลอยตัวหมอบตามฐานเจดีย์ ไม่ก็เฝ้าหน้าประตูวัดทำหน้าที่แทนสิงห์ เช่น ที่วัดขะแมดเก่า ปัจจุบันเรียกพระธาตุศรีจอมแจ้ง อำเภอจอมทอง และที่วัดพระเจ้าเม็งราย (กาละก้อด) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

รูปปั้นเสือที่วัดกาละก้อดนี้ ได้นำมาวางไว้บนตู้พระไตรปิฎกอยู่ในโรงเก็บของ อีกทั้งวัดแห่งนี้ยังพบร่องรอยของปูนปั้นระบายสีในกรอบช่องโค้งเหนือบานประตู หน้าต่างวิหารพระเจ้าค่าคิง เป็นฝีมือช่างกลุ่มเดียวกันกับสล่าที่ติดสอยห้อยตามครูบาเจ้าศรีวิชัยไปสร้างศิลปกรรมวัดต่างๆ

อาจมีบางท่านถามว่า รูปเสือเหล่านี้ อาจเป็นสัญลักษณ์ที่สร้างโดยพระรูปอื่นที่เกิดปีเสือเช่นเดียวกันได้หรือไม่

คำตอบก็คือ ได้ มีบางวัดที่เดินตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยด้วยการสร้างรูปเสือบนหน้าแหนบก็ดี หรือเป็นรูปปั้นลอยตัวก็ดี

แต่มีข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือองค์ประกอบทางด้านศิลปะ

เสือของครูบาเจ้าศรีวิชัยมีอัตลักษณ์เฉพาะ เห็นที่ไหนก็สามารถทราบได้ทันที

 

เอกสารค้นพบใหม่
ของพระวิมลญาณมุนี

พระวิมลญาณมุนี (มหาสุดใจ ญาณวุฒฑิ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูนในช่วงบั้นปลายชีวิตของครูบาเจ้าศรีวิชัย ได้บันทึกรายชื่อวัดบางส่วนที่เป็นผลงาน “ซ่อม-สร้าง” ของครูบาเจ้าศรีวิชัยไว้ท้ายเล่มหนังสือประวัติที่ท่านเตรียมจัดทำไว้สำหรับแจกจ่ายในงานฌาปนกิจของครูบาเจ้าศรีวิชัย หนังสือเล่มดังกล่าวระบุว่าตีพิมพ์ในปี 2482

รายชื่อดังกล่าวส่วนใหญ่จะซ้ำตรงกันกับที่ดิฉันได้เก็บรวบรวมผลงานครูบาเจ้าศรีวิชัยให้กับหนังสือของสมาคมชาวลำพูนไว้แล้ว ในขณะเดียวกันยังพบชื่อวัดแปลกใหม่ที่ดิฉันเพิ่มเติมมาอีกจำนวนหนึ่ง

ในที่นี้มีวัดดอนไฟ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ซึ่งปัจจุบันพระวิหารและอุโบสถอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม รอการบูรณะ วัดเวียงหวาย (ปัจจุบันเรียก พระธาตุเวียงหวาย) และวัดบ้านเก่า (ปัจจุบันคือวัดเกตุแก้ว) สองวัดนี้อยู่ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

โดยปกติอำเภอพานก็ครองแชมป์ ว่าเป็นเขตที่ครูบาเจ้าศรีวิชัย “ซ่อม-สร้าง” วัดจำนวนมากที่สุดอยู่แล้วเมื่อเทียบกับอำเภออื่นๆ คราวนี้ยังมีผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยมาเพิ่มอีก 2 วัด

เขตอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พบรายชื่อวัดที่เป็นผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยอีกหลายแห่ง ได้แก่ วัดสันทรายหลวง สันทรายน้อย สันหลวง ฯลฯ ซึ่งดิฉันไม่แปลกใจแต่อย่างใดเลย เพราะย่านนี้เป็นแหล่งที่ศิษยานุศิษย์ของครูบาเจ้าศรีวิชัยหลายรูปพำนักอยู่

ในระหว่างที่ทุกท่านกำลังอ่านคอลัมน์นี้กันอยู่ จะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ดิฉันลงพื้นที่เก็บข้อมูลวัดที่เป็นผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยที่ค้นพบใหม่ในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และเขตอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

 

ที่สุดของนักนวัตกรรมผู้สร้างสรรค์

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา จังหวัดลำพูน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ได้จัดงานประชุมเสวนาเชิงประชาพิจารณ์ มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2 ประเด็น

ประเด็นแรก ชาวลำพูนต้องการสานต่อโครงการผลักดันลำพูนสู่มรดกโลก (ดิฉันเคยจัดทำแผนแม่บทเสร็จแล้วตั้งแต่ปี 2553) หรือไม่ (ประเด็นนี้หากมีโอกาสดิฉันจักขยายความให้ทราบต่อไปในส่วนรายละเอียด)

ประเด็นที่สอง ชาวลำพูนมีความประสงค์จะนำเสนอครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นบุคคลสำคัญของโลกต่อองค์การยูเนสโกหรือไม่ และหากคำตอบคือใช่ จะเลือกความโดดเด่นของท่านในด้านใด

ประเด็นหลังนี้ สอดรับกับงานวิจัยที่ดิฉันค้นคว้ามา 4-5 ปีให้กับสมาคมชาวลำพูน โดยที่ประชุมมีมติเห็นพ้องต้องตรงกันว่า ควรยกย่องความโดดเด่นของครูบาเจ้าศรีวิชัยในด้านของ “นักนวัตกรรมผู้สร้างสรรค์งานศิลปสถาปัตยกรรมเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา”

ถือเป็นโมเดลเฉพาะที่แตกต่างไปจากเพศบรรพชิตรูปอื่นๆ ที่มักนำเสนอจุดเด่นในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณ ผู้สร้างสันติภาพให้แก่โลก ไม่ว่าจะเป็นท่านพุทธทาสภิกขุ หรือพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต

ด้วยเหตุที่ผลงานด้านวัดวาอารามของครูบาเจ้าศรีวิชัยมีจำนวนมากมายมหาศาลหลายร้อยหลัง อีกทั้งงานปั้นพระพุทธรูปก็มากมายหลายพันองค์ งานแกะสลักเครื่องไม้ประเภทธรรมาสน์ สัตตภัณฑ์ ตุงกระด้าง มณฑปโขงพระเจ้าก็มากเกินคณานับ

ความยิ่งใหญ่ในฐานะสถาปนิก นักนวัตกรรม นักออกแบบ นักประดิษฐ์ นักสร้างสรรค์ของครูบาเจ้าศรีวิชัยนั้น สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รู้จัก “เลือกรับและปรับใช้” รูปแบบศิลปสถาปัตยกรรมหลากหลายอิทธิพล เปิดกว้างต่อทุกสกุลช่าง ผลงานมีความรุ่มรวยเสน่ห์ เปี่ยมท้นด้วยสุนทรียศาสตร์

เทียบชั้นได้กับอัจฉริยภาพด้านเดียวกันนี้ของอดีตมหาบุรุษระดับโลกหลายท่าน

ไม่ว่าพระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราช รวมไปถึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 ซึ่งทุกพระองค์มีพระราชปณิธานดุจเดียวกันคือ ปรารถนาพุทธภูมิหรือพระโพธิญาณ ไม่ต่างไปจากความมุ่งมั่นของครูบาเจ้าศรีวิชัย

การนำเสนอครูบาเจ้าศรีวิชัยต่อคณะกรรมการยูเนสโกเพื่อพิจารณานั้น จะต้องให้ทันประกาศยกย่องในวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาลของท่าน ในปี 2571 (ท่านเกิดปี 2421) โดยมีเงื่อนไขว่าหน่วยงานที่จะยื่นเสนอนั้นต้องจัดทำข้อมูลให้เสร็จล่วงหน้าก่อนปีเฉลิมฉลองอย่างน้อย 2 ปี

การจัดประชุมของคณะกรรมการผู้พิจารณาไม่ได้มีขึ้นทุกปี ทว่าจะจัดประชุมเฉพาะในปีเลขคู่เท่านั้น นั่นคือครั้งถัดไปจะเป็นปี 2564, 2566, 2568 ดังนั้น กรณีของครูบาเจ้าศรีวิชัยจำเป็นต้องจัดทำข้อมูลให้เสร็จทันเสนอในปี 2568 เพื่อจะได้รับการประกาศยกย่องในปี 2571

นับจากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ซึ่งอาสาตัวต่อที่ประชุมมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นประธาน ขอเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อจักได้เดินสายไปสานสัมพันธ์กระชับมิตรกับจังหวัดอื่นๆ ทั่วล้านนา

โดยจะขอแรงสนับสนุน และร่วมเซ็น MOU ประกาศให้ภายนอกเห็นว่าทุกจังหวัดในล้านนาต่างมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นชอบที่จะยกย่องเชิดชูครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นบุคคลสำคัญของโลกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...